วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ว่าด้วยเรื่องรูปประกอบ+บ่นออกทะเล

 ถ้าพิมพ์ยี่สิบเล่มอย่างที่พูดไปคราวก่อนนะ
ก็จะได้กำไรสองร้อยโดยประมาณ

สองร้อยก็สองร้อย ซื้อสีได้กล่องนึงล่ะนะ

พูดถึงซื้อสี กะว่าจะซื้อหนังสือภาพ "ถั่วงอกกะหัวไฟ" ของพี่อัพทรงศีล ที่พิมพ์ใหม่ล่ะ
สวยมากกกกก พี่แกทำหนังสือสวยมากกกกกกกกก
เรามีเล่มหนึ่งอยู่แล้วนะถั่วงอกเนี่ย แล้วชุดใหม่นี่เป็น หนึ่ง-สอง-สาม อ่ะ
อยากได้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

พี่เขาวาดรูปสวยมากจริงๆ

กลับไปที่เรื่องนิยายเรา
ก็วาดรูปประกอบเองด้วยอ่ะนะ ห้าบท หกรูป (อินโทรด้วยไง) แล้วก็รูปใหญ่รูปนึง

มอไซค์แม่บ้าน + ตะกร้าจ่ายตลาด
กระเป๋านักเรียนหนัง + เอกสารหน้าตาประหลาด
จี้ห้อยปลอกคอหมา + วิทยุสื่อสาร
แก้วโอลวันตินควันฉุย + แฟลช์ไดร์ฟหน้าตาบ้านๆ
ปืนกระบอกนึง +กระสุนพลาสติกกลิ้งตามพื้น
กุญแจพวงนึง + เชือกร้อยสีเขียวที่หน้าตาเหมือนเชือกร้อยเอวกางเกงขาก๊วย

รูปใหญ่ก็ว่าจะวาด...คุณครูเดินจูงมอเตอร์ไซค์ + อีหนูถือกระเป๋าเดินตาม
ไม่ก็ คุณครูไขกุญเเจประตู + อีหนูโดนคุณครูขยี้หัว

พูดถึงโดนขยี้หัว
ตอนจบบทที่ห้านิยายเราเนี่ย...อยากให้คุณครูแสดงความเอ็นดูลูกศิษย์นิดนึง

แล้วคุณครูผู้ชาย จะแสดงความเอ็นดูลูกศิษย์ผู้หญิง
แลไม่ใช่ลูกศิษย์อนุบาลสอง หรือปอห้าปอหกที่จะอุ้มกอดหอมแก้มได้อ่ะ =*=
ทำไงจึงจะไม่น่าเกลียดคะ???

เออ เป็นเราเราก็ไม่คิดไรหรอกนา...แต่มันก็ดูไม่ดีใช่ไหมล่ะ

แล้วลูกศิษย์ผู้หญิง...ซึ่งเป็นลูกศิษย์มอปลาย ตัวเท่าควายเนี่ย
จะกระโดดกอดคุณครูเหมือนตอนอยู่ปอสามปอสี่ก็ไม่ได้ เดี๋ยวคุณครูคอหัก
แบบ...อยากจะ "คุณครูขา~~~ไอ้/อินั่นมันแกล้งหนู" แบบนี้ก็จะกลายเป็นเด็กปัญญาอ่อนไป

นึกภาพเด็กผู้หญิงตัวเป็นตึก ร้องไห้งอแงฟ้องคุณครูดิ +*+ ไม่ไหวนา

ที่คิดไว้นะ คุณครูก็ ลูบหัว ตบไหล่ ยิ้มๆ ==
ถ้าเป็นคุณครูผู้หญิงกับเด็กนักเรียนผู้หญิงเนี่ย
เราก็กอดได้ใช่ป่ะล่ะ อย่างกับซาโตมิเซนเซเนี่ยเราก็กอดแกประจำ

แล้วถ้าเป็นครูผู้ชาย...แต่อายุพอๆกับคุณตาเราเงี้ย
ก็พอกอดได้ไรได้อยู่มั้งนะ....มั้งนะ....

พูดเรื่องนี้แล้ว
สมมุติว่าเด็กผู้หญิงมอปลายสามคนคุยกันเรื่องวิชาเรียน

"สมศรีๆ แกชอบวิชาอาจารย์อะไรวะ"
"อ๋อ..เค้าชอบอาจารย์ยุ้ยอ่ะ" (อาจารย์ผู้หญิง ยี่สิบห้า สอนญี่ปุ่น)
"สมยวง แกอ่ะ"
"เค้าชอบอาจารย์บุญส่งอ่ะ" (อาจารย์ผู้ชาย สี่สิบหกสี่สิบเจ็ดได้แล้วมั้ง สอนภาษาไทย)
"เออใช่ๆ อาจารย์บุญส่งน่ารัก" (แกสอนน่ารัก ใจดี ไรงี้)
"แล้วแกอ่ะสมทรง"
"เค้าชอบอาจารย์อั๋นอ่ะ" (อาจารย์ผู้ชาย ยี่สิบหก สอนคณิตฯ หน้าตาเหมือนจะดี)
ทุกคนก็จะมองอีสมทรงแบบ...แน่ มึงชอบจารย์เขาอ่ะดิ

ทำไมฟร่ะ =*=

ขอโทษนะ...คือกรุก็ชอบวิชาอาจารย์ไง อาจารย์สอนสนุกไง เหมือนที่พวกคุณมึงพูดมาน่ะแหล่ะ
แล้วทำไมมันต้องแปลไปทางนั้นด้วยวะ =*=

เพื่อนเราคนนึงบอกว่าเพราะช่วงอายุแลเพศ
=*=

เดี๋ยวนี้เลสก็เยอะนา พวกชอบผู้หญิงด้วยกันก็เยอะนา
ไอ้สมศรีที่ชอบอาจารย์ยุ้ยอาจจะคิดลึกก็ได้
แต่ฟังแค่บทสนทนาเนี่ย มันก็ไม่มีใครคิดอะไร

งงป่ะ ==; งงก็อ่ย่าสนใจเลย

นี่ออกไปอ่าวไทยแล้วใช่มั้ยเนี่ย......

เอาเหอะๆ
ที่อยากจะถามคือว่า.......
ถ้าคุณครูผู้ชาย ลูบหัวเด็กนักเรียนผู้หญิง หรือตีแบบหยอกๆ นัยว่าเอ็นดู
มันน่าเกลียดมั้ยวะ

เราว่ามันก็ไม่นะ อย่าบ่อยละกัน =="
หรือว่ายังไง??

[ปก] สมาคมหนุ่ม ICT + Print on demand

ในที่สุดก็ได้มา ปกนิยายเล่มแรกในชีวิต
ความฝันเป็นจริงเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย...ซันชายน์ที่รักตายไปห้าปี เราก็ทำตามสัญญาได้แล้ว

คือถามว่ามันสมหวัง สมปรารถนาหรือยัง...
ตอบว่าแค่กึ่งหนึ่งนะ
เพราะหนังสือเล่มนี้เราแค่พิมพ์เองกับโรงพิมพ์ (คือเรื่องแรกที่จบไงประเด็น)
แล้วก็พิมพ์แค่ยี่สิบเล่ม ยังนึกอยู่เลยว่าจะขอเลขISBN (เลขหนังสือสากล) ดีรึเปล่า

มาดูปกเลยดีว่า
ทำเองนะเนี่ย ^^

ทำเอาไว้สองแบบ

หนึ่ง




อันนี้เบอร์สอง



















ถามว่าต่างกันยังไง....
ดูที่ชื่อ "สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)" อ่ะ
เบอร์หนึ่งเราใส่สีพื้นหลังตัวชื่อเรื่อง
แต่เบอร์สองไม่ได้ใส่ล่ะ
อันไหนน่ารักกว่ากันน้า????

ต้องไม่มีคนมาตอบแน่ๆเลย ลักษณ์จังก็สอบอยู่คงไม่ได้เปิดเน็ต
ถึงกระนั้น...ก็จะลงต่อไป

เมื่อวันอังคารลองส่งใบขอราคากับ Fast book แล้วก็ Papermate ไป
ปรากฏว่าวันพุธ สอบเสร็จกลับมาเช็คดู
ฟาสต์บุ๊คส่งกลับมาเรียบร้อย รายละเอียด ราคา
แต่อีเปเปอร์เมตตอบมาแค่ "จะคำนวนราคาให้วันนี้นะครับ" ประมาณนี้
แล้วนี่วันนึงแล้ว ยังไม่ตอบไรมาเลย

กลับไปที่ฟาสต์บุ๊ค ก็เลยรู้สึกว่าเออ เขาเป็นมืออาชีพกันดีนะ
เร็วจริงอะไรจริง
ปรากฏว่าไอ้ปริ๊นออนดีมานเนี่ย เขาโฆษณาว่า เล่มเดียวก็พิมพ์ได้ ใช่ป่ะล่ะ
แต่จากรายละเอียดที่ได้มาทางเมล์อ่ะนะ เขาบอกว่า ถ้าพิมพ์ไม่ถึงสิบเล่ม
เขาคิดค่าจัดการพิมพ์เพิ่ม ห้าร้อย == (ก็นะ...มันก็เสียค่าไฟ ค่าเครื่องพิมพ์ ค่าอะไรอ่ะนะ)
งั้นจะพิมพ์ทำไมเล่มเดียว เออก็พิมพ์สิบเล่มดิ ถูกป่ะ

แล้วก็บอกว่า ถ้าสั่งไม่ถึงสองพัน คิดค่าส่งสองร้อย
เออ กุก็สั่งเพิ่มให้ถึงสองพันดิ ถูกป่ะ ได้อีกตั้งห้าหกเล่ม

คืองี้ ที่เราสั่งไปเนี่ย คืออีสมาคมหนุ่มไอซีทีนิยายพระเอกหล่อเริ่ดนี่ล่ะ
แล้วดูจากจำนวน คือถามเพื่อนไง เออเอ็งจะเอาป่ะ ร้อยยี่

(ตอนนั้นคำนวนกะเว็บการพิมพ์ดอทคอม ต้นทุนเล่มละร้อยกว่าบาท แต่อีฟาสต์บุ๊คนี่ ทั้งๆที่ทำเหมือนกันเด๊ะๆ มันตกเล่มละหกสิบหกบาท =*= ก็งงๆอยู่เหมือนกัน)

ที่อยากได้กันก็มี....เพื่อนเราสิบกว่าคน รุ่นพี่สองคน แล้วก็อาจารย์สองคน...

ก็มีคุณครูเสี่ยวหลงเปาผู้เป็นพระเอกหล่อเริ่ดตั้งแต่คอลงมา  นี่ล่ะ คือเขาเป็นพระเอกไง เราก็กะยกให้เล่มนึงไรงี้
แต่พอเราไปบอก "จารย์...หนูจะพิมพ์นิยายขายนะ"
พี่แกก็ว่า "เท่าไหร่" แน่...เราเลยหุบปากทันทีว่าจะยกให้ ^^" (ฟังดูชั่วเนอะ)

แต่ถ้าคุณครูเสี่ยวหลงเปาซื้อให้อ่ะนะ ก็จะยกให้ไอ้หยกได้ เพราะไอ้หยกมันบ่นๆอยู่ว่ามันไม่มีกะตัง แล้วเรามีโควต้ากำไรสี่เล่มไง โควต้าแจก (ครูเปา ซาโตมิเซนเซ ไอ้รัก(คนที่ไม่ใช่ลักษณ์จังที่คอมเม้นบ่อยๆ) แล้วก็อุตะโกะ) ถ้าครูเปาไม่เอาเราจะได้ยกให้ไอ้หยกแทน ^^

แต่ว่าหกสิบเจ็ดสิบบาทเนี่ย ให้เพื่อนได้อยู่นา ตอนนั้นขายร้อยยี่ไง เลยคิดๆอยู่

อาจารย์อีกคนก็ซาโตมิเซนเซ แกเป็นญี่ปุ่น มาสอนที่นี่ปีนึง แล้วก็จะกลับญี่ปุ่นแล้ว
แกเป็นครูญี่ปุ่นคนแรก แล้วก็เป็นญี่ปุ่นคนแรกที่เรารู้จัก ได้ใกล้ชิดหนิดหนมด้วย ก็เลยอยากให้แกเอากลับไป

รู้แล้วหน่าว่าอ่านไม่ออก ให้เป็นของที่ระทึกไง
แต่ที่มหาลัยฯโอซาก้าของเซนเซน่ะ มีแผนกภาษาไทยด้วยนา อาจจะมีคนอ่านออกก็ได้ ^^

ก็ถ้าวันสองวันนี้ เปเปอร์เมตมันยังไม่ตอบมา ก็จะพิมพ์กะฟาสต์บุ๊คนี่ล่ะนะ

กลับไปที่เมื่อคืน ป๋าได้ยินเราคุยเรื่องพิมพ์หนังสือกะอา ป๋าก็เลยบอกว่า
"พิมพ์สักร้อยเล่มดิ" แล้วป๋าจะออกทุนให้
อะเมซิ่งไทยแลนด์~!!! โอ้พระเจ้าเกนตะ ดีดิไม่เสียตัง
แต่ร้อยเล่ม กุจะเอาไปทำอะไรร้อยเล่มฟร่ะ =*=  ถมที่ป๋าแถวไทรน้อยรึไง

ป๋าบอกว่าให้เเจก ==
ไม่นะ นิยายหนูไม่ใช่ของแจกฟรีนา ของซื้อของขายนะ
เข้าใจว่าเป็นการโปรโหมดตัวเองไง กับผลงานชิ้นแรก
แต่ว่าหนึ่งคือเราไม่อยากแจก ถ้าให้เทียบแล้ว ขอพิมพ์แค่ยี่สิบเล่ม
เอากำไรมากินเล่นร้อยสองร้อย แค่นี้ก็ภูมิใจแล้วนะ

แล้วเราก็เกรงใจพระเอกด้วย
เราเอาเขามาแฉ เอ๊ย ปู้ยี้ปู้ยำแบบเนี้ย
เขาไม่ว่าสักคำ คงฮาอยู่อ่ะนะ แต่เราแบบ
บางเรื่องมันก็รู้กันแค่ในหมู่เรา หมู่เด็กขาวแดงเนี่ย
อย่างไอซีทีเงี้ย พูดกับคนอื่น เขาจะรู้มะว่ามันเป็นห้องคอม?

เออ อีกอย่างก็พิมพ์ร้อยเล่มไว้ขายวันวิชาการ
ก็...ดูก่อนละกันนะ ^^ คุยกับพระเอกก่อน
วันนี้หยุดไง ไม่ได้ไปโรงเรียน (มอห้ามอหกสอบ)
เลยยังไม่รู้ว่าครูเปาจะว่าไง ^^"
งานนี้ดังล่ะยุ่ง

ก็เอาไว้ปรึกษาพระเอกก่อน ถ้าพระเอกไม่ว่าอะไรก็อาจจะพิมพ์ขายงานวิชาการ ^^
เอาสักร้อยเล่มไปเลย

พูดก็พูดนะ พิมพ์ยี่สิบเล่มยังแทบจะไม่พอเลยเนี่ย
ก็มีเพื่อนสิบสองคนรวมรุ่นพี่ไปด้วย
อาจารย์สองคน เผลอๆสามคน (ครูประทีปอีกคน แกโผล่เป็นตัวร้ายอยู่ไง)
แล้วก็ของเราเล่มนึง ส่งอาจารย์บุญส่งวิชาชุมนุมเล่มนึง ก็เหลืออีกสามเล่ม
ให้แม่ ให้ไอ้นัม ของน้าอีกเล่มนึง

พอดีอ่ะ หมดยี่สิบเล่ม
แล้วยังมีพวก "ไม่แน่ใจอ่ะ~" ที่ไม่ได้นับรวมไปอีกนา =="

ก็บอกมันไปซื้องานวิชาการละกัน
เอาเป็นว่าตอนนี้เราพิมพ์ยี่สิบเล่มก่อน
เล่มนึงต้นทุนหกสิบหกบาท ขายเจ็ดสิบเอากำไรสี่บาทนี่พอแดรกกินไหมเนี่ย

ตีซะว่าต้นทุนเจ็ดสิบ ขายสักแปดสิบ กินเล่นสิบบาท
ยี่สิบเล่มก็...สองร้อย

ไอ้เสือเอาวา~!! +o+

รู้สึกว่าเอนทรีนี่จะยาวมาก


วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก) 5: จบ...ได้รึยังคะ

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
Part 5 : จบ...ได้รึยังคะ...
      ครูหนุ่มเลี้ยวรถที่แยกตลาดโชคชัยสี่ เด็กสาวรู้สึกโล่งใจขึ้นมากนับตั้งแต่ทิวทัศน์รอบกายเริ่มคุ้นตา ครูหนุ่มโบกแขนซ้าย ลุงยามซึ่งดูจะเข้าใจความหมายของสัญญาณนั้นรุดเข้ามาเปิดประตูโรงเรียนให้พวกเขาทันที
      ครุหนุ่มชูมือขึ้นสูงและโบกลงที่เอว เป็นสัญญาณให้ลุงยามรีบปิดประตูลงกลอนดังเดิม เขาขับรถเข้าไปตามถนน ผ่านตึกสิบ ตึกกลุ่มอาคารเทเลทับบี้ ตึกห้องสมุด ก่อนจะเลี้ยวขวาข้ามผ่านฟุตบาท และจอดลงที่หน้าอาคารศูนย์บริการคอมพิวเตอร์ ที่ซึ่งพวกเขาจากมา
      เด็กสาวกระโดดลงจากรถแทบจะทันที เธอรู้สึกโล่งใจเหลือเกินที่ได้กลับมาอยู่บนพื้นอีกครั้ง เธอรับรู้ได้ว่าท้องฟ้ามืดแล้ว...คงจะหกโมงกว่าแล้ว...
      เอากระเป๋าลงมาด้วยนะครับ
      ครูหนุ่มที่เดินนำขึ้นบันไดไปก่อนแล้วหันกลับมาเตือน เด็กสาวพยักหน้ารับ...ต่อให้อาจารย์ไม่เอ่ยเตือน เธอก็มีนิสัยหวงสมบัติ (หรือที่เรียกกันว่าบ้าหอบฟาง) ไม่มีทางทิ้งข้าวของไว้โดยไม่มีใครเฝ้าอยู่แล้ว ครูหนุ่มหยิบกุญแจพวงหนึ่งซึ่งร้อยด้วยเชือกสีเขียวออกมาและใช้มันไขประตูตึก
      เขานำเด็กสาวเข้าไปด้านในโดยไม่ลืมที่จะล็อกประตูตามหลัง ภายในอาคารมืดสนิทดังที่เด็กสาวคาดการณ์เอาไว้ คอมพิวเตอร์เกือบห้าสิบเครื่องปิดเงียบ ไม่มีเสียงใดๆให้ได้ยินเว้นแต่เสียงลมหายใจของพวกเขา
      อาคารศูนย์บริการคอมพิวเตอร์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อสองปีก่อน ผนังทั้งสามด้านตกแต่งด้วยหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่เกือบตลอดแนว ตัวตึกเป็นอาคารสองชั้น เพียงชั้นล่างเท่านั้นที่จัดคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่นักเรียนนักศึกษา ส่วนชั้นบนมีสภาพคล้ายชั้นลอย ไม่มีทางขึ้นไป...ให้เห็นในสายตาของเด็กนักเรียน
      ทางนี้ครับ ครูหนุ่มเดินนำเด็กสาวไปที่เสาต้นหนึ่งด้านซ้ายมือ ที่เสาต้นนั้นมีประตูอยู่ ตามปรกติแล้วประตูบานนี้จะล็อก ไม่มีใครเปิดได้ ซึ่งเด็กสาวเคยได้รับคำอธิบายจากครูหนุ่มว่าหลังประตูบานนั้นคือเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียน ครูหนุ่มเปิดประตูนั้นออกอย่างง่ายดาย
      ขั้นบันไดทอดยาวจากพื้นหายลับขึ้นไปด้านบน เด็กสาวมองครูหนุ่ม
      ขึ้นไปสิ
      เอ่อ...หนู...
      ...ครูหนุ่มอยากให้เธอขึ้นไปก่อน เพื่อที่เขาจะได้ระวังหลังให้ เธอเข้าใจ..
      ...แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่มีอะไรอันตรายคอยอยู่หลังเงามืดนั้น...เพราะงั้น เธอถึงอยากให้เขาขึ้นไปก่อน~!!
      ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็เดินขึ้นไปก่อนโดยไม่วายเหลียวหลังมองอยู่บ่อยๆ เห็นครูหนุ่มปิดประตูตามหลัง เสียงล็อกประตูดังกริ๊กบอกเธอว่าประตูนั้นลงกลอนตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอมองดวงตากลมโตที่คุ้นเคยนั้นแล้วจึงเดินต่อไป
      มันเป็นบันไดเวียนแคบๆสูงขึ้นไปด้านบน เด็กสาวคาดเดาได้ว่ามันนำทางขึ้นไปสู่ชั้นบนของตึก
      แล้วเด็กสาวก็มาถึงทางตัน
      ประตูบานหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
      ครูคะ
      เด็กสาวเอี้ยวมอง ครูหนุ่มเอื้อมมือข้ามไหล่เด็กสาวมาที่ผนังนั้นแล้วเคาะเป็นจังหวะ
      นั่นใคร
      เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงคล้ายเสียงสังเคราะห์ ซึ่งดังก้องอยู่รอบๆตัวพวกเขา
      เราคือเทพีแห่งการทำลายและการกำเนิด ผู้ปกป้องดาวเสาร์ ดวงดาวแห่งนิรันดร์
      ...เอ่อ นั่นเซเลอร์แซทเทิร์นค่ะครู....
      คุณเป็นใครกันแน่
      ผมก็เป็นแค่ครูคอมพิวเตอร์คนนึง
      ชาร์ลี ออสการ์ ไมกี้ ปาป้า เสียงนั้นพูด ครูหนุ่มอมยิ้มนิดๆก่อนตอบ
      ยูนิฟอร์ม แทงโก้ เอคโค่ โรมิโอ
      สองเสียงประสานกัน
      ยืนยัน!”
      ..
      ....
      ประตูบานนั้นเปิดออก
-x-x-x-x-x-x-
      ห้องนั้นเป็นห้องกว้าง สว่างไสวด้วยแสงไฟสีฟ้าอมขาว กลางห้องไม่มีพื้นกั้น ล้อมด้วยราวกันตก โต๊ะกระจกสร้างล้อมช่องว่างกลางพื้นห้อง บนโต๊ะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน เครื่องพิมพ์วางอยู่พร้อม แม้แต่เครื่องพิมพ์ดีดก็ยังมี
      ในห้องนั้นไม่มีใคร เว้นก็แต่
      หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดฮากามะแบบมิโกะ เธอสวมหน้ากากแมวบดบังใบหน้าครึ่งบนและมีหูแมวที่มีขนปุกปุยโผล่พ้นเส้นผม ผิวของเธอเป็นสีน้ำผึ้ง รอยยิ้มและดวงตาของเธอเป็นสิ่งที่เด็กสาวคุ้นตานัก
      เอโปร...เปลี่ยนชุดอีกแล้วเหรอ ครูหนุ่มว่าพลางปิดประตูตามหลัง เช่นเคย ประตูนั้นลงกลอนตัวเองทันที
      มันก็ต้องยังงี้ล่ะค่ะอาจารย์...เหมียว!”
      เสียงของเธออีกเช่นกันที่คุ้นหูเด็กสาว
      อย่าบอกนะว่า...เจ๊โป--
      เหมียว มั้ยจ๊ะ หญิงสาวหูแมวร้อง ถอดหน้ากากออก เธอส่งยิ้มกว้างให้เด็กสาวและครูหนุ่ม เข้าใจถูกต้องแล้ว แต่ที่นี่ พี่คือคาลลิสโต มือขวาของจูปิเตอร์
      เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ ครูหนุ่มตัดบท เดินนำไปทางฉากกั้นห้องซึ่งอยู่ด้านขวามือของพวกเขา เด็กสาวหูแมวหรือที่เขาเรียกว่าเอโปรเดินตามไป เด็กสาวไม่มีทางเลือกใดๆนอกจากตามพวกเขาไปด้วย
      เอโปร...วันนี้เราเข้าเวรเหรอ ครูหนุ่มถามพลางก้าวขาเดินข้ามห้อง
      ค่ะ พอดีหนูทำรีเสิร์จค้างไว้ หญิงสาวหูแมวชี้ไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งซึ่งเปิดอยู่ จู่ๆอาจารย์เรย์ก็ออกไป...เป็นพวกอาจารย์ใช่ไหมคะ
      อ้อ...เดี๋ยวนี้เราเรียกชื่อกันได้แล้วเหรอ
      อืม...ครูโดนไลบร้าไล่ตาม แล้วยังมีเบรฟกับฮิโร่ตามมาอีก...มันส่งมือดีที่สุดของมันมาอย่างที่เราคิดเอาไว้ ผังนางฟ้ามีค่ากับพวกมันมากจริงๆ...คงได้ค่าหัวมากล่ะมั้ง
      นั่นสินะคะ
      อาจารย์คะ...เจ๊...หนูงงไปหมดแล้วนะคะ ช่วยพูดให้หนูรู้เรื่องด้วยได้ไหมคะ เด็กสาวร้องขึ้นหลังเงียบมาตลอด ไม่เข้าใจสิ่งที่คนทั้งสองพูดกันแม้แต่น้อย
      ครูหนุ่มเปิดประตูที่ฉากกั้นห้อง
      เข้ามาก่อน ครูจะเล่าให้เธอฟังเอง
      ในห้องนั้นแคบกว่าที่เธอคิดเอาไว้ โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่กินพื้นที่เกือบครึ่งไป ตู้เหล็กและชั้นหนังสือทำจากโลหะวางชิดผนังฝั่งหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นบันไดลงไปด้านล่าง
      เจ๊... เด็กสาวเอ่ย เมื่อเห็นรุ่นพี่ไม่ตามเข้ามา
      ปล่อยเขาทำรีเสิร์จไปเถอะ ครูหนุ่มว่า เดินนำลงบันไดไป
      บันไดนั้นแคบ มีราวจับพาดอยู่ทั้งสองฝั่ง แสงสีฟ้าขาวอาบร่างครูหนุ่มที่เดินอยู่เบื้องหน้า เด็กสาวก้าวตามเขาไป มันเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างยาวทีเดียว ลงไปได้ครู่หนึ่งก็ปรากฏบานประตูที่ขวามือเด็กสาว เธอขยับจะเปิดประตูบานนั้นแต่ก็ถูกครูหนุ่มรั้งเอาไว้
      ไม่ใช่บานนั้นครับ เขาเดินต่อไป เด็กสาวงุนงงเล็กน้อยแต่ก็ตามเขาไป
      ครู่เดียวก็สุดทาง เด็กสาวรู้สึกได้ว่าอากาศในบริเวณนี้เย็นขึ้น...พวกเขาคงอยู่ใต้บ่อเต่า ประตูอีกบานหนึ่งตั้งตระหง่านตรงหน้าพวกเขา ครูหนุ่มไขประตูบานนั้นด้วยกุญแจในพวงเชือกสีเขียว เขากดสวิตช์ไฟที่ติดตั้งอยู่ข้างบานประตูก่อนจะเข้าไป
      เป็นห้องที่ค่อนข้างกว้าง...พอกับห้องที่ชั้นหนึ่ง แบ่งเป็นสัดส่วนเรียบร้อยด้วยฉากกั้นห้อง ครูหนุ่มเดินนำเด็กสาวอ้อมฉากกั้นห้อง เด็กสาวแหงนมองเพดานห้อง...เป็นกระจก....กระจกใสที่แสดงให้เห็นว่าครูหนุ่มนำเธอลงมาใต้บ่อเต่าจริงอย่างที่คิด เธอยิ้มเมื่อเห็นเต่าตัวหนึ่งว่ายน้ำผ่านไป
      เช่นเดียวกับห้องด้านบน หลังฉากกั้นห้องตั้งโต๊ะทำงานขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้เข้าชุด บนโต๊ะมีจอคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ถึงสามจอ เข้าใจว่าทั้งสามจอคงเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
ข้างโต๊ะทำงานตั้งชั้นหนังสือสูงระดับเอวและตู้เหล็กลักษณะเดียวกับที่มีอยู่ตามห้องเรียน ผนังเหนือชั้นหนังสือติดแผนที่โลก แผนที่ประเทศไทย และตารางที่เขียนด้วยสัญลักษณ์แปลกๆซึ่งเด็กสาวไม่เข้าใจ
      เยื้องกับโต๊ะทำงานคือเก้าอี้นวมตัวยาวและโต๊ะกระจก ที่ขอบโต๊ะวางตั้งหนังสือจำนวนหนึ่ง เด็กสาวสามารถจินตนาการภาพครูหนุ่มนอนเหยียดยาวอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นได้อย่างง่ายดาย
      นั่งก่อนสิ เขาเอ่ย ผายมือไปทางเก้าอี้นวม เด็กสาวทำตาม ยังคงตื่นตาตื่นใจกับออฟฟิศใต้น้ำของครูหนุ่ม รอแป๊บนึงนะพูดแล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งเด็กสาวไว้ลำพัง
ครู่เดียวเขาก็กลับมาพร้อมแก้วเซรามิกควันฉุยสองใบ
โอลวันตินครับ เขาวางแก้วทั้งสองใบลงบนโต๊ะกระจกพลางนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน จิบเครื่องดื่มในแก้วของตนพอเป็นพิธี
เด็กสาวไม่ใส่ใจเครื่องดื่มที่ครูหนุ่มนำมาให้ เธอจ้องหน้าเขาอย่างคาดคั้น ครูหนุ่มที่ดูจะเข้าใจสายตานั้นหัวเราะ
อะไร...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ครูกำลังจะเล่านี่ล่ะ
เขาส่งเสียงกระแอมกระไอ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำเอาเท่หรือไอไล่เสลดจริงๆ แต่เด็กสาวก็ส่งยาอมแก้ไอข้ามโต๊ะกระจกไปให้ ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง...ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร เด็กสาวรอให้ครูหนุ่มเล่าเรื่องของเขา
เพราะฉะนั้นเลิกเงียบแล้วก็เล่ามาได้แล้ว
ครูหนุ่มยกมือเสยผม ยิ้มแหยๆขณะพยายามเริ่มเรื่อง
ครูเล่าไม่เก่ง~” นั่นทำให้เขาถูกเด็กสาวมองด้วยแววตาเขียวปื้ด
ก็เล่ามาเหอะน่า~!!!!!
ที่นี่เป็นองค์กรลับครับ ครูหนุ่มพูดออกมาในที่สุด เราเรียกกันในชื่อที่เอโปรเป็นคนตั้งว่า สมาคมหนุ่ม ICT’”
สังเกตชื่อ ICT...รู้ไหมครับว่าย่อมาจากอะไร
“Information Communication Technology ใช่ไหมคะ เด็กสาวตอบ ครูหนุ่มพยักหน้า
ครับ...แต่ICTของเราย่อมาจาก Intelligence Civil service of Thailand...ที่นี่...แฝงตัวอยู่ในเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียน คือคอมพิวเตอร์ซึ่งรวบรวมข้อมูล เหตุการณ์และรายละเอียดเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและดับไปในโลกใบนี้เอาไว้
งั้นที่นี่...
เซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียนจริงๆครับ ครูหนุ่มยิ้ม ครูกับพวกอีกสองสามคนเป็นสมาชิกองค์กร มี ท่านผู้นั้น เป็นหัวหน้า...อย่าถามนะครับว่าใคร ครูบอกไม่ได้จริงๆ
มีใครบ้างคะ
ครู...อ.เรย์...อ.ตรี...ไอ้พวกนี้แหล่ะ เขาว่า เด็กคนไหนที่ดูมีแวว เราก็ชวนเข้ามา...แต่ไม่กี่คนหรอกนะ ครูหนุ่มยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอีกครั้ง เออจริงสิ เอโปรบอกจะจับครูแต่งหญิง....
โดนแน่ค่ะจารย์ เด็กสาวหัวเราะ แล้วยังไงต่อคะ
ที่ครูเล่านี่เพราะครูไว้ใจเรานะ...อีกอย่างครูติดหนี้ความจริงกับเราด้วย ครูหนุ่มเสยผมอีกครั้ง เอ้า...อยากรู้เรื่องอะไรก็...ว่ามาดิ
 คนพวกนั้นเป็นใครคะ เกี่ยวข้องยังไงกับอาจารย์ แล้วต้องการอะไร ทำไมต้องไล่ยิงกันยังงี้ด้วย แล้วทำไมอาจารย์ถึงพกปืน (อัดลม) ทำไม—“
ทีละเรื่องๆ...คนพวกนั้นที่เราว่า เป็นองค์กรลับเหมือนกัน พวกนี้เป็นองค์กรอิสระ รับจ้างล่าข้อมูล ความลับ รับเงินเป็นหลัก...ไม่ขึ้นตรงต่อใคร เขาหยุดดื่มเครื่องดื่มของตัวเองเล็กน้อย
ฮาร์เลย์ เดวิดสัน คันนั้น คนขับโค้ดเนมว่าไลบร้า เป็นมือสังหาร ถ้าครูเป็นมือขวาของท่านผู้นั้น เช่นเดียวกัน ไลบร้าก็เป็นสมาชิกระดับสูงของพวกมัน ความรู้และฝีมือก็มีพอๆกัน เราเลยเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน...ไลบร้าน่ะ หาเรื่องเขี่ยครูให้พ้นทางมานานแล้ว
เบรฟกับฮิโร่ เบรฟคือเด็กผู้หญิงที่ถือคันธนู ฮิโร่คือคนขับมอเตอร์ไซค์ ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยรถมอเตอร์ไซค์ผู้ชายสีเทา คันที่เราเจอวันนี้ สองคนนี้เป็นคู่หูที่เข้ากันได้ดีมาก ฝีมือยิงธนูที่แม่นราวจับวางของเบรฟ กับทักษะขับมอเตอร์ไซค์ของฮิโร่ พอมารวมกันแล้วเป็นศัตรูที่ร้ายกาจทีเดียว เขาว่า เด็กสาวยิ้มนิดๆ
นับว่าเป็นมือดีที่สุดของพวกมันเลยก็เป็นได้ เพราะอย่างนั้นก็เลยมีแต่ภารกิจโหดๆเท่านั้นที่เหลือถึงมือสองคนนี้...โชคไม่ดี คือภารกิจที่มีพวกเราไปพัวพัน เป็นภารกิจที่โหดเสมอ เขาหัวเราะ พวกเรากับพวกมันทำงานขัดขากันตลอดล่ะ เรื่องปืนอัดลม...ครูก็ต้องป้องกันตัวสิ ถูกมั้ย
เด็กสาวยิ้ม รู้สึกว่าบทสุดท้ายนี้จะมีบทพูดเยอะเหลือเกิน
อ้าว...ก็ให้เล่านิ ครูหนุ่มว่า ให้เล่าเรื่อง ให้อธิบายก็ต้องมีบทพูด ไม่ถูกเหรอครับว่าพลางยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ
ก็ว่ายังงั้นล่ะนะ
โอเค...ต่อ...เราถึงไหนแล้วนะ?
ผังนางฟ้าละคะอาจารย์...ผังนางฟ้าคืออะไรคะ
ก่อนอื่น...ใบคะแนนสอบกลางภาคที่ครูให้เราไป ขอให้ครูได้ไหมครับ เด็กสาวงงไม่น้อยกับการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอหยิบแฟ้มเอกสารออกจากถุงผ้าซึ่งเธอกอดไว้ตลอดการเดินทางแล้วส่งกระดาษสองใบให้ครูหนุ่ม
มันเกี่ยวอะไรคะ
ทุกอย่าง เขาลุกขึ้นยืน ถือกระดาษสองใบนั้นเดินตรงไปที่ตู้เหล็กทางซ้ายมือ เขาเปิดประตู้ตู้ออก และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเด็กสาวคือ
ประตูอีกบานหนึ่ง
ซึ่งมีเครื่องสแกนม่านตาและรอยนิ้วมือติดตั้งไว้ เด็กสาวคาดว่าครูหนุ่มจะใช้ฝ่ามือแนบเพื่อเปิดล็อค
...แต่เขากลับ...ถอดรองเท้าถุงเท้าออกแล้วยกขาขึ้น...
ล้อเล่นน่า ครูหนุ่มแนบฝ่ามือลงไป แสงสีฟ้าขาวสว่างวาบขึ้น เขาส่องดวงตาข้างหนึ่งกับเครื่องสแกนม่านตาก่อนจะถอยห่างออกมาเล็กน้อย
 ทันใดนั้น...ราวกับอยู่ในภาพยนตร์ไซไฟ แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งออกจากเครื่องมือหน้าตาประหลาดอาบร่างครูหนุ่มจากศีรษะลงมาจนถึงปลายเท้าราวกับสายตาจับผิดของอาจารย์ฝ่ายปกครอง เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแสงนั้นก็หายไป พร้อมกับเสียงกริ๊กที่กลอนประตูตู้
ครูหนุ่มจงใจใช้แผ่นหลังบังสายตาเด็กสาวจากสภาพภายในตู้ ซึ่งเธอเข้าใจดีว่ามันคงเก็บสิ่งสำคัญมากเอาไว้ จึงต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยมากมายขนาดนี้ ครูหนุ่มปิดตู้ซึ่งล็อคตัวเองดังเดิมก่อนจะกลับมานั่งที่
ผังนางฟ้าเป็นแผนที่ครับ แผนที่แสดงที่ซ่อนตู้เซฟของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเซฟใบนั้นเก็บข้อมูลที่สำคัญมากเอาไว้ เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก...มากขนาดที่ถ้าตกไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้ามละก็...ล้มรัฐบาลได้เลยล่ะครับ
ขนาดนั้นเลยเหรอคะ เด็กสาวทำตาโต
ครับ เพราะฉะนั้นก็จะมีพวกที่ต้องการความลับเหล่านี้ จ้างให้คนมาขโมยความลับ...ซึ่งถ้าเป็นการขโมยความลับจากเรา ก็มักจะจ้างพวกมัน...คนในวงการก็จะรู้กันอยู่ว่ามันเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเรา และคนที่ปกป้องความลับจากพวกมันได้ก็มีแต่พวกเรา
เรื่องผังนางฟ้า มันซ่อนอยู่ในกระดาษที่ครูให้เราไปน่ะแหล่ะครับ...ก็ใครล่ะจะใส่ใจตารางคะแนนเด็กม.4? ผังนางฟ้าจะถูกติดไว้ที่บอร์ดหน้าห้อง อยู่ในสายตาเราตลอด พอถึงเวลาท่านนายกฯก็จะส่งคนมารับไป--
ไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอคะ
เสี่ยงครับ...แต่ข้อผิดพลาดน้อยมาก พอครูรู้ว่าเราเอามันกลับบ้านไปด้วยครูก็ให้โอเลี้ยงไปรั้งเราไว้--
ดำปิ๊ดปี๋เกี่ยวอะไรด้วยคะ
หมาตัวนั้นเป็นสายลับของครู ครูให้มันเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเราไว้กันพลาด ถ้าไม่ได้มันครูคงไม่รู้ว่าวันนี้เราจะอยู่ไอซีทีจนมืด รอช่วยคุณครูเสี่ยวหลงเปาปิดห้องเลยดีป่าว’ ” ครูหนุ่มจีบปากจีบคอเลียนเสียงเด็กสาว
เครื่องดักฟัง!” เด็กสาวโพล่งออกมา
ถูกต้อง...เครื่องดักฟังกับเครื่องส่งสัญญาณ...ครูว่าเธอมีมันอยู่ในกระเป๋ากระโปรงนะ เด็กสาวล้วงเอาป้ายทองเหลืองรูปข้าวหลามตัดที่หลุดมาจากปลอกคอเจ้าหมา
ไอ้นี่....งั้นปลอกคอนั่นก็เป็นอาจารย์...
ครับ เขารับป้ายทองเหลืองมาจากเด็กสาว เดี๋ยวครูเอาไปซ่อมให้มันเอง
ถ้ายังงั้น...อาจารย์ก็รู้อยู่แล้วว่าหนูจะโดน--”
ปฏิเสธไม่ได้ครับ...แต่ครูก็ตามไปช่วยเราจนได้ไม่ใช่เหรอ ครูหนุ่มยิ้มกว้าง ไม่ใช่พระเอกทำไม่ได้นะเนี่ย
อาจารย์ก็รู้ว่าหนูเอาแฟ้มใส่ถุงผ้า...แต่กลับไปแย่งกระเป๋ากับตาลุงนั่น
กลวิธีเบี่ยงเบนความสนใจไงครับ เราเอาของหนักใส่ถุงผ้า แต่ใส่สมุดพกไว้ในกระเป๋า...ครูรู้...เราจะเอาเอกสารสำคัญเก็บใส่แฟ้มไม่ให้ยับ...ครูรู้ แต่เขาไม่รู้นี่
      เขาไหนอีกค่ะอาจารย์
      ไลบร้าไง...ไลบร้าเห็นครูให้เอกสารเราเมื่อเช้า เห็นเราเอาใส่สมุด ก็นึกว่าผังนางฟ้าอยู่ในสมุด ถึงได้สั่งให้ลูกน้องขโมยกระเป๋าไงครับ ครูหนุ่มว่า โชคดีที่เราหวงของ ไม่ยอมให้มันไป
      นั่นเป็นเหตุผลที่ครูฝากมันไว้กับหนูรึเปล่าคะ
      ไม่เชิงครับ
      ถ้ายังงั้น...
      เพราะครูไว้ใจเราไง ครูหนุ่มยิ้มเต็มหน้า เด็กสาวยิ้มตาม รู้สึกยินดีกับคำพูดนั้น
      ขอบคุณค่ะ
-x-x-x-x-x-x-
      เอ้า...มีอะไรไม่เคลียร์อีกไหม
      ครูหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจหลังนั่งพูดมานานสองนาน เด็กสาวยิ้มน้อยๆแล้วถาม
      อาจารย์เคยฆ่าคนไหมคะ
      ครูหนุ่มเลิกคิ้ว มีสีหน้าแปลกใจ
      ทำไมถามยังงั้น
      ก็ตอนนั้น ที่มีรถตู้...คนในรถตู้มองอาจารย์แล้วก็บอกว่า ไอริชโดนมันเก็บแน่แล้วทั้งลุงคนนั้น ทั้งคนที่อยู่ในรถ ทุกคนดูจะกลัวอาจารย์กันหมดเลย เด็กสาวอธิบายก่อนจะเสริม หนูว่าอาจารย์ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว ไม่น่าจะเก็บใครได้ ออกจะใจดี
      คงเพราะครูเป็นคู่ปรับของไลบร้าละมั้งครับ...อีกอย่าง ครูสร้างวีรกรรมไว้เยอะน่ะ เขาหัวเราะ คำถามของหนู...ครูตอบว่าไม่เคยครับ แล้วก็ไม่คิดจะทำด้วย
      งั้นก็ดีแล้วล่ะค่ะ เด็กสาวยิ้มกว้าง เหลือบมองนาฬิกา หกโมงครึ่งแล้วค่ะจารย์
      ถ้าอย่างนั้นกลับขึ้นไปข้างบนเถอะครับ...เดี๋ยวครูพาเราไปส่งเอง ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ครูหนุ่มก็รัวนิ้วมือใส่แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ เด็กสาวมองตัวเลขที่ผุดขึ้นบนจอด้วยสายตางุนงงและไม่เข้าใจ
      ทำอะไรคะ
      ครูหนุ่มไม่ตอบ เด็กสาวมุ่นคิ้ว...เขากดสวิตช์เครื่องมือหน้าตาคล้ายเครื่องถ่ายเอกสาร เจ้าเครื่องนั้นส่งเสียงหึ่งๆ
      แล้วมันก็พ่นกระดาษออกมาสองใบ
      นี่ครับ
ครูหนุ่มส่งกระดาษเหล่านั้นให้เด็กสาวซึ่งรับไปพลิกอ่านดู
      ...ปรากฏว่ามันเป็นตารางคะแนนกลางภาค...
      อาจารย์คะ...
      เอาอันนี้ไปแทนนะครับ ครูขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย ถ้ามีเรื่องอะไรที่—“
      ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เด็กสาวยิ้มแป้น ซิ่งรถสนุกดีค่ะ
      ครูหนุ่มหัวเราะ
      ขอบคุณนะครับ เขาว่าพลางดึงพวงกุญแจออกมา เด็กสาวเข้าใจได้ว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว เธอสะพายถุงผ้าและถือกระเป๋านักเรียนไว้มั่น
      เด็กสาวส่งยิ้มให้บุรุษที่เป็นทั้งคุณครูและพี่ชาย ครูหนุ่มตบไหล่เธอเบาๆแล้วออกเดิน ก่อนที่จะก้าวขึ้นบันไดนั้น ครูหนุ่มก็เอ่ยกับเด็กสาวว่า
      ต่อจากนี้ไปก็ฝากด้วยนะ ฟีบี
      เด็กสาวยิ้มแล้วรับคำ
      ไว้ใจหนูได้เลยค่ะ
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-
สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
จบบริบูรณ์

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก) Part 4: สาวน้อยกับปืนลม

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
Part 4: สาวน้อยกับปืนลม
       เสียงหวีดของสายลมดังเสียดหูขณะที่รถจักรยานยนตร์สีฟ้าเงินพาพวกเขาพุ่งผ่านอากาศ เด็กสาวมองทิวทัศน์ที่วิ่งผ่านตา...ยังคงเป็นซอยแคบๆ อับๆเช่นเดิม แต่เด็กสาวระลึกได้ว่าไม่ใช่ทางเดิมกับที่พวกเธอเคยผ่าน เธอมองครูหนุ่ม...วันนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย และเธอก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะเชื่อใจชายหนุ่มผู้นี้ดีหรือไม่
       รถตู้คันนั้น ชายฉกรรจ์แก่คราวพ่อคนนั้น ฮาร์เลย์คันโตกับคนขี่ถือปืนที่ดูคุ้นๆ...เด็กสาวสวมหน้ากากที่ดูคุ้นตา...วันนี้ดูอะไรๆก็คุ้นตาคุ้นใจไปเสียหมด หากแต่ไม่มีสิ่งใดเลยที่เด็กสาวสามารถ เชื่อ หมดใจได้
       เธอเบนสายตามองบาดแผลที่ต้นแขนครูหนุ่ม โลหิตยังคงไหลรินเป็นวงกว้าง สีของมันตัดกับผ้าเช็ดหน้าสีขาว สีเหมือนธงประจำโรงเรียน...หากแต่แลดูน่ากลัวยิ่งนัก
       คนๆนี้ไปทำอะไรให้ใคร เด็กสาวนึก คนอย่างคนๆนี้...ทำไมถึงถูกเกลียดชัง...ทำไมจึงมีใครต้องการเอาชีวิต...ถ้าไม่ใช่เขาทำคนอื่นก่อน หากแต่ตลอดเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่าน ไม่เคยเลยที่ครูหนุ่มทำให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยที่จะดุด่า...
       รอยยิ้มที่อบอุ่นนั้นกลับมาอีกครั้งในใจเธอ ดวงตาคู่นั้นที่มองอย่างเอ็นดูอยู่เสมอ วาจาแผงข้อคิดสอนใจ...เด็กสาวทบทวนทุกอย่างกับตัวเอง
       แล้วเธอก็มั่นใจ...ว่าเธอเชื่อใจเขาได้...
       อาจารย์คะ... เด็กสาวพึมพำ
       หืม ครูหนุ่มว่า ครูจะออกถนนใหญ่แล้วนะ เกาะแน่นๆล่ะ
       ค่ะ
       อย่างที่พอจะคาดการได้ ทันทีที่ล้อหลังเข้าสู่เขตถนนหมู่บ้านเสนานิคม เจ้าฮาร์เลย์คันใหญ่ก็พุ่งเข้ามาจากที่ไหนสักแห่ง ครูหนุ่มบิดคันเร่งรถคู่ใจที่เมื่อเทียบกับฮาร์เลย์ เดวิดสันคันนั้นแล้วแทบจะเป็นแค่จักรยานติดเครื่องให้หักหลบหนี
       กระสุนปืนระเบิดขึ้นรอบๆจักรยานยนต์สีฟ้าเงิน เขาจับคันบังคับด้วยมือเดียว ถือปืนลมไว้ด้วยมือข้างขวา เอี้ยวกายมาด้านหลังแล้วยิงสวนด้วยกระสุนพลาสติกซึ่งคงอานุภาพร้ายแรงไม่น้อย
       เด็กสาวเอนกายหลบเล็กน้อย ป้าร้านขายอาหารข้างทางส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดชวนปวดประสาท ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงปืนหรือเพราะสารรูปของคนขับที่แขนก็เจ็บ แต่กระแดะขับรถมือเดียว ครูหนุ่มหันกลับไปบังคับรถ...ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะเสียงกรี๊ดของป้าแกทำให้ครูเขาปวดกะโหลก หรือเป็นเพราะรู้ว่าถูกแขวะเอา
       เด็กสาวสังเกตได้ว่ากระสุนของครูหนุ่มไม่ได้เข้าเป้าหมายที่เล็งไว้แม้แต่น้อย...อันที่จริง ดูเหมือนเขาแทบจะไม่ได้เล็งเลยเสียมากกว่า เธอเอี้ยวกายมองด้านหลัง ชายหนุ่มร่างหนาเล็งปืนที่ศีรษะคุณครูของเธอ
       อาจารย์คะ!!”
       ครูหนุ่มเหลือบมองกระจกมองหลังข้างที่ยังเหลืออยู่และยกปืนขึ้นบ้าง เด็กสาวรู้สึกได้ว่าแขนที่พาดอยู่บนบ่าของเธอนั้นสั่นเล็กน้อย ถึงกระนั้น กระสุนพลาสติกกลมๆก็กระทบเข้าที่หมวกกันน๊อค หัวไหล่ และมือที่ถือปืนของคนบนฮาร์เลย์คันใหญ่จนเสียจังหวะไป
       ครูหนุ่มเร่งเครื่องหนีทันที
เด็กสาวมองครูหนุ่มที่จับคันบังคับโดยมือหนึ่งถือวิทยุ อีกมือกุมอาวุธปืน(อัดลม) เธอแตะต้นแขนข้างขวาที่ประดับด้วยบาดแผลของครูหนุ่ม เขาสะดุ้ง
ยังงี้ขับรถไหวเหรอคะอาจารย์
สบายมากอย่าห่วง
เด็กสาวเห็นรอยยิ้มของครูหนุ่มในกระจกมองหลังข้างที่ยังเหลืออยู่ เธอเหลียวมองเบื้องหลังอีกครั้ง กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเฉียดใบหน้าเธอไป
ครูหนุ่มพาดแขนกับบ่าเด็กสาวแล้วยิงสวนไปอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะต้องหันกลับมาจับคันบังคับเพื่อหักหลบรถที่สวนมา เขายกปืนขึ้นอีกครั้ง
แต่เด็กสาวฉวยมันไปจากมือเขา
เฮ้ย!”
เธอจับปืนด้วยมือทั้งสองข้าง พิงกายกับแผ่นหลังแข็งแรงของคนขับ
ระวังนะ
ค่ะ
เด็กสาวเล็งยิง...อย่างที่เคยฝึกกับบิดา เธอนึกถึงคำสอนของพ่อ มือของพ่อที่ประคองมือเธอยามถือปืน...ให้ศูนย์หน้ากับศูนย์หลังตรงกัน...แล้วยิง...
       ปุ!!
       กระบอกปืนออโตเมติกรมดำในมือชายร่างหนากระเด็นหลุดไป
...เด็กสาวสัญญากับตัวเอง ว่าจะให้พ่อสอนยิงปืนจริงๆจังๆสักที
       ดีมาก ครูหนุ่มว่า เด็กสาวยิ้มแป้น
       ปืนแรงนิคะ
       ให้มันรู้ไป!”
       เธอหันกลับมาเกาะเอวครูหนุ่ม เขาหัวเราะในลำคอขณะเร่งความเร็วของรถยิ่งขึ้นอีก ตอนนี้เด็กสาวชินเสียแล้วกับความเร็ว แรงกระตุก และสายลมที่พัดผ่านใบหน้า
       ครูหนุ่มยกวิทยุขึ้นอีก
       สีแดง! จูปิเตอร์ แกอยู่ไหนวะ!”
       เสียงที่ตอบมาไม่ได้ดังออกจากวิทยุ
       ไอ้เปา! ข้างหลังที่ห้านาฬิกา!”
       รถจักรยานยนต์เอนทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นโลกตามกายของคนขับซึ่งเอนตัวหลบทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันมอง วัตถุอย่างหนึ่งพุ่งผ่านอากาศและตัดเอาปอยผมข้างศีรษะของครูหนุ่มติดไปด้วย เด็กสาวอ้าปากค้างกับสองสามวินาทีที่เหมือนกับอยู่ในหนังบู้เลือดสาดของฮอลลิวู้ด
       เธอเหลือบมองด้านหลัง
       มอเตอร์ไซค์ผู้ชายคันใหญ่สีเทาเข้มเข้ามาแทนที่ฮาร์เลย์คันงาม คราวนี้คนขี่เป็นชายหนุ่มร่างผอมสูง สวมเสื้อผ้าสีดำสนิทตัดกับกระโปรงสีขาวของผู้ที่ยืนซ้อนหลัง เด็กสาวผมยาวยังคงสวมหน้ากากขนนก เธอยืนอย่างสง่างามอยู่บนที่วางเท้า สองมือโก่งคันธนู ปลายลูกศรนั้นชี้ตรงไปโดยมีศีรษะของเธอเป็นเป้าหมาย
 ระวัง นั่นมือดีที่สุดของพวกมัน! เบรฟกับฮิโร่ คนขับร่างหนาบนมอเตอร์ไซค์สีแดงที่ขับเข้ามาใหม่ตะโกนเตือนเสียงลั่น
ราวกับได้ของเล่นที่ถูกใจ รอยยิ้มปรากฏที่เรียวปากของครูหนุ่ม เขาบิดคันเร่งขึ้น ใบหน้าของเด็กสาวผมยาวยังคงเรียบสนิทขณะที่ค่อยๆขึ้นธนู ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นของมอเตอร์ไซค์ทั้งสองคัน เด็กสาวทั้งสองคนสบตากันในที่สุด
ดวงตานิ่งสงบของเด็กสาวผมยาวไหววูบ เธอลดธนูลง
เบรฟ! ใจอ่อนงั้นรึ!” เป็นเสียงตะโกนของคนขับฮาร์เลย์คันใหญ่ซึ่งขับตามมา เราเรียกเธอมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ! อย่าทำให้เสียงาน! เก็บแซทเทิร์นซะ!”
ครูหนุ่มเอี้ยวกายไปด้านหลัง สบตากับเด็กสาวผมยาว เขามองลึกลงไปในดวงตาของเธอ...บางอย่าง...บางอย่างในดวงตาคู่นั้นทำให้เด็กสาวผมยาว หรือโค้ดเนมว่า เบรฟ ลดธนูลงข้างตัว ครูหนุ่มพยักหน้านิดหนึ่งแทนคำขอบคุณก่อนจะหันกลับไปคุมคันบังคับ
ทันใดนั้นเอง เสียงกระสุนระเบิดขึ้น กระบอกธนูที่ข้างเอวเด็กสาวผมยาวกระเด็นหลุดไปด้วยแรงกระสุนพลาสติก เธอสะดุ้งจากภวังค์ที่ครูหนุ่มสร้างขึ้น ปากกระบอกปืนของอีกฝ่ายชี้ที่ใบหน้าใต้หน้ากากขนนกของเธอ
วางธนูลง ไม่งั้นนัดต่อไปจะเป็นที่หัวเธอ!”
นั่นไม่ทำให้ใบหน้าซึ่งกลับมานิ่งสนิทของเด็กสาวผมยาวเปลี่ยนแปลง เธอดึงลูกธนูซึ่งเหน็บไว้ข้างเอวออกมา ขึ้นธนู และเล็งมันที่ใบหน้าเด็กสาว
เธอนั่นแหล่ะวางปืนลง เธอปล่อยลูกธนูซัดเอากระจกมองหลังข้างที่ยังเหลื่ออยู่ของมอเตอร์ไซค์สีฟ้าเงินแตกกระจาย ไม่ยังงั้นนัดนี้
เด็กสาวผมยาวขึ้นธนูอีกครั้ง
จะเป็นที่หัวคุณครูของเธอ
ผู้ถูกขู่กัดฟันกรอด มือที่ถือปืนอัดลมสั่นเมื่อเธอหันมองครูหนุ่ม
จอดรถ! แซทเทิร์น! นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย จอดรถซะ แล้วส่งผังนางฟ้าให้เรา!”
ชายหนุ่มร่างผอมสูงผู้ขี่มอเตอร์ไซค์สีเทาตะโกน
อาจารย์...
นักเรียนครับ ครูหนุ่มเอ่ย หันมานั่งดีๆ
เด็กสาวทำตามโดยไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำสอง เมื่อเห็นว่าผู้โดยสารของเขาพร้อมแล้ว ครูหนุ่มก็ตะโกนขึ้น
จูปิเตอร์!!!!”
มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าสีแดงที่คอยท่าอยู่นานพุ่งเข้าขวางระหว่างมอเตอร์ไซค์สีเทาของเด็กสาวผมยาวกับจักรยานยนต์สีฟ้าเงินของพวกเธอ เด็กสาวคว้าเอวหนาของครูหนุ่มซึ่งเพิ่มความเร็วของรถขึ้นทันที
เด็กสาวผมยาวปล่อยธนูของเธอ ครูหนุ่มเอนกายหลบ อีกครั้งที่ตัวรถเอนทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นโลก เมื่อโลกกลับมาตั้งตรง เด็กสาวก็เหลือบมองด้านหลัง มอเตอร์ไซค์ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองคันพยายามไล่ตามมา หากแต่ถูกพันธมิตรบนรถสีแดงกันเอาไว้
ครูหนุ่มเลี้ยวรถอีกครั้ง เด็กสาวรู้ได้ว่าพวกเขาอยู่ที่ซอยโชคชัยสี่
ครูคะ
ครับ ครูหนุ่มยิ้มในที่สุด เขาค่อยๆลดความเร็วของรถลง ไม่เป็นไรแล้วนะ เราพ้นแล้ว
แล้วเราจะไปไหนกันคะ
กลับ ICT ครับ
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-
End Part 4

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก) : Part 3 - บิดร้อยยี่ไปเลยพี่

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
Part 3 : บิดร้อยยี่ไปเลยพี่!!!
      มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าสีเทาเงินเลขทะเบียน 801 มีคนขับเป็นชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้ากับกางเกงแสล็กและรองเท้าหนังแลดูเรียบร้อย เขาผู้นี้เป็นเพียงอาจารย์ประจำศูนย์คอมพิวเตอร์ธรรมดาๆคนหนึ่งที่มียศเป็น ว่าที่ร้อยตรีแต่หากดูเพียงผิวเผิน เขาดูจะเหมือนผู้ปกครองหรือพี่ชายของเด็กสาวที่ซ้อนท้ายมาเสียมากกว่า
      เด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาสวมชุดนักเรียนมัธยมปลาย ผมของเธอตัดสั้น สวมแว่นตาทรงกลม มือของเธอเกาะครูหนุ่มผู้เป็น ที่ปรึกษาไว้แน่น ความกลัวหลังเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ยังไม่จางไป เธอเหลือบมองด้านหลังอย่างหวาดๆ กลัวจะเห็นรถตู้คันนั้นอีก เด็กสาวจิกนิ้วที่เอวหนาแน่นขึ้น
      ความเร็วของมอเตอร์ไซค์คันนั้นลดลง
      กลัวเหรอครับ เขาเหลือบมองเด็กสาวแวบนึง
      เด็กสาวสั่นหน้าแล้วรีบตอบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่เห็น
      เปล่าค่ะ
      กลัวก็บอกนะครับ ครูหนุ่มพูด เด็กสาวพยักหน้า เดี๋ยวนี้อะไรๆมันก็น่ากลัวขึ้น เราเป็นผู้หญิงก็ต้องระวังตัวนะครับ...นี่ดีมีคุณพ่อคอยรับส่ง...
      หูก็ได้ยินอยู่หรอกว่าครูหนุ่มให้โอวาทอยู่ แต่สมองดูจะไม่รับถ้อยคำเหล่านั้นเสียเลย เด็กสาวเกาะเอวครูหนุ่มแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกราวกับว่าสายลมที่พัดผ่านจะพัดเอาตัวเธอไปด้วย เธอกอดถุงผ้าที่วาดไว้บนตักอย่างแน่นหนา
      ทำไมกัน...คนพวกนั้นต้องการอะไรกันแน่...ตาลุงคนนั้น ไหนจะคนในรถ...ชายหนุ่มในชุดสีดำคนนั้น...ที่ดูคุ้นตาเหลือเกิน เด็กสาวผมยาวคนนั้น...ที่มีดวงตาเหมือนกับ เด็กสาวถอนหายใจ ดูไม่เหมือนแก๊งค์ลักพาตัวเลยสักนิด
      แล้วไหนจะเรื่องคำพูดแปลกๆนั่นอีก ผังนางฟ้า บ้างล่ะ เรื่องที่ตาลุงคนนั้นแย่งกระเป๋านักเรียนของเธอกับคุณครูอีก...ทำไม กระเป๋าของเธอไม่ได้ใส่ทองหรือเครื่องเพชรเอาไว้ซะหน่อย
      คิดแล้วเด็กสาวก็ตัวสั่น
      เป็นอะไรรึเปล่าครับ...กลัวเหรอ เขาหันมายิ้มให้
      อาจารย์~~~~!!!” เด็กสาวร้องเสียงแหลมปรี๊ดอย่างผิดวิสัย หันกลับไป๊~~ขับรถอยู่นะคะ! ระวัง!!!”
      ครูหนุ่มยิ้มล้อเลียน หักหลบรถที่สวนมาอย่างสบายๆ เด็กสาวผ่อนคลายความกังวลลงได้บ้างเพราะรอยยิ้มที่อบอุ่นนั้น เธอลอบยิ้ม...หากมีพี่ชายที่อบอุ่นเช่นครูหนุ่มผู้นี้สักคน...คงดี...
      ตอนนั้นเองที่เธอเห็นมอเตอร์ไซค์อีกคันหนึ่ง
      เป็นมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์แต่งลายเปลวไฟแลดูต่างกับรถจักรยานยนต์แม่บ้านที่เธอนั่งอยู่ราวฟ้ากับเหว เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มฟังดูน่ากลัวยิ่งนัก คนขี่เป็นผู้ชายร่างหนาในชุดสีดำสนิท สวมหมวกกันน็อคปิดบังหน้าตา เด็กสาวหลุดปากร้องออกมา
      เขาเหมือนกับผู้ชายที่เธอเห็นในรถตู้คันนั้น
      อะไรครับ
      มอไซค์คันนั้นค่ะจารย์...ข้างหลัง...ข้างหลังค่ะจารย์ เด็กสาวร้องเสียงสั่น ผู้ชายคนนั้น...ในรถตู้คันนั้น
      ใจเย็นๆนะ อย่าหันไปดู นั่งนิ่งๆไว้ ครูหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็กสาวพยักหน้ารับคำอย่างเงียบๆ
      ครูหนุ่มเหลือบมองกระจกมองหลัง ภาพที่เห็นทำให้แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อลายทางเกรงขึ้นมาทันที ปฏิกิริยาของผู้แก่วัยกว่าบอกเด็กสาวว่าเขารู้จักมอเตอร์ไซค์คันนั้น
      และท่าทางจะไม่ใช่รู้จักในทางที่ดีซะด้วยสิ....
      อาจารย์คะ...
      ส่งกระเป๋ามา เด็กสาวทำตามอย่างรวดเร็ว ครูหนุ่มยัดถุงผ้าที่ได้รับมาใส่ตะกร้าหน้ารถ ทีนี้มือว่าง...หันมาเกาะสองมือ--” เด็กสาวละล้าละลัง แก้มเป็นสีชมพู ครูหนุ่มเหลือบมองกระจกมองหลังอีกครั้ง
      เร็ว!”
      เธอสะดุ้ง คว้าเอวครูหนุ่มไว้ทันที พร้อมกันนั้น เสียงเครื่องยนต์คำราม และมอเตอร์ไซค์สีเทาเงินหน้าตาบ้านๆก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วที่ไม่น่าทำได้ ครูหนุ่มหักเลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กๆซึ่งต่อกับถนนเกษตร-นวมินทร์
      เพราะเป็นถนนค่อนข้างใหญ่หรืออย่างไรไม่ทราบ ถนนเกษตร-นวมินทร์จึงมีรถยนต์พลุกพล่าน เด็กสาวเหลือบมองเบื้องหลัง และเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมครูหนุ่มถึงต้องรีบร้อนนัก
      ในมือของชายร่างหนาคือปืนสีดำสนิท เด็กสาวรู้สึกว่ามีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้า เธอกระตุกชายเสื้อครูหนุ่ม
      อาจารย์คะ...ปืน--”
      เธอเห็นได้ในกระจกว่าครูหนุ่มยิ้ม
      สบายมากอย่าห่วง
      ครูหนุ่มพุ่งรถขึ้นไปบนฟุตบาตด้วยความเร็วที่ค่อนข้างมาก คนเดินถนนต่างกระโดดหนีเมื่อรถมอเตอร์ไซค์คันนี้วิ่งตรงเข้าหาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกใดๆ ครูหนุ่มหักเลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้านเสนานิคม ถนนเส้นนี้โล่งกว่าที่ถนนเกษตร-นวมินทร์นัก
      แต่เอ...มันดีกว่ารึเปล่านะ
      เขาเหลือบมองด้านหลัง ฮาร์เลย์คันงามยังคงตามมาอย่างไม่ลดละ หากแต่ขนาดเป็นภัยสำหรับมันและคนขี่ ทำให้มันไม่สามารถหลบหลีกการจราจรที่ติดขัด หรือขึ้นไปวิ่งบนฟุตบาตอย่างที่มอเตอร์ไซค์แม่บ้านคันนี้ทำได้ ครูหนุ่มหันไปยิ้มให้เด็กสาวที่นั่งตัวแข็งอยู่ด้านหลัง
      กลัวเหรอ ครูหนุ่มทำหน้าล้อเลียน ครูว่าเราพ้นแล้วล่ะ ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่เขาก็ไม่ได้ลดความเร็วรถลง นี่กลัวอ่ะดิ...นั่งนิ่งเชียว
      ก็กลัวอ่ะดิ...คะ เด็กสาวมองครูหนุ่มตาเขียว
      อาจารย์ไปสร้างศัตรูไว้ที่ไหนคะเนี่ย เธอถามขณะที่ครูหนุ่มเลี้ยวโค้ง เขาหัวเราะในลำคอแต่ไม่ตอบอะไร เด็กสาวมองเสี้ยวหน้าที่พอเห็นได้จากเบื้องหลังของครูหนุ่ม นึกในใจว่าผู้ชายที่หน้าตาดูไม่มีพิษภัยเช่นนี้ ทำไมจึงมีคนตามล่า คนอย่างคุณครูผู้แสนดีของเธอ ทำไมจึงมีใครต้องการทำร้าย ถึงขนาดเล่นปืนผาหน้าไม้เช่นนี้
      และเขาเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ชายคนนั้น...รถตู้คันนั้น...
      ร้านอาหาร ร้านขายของ ตึกรามบ้านช่องเริ่มปรากฏให้เห็นแก่สายตา เด็กสาวรู้สึกใจชื้น ผู้คนในหมู่บ้านก็เยอะแยะ มันคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง...มั้ง...
      นั่นเองที่เสียงปืนระเบิดขึ้น
      พร้อมกับเสียงหวีดร้องจากผู้คนในบริเวณ ทางหางตา เด็กสาวเห็นมอเตอร์ไซค์คันนั้นกลับมาอีกครั้ง ในระยะที่ใกล้มากทีเดียว
      เกาะแน่นๆนะ ครูหนุ่มย้ำอีกครั้ง เด็กสาวกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
      จารย์! ปืนนะคะ ระวังนะคะ!”
      ความเร็วที่เพิ่มขึ้นแทนคำตอบได้ดี เด็กสาวกอดเอวใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าไว้แน่น ทั้งความเร็วและอาการวิ่งซิกแซกปาดไปปาดมาของครูหนุ่มทำให้เธอกลัว แต่ยิ่งกว่านั้นคือปืนอัตโนมัติรมดำกระบอกนั้น
      ชายผู้นั้นบนฮาร์เลย์คันใหญ่เริ่มยิงอีกครั้ง เสียงกระสุนระเบิดออกจากลำกล้องทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น
      ครูหนุ่มบังคับรถให้วิ่งหลบ เสียงลูกกระสุนกระทบพื้นคอนกรีตไล่หลังมอเตอร์ไซค์สีเทาเงินดัง ปัง ปัง อย่างต่อเนื่อง และด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งของเด็กสาว เขาก็ชักปืนออโตเมติกสีดำสนิทออกจากที่ซ่อนแล้วยิงสวนกลับไปโดยไม่แม้แต่จะหันมอง
      เด็กสาวมองตามวิถีกระสุนที่พุ่งออกไป และพบว่ากระสุนเหล่านั้นเป็นเพียงแค่
      ....กระสุนพลาสติกเม็ดกลมๆ ธรรมดาๆ....
      ปืนอัดลมเหรอคะอาจารย์ =*=”
      บีบีกันไง...เท่ป่ะ ครูหนุ่มว่าพลางเหลือบมองกระจกมองข้าง
      เปรี้ยง!!
      ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะได้ตอบอะไร กระสุนนัดหนึ่งจากปืนออโตเมติกรมดำก็ปะทะเข้ากับกระจกมองหลังซึ่งสะท้อนใบหน้าของครูหนุ่มอยู่แตกกระจาย ใบหน้าของครูหนุ่มที่ปรากฏอยู่บนกระจกนั้นบิดเบี้ยว แวบแรกเด็กสาวคิดว่าเป็นเพราะกระจกแตก แต่ไม่ใช่...
      โลหิตสีแดงเข้มแผ่กระจายเป็นวงกว้างจากรอยขาดที่ต้นแขนครูหนุ่ม เด็กสาวแตะมันด้วยมือที่สั่นสะท้าน เมื่อพบว่าปลายนิ้วเปื้อนของเหลวสีสดนั้นเธอก็หวีดร้อง
      เลือดอ่ะ..เลือด... เด็กสาวพึมพำเสียงสั่น ครูหนุ่มยิ้มเล็กน้อย เขาเลี้ยวรถเข้าไปในซอยแคบ ซึ่งแคบชนิดที่ไม่มีทางที่ฮาร์เลย์คันโตจะตามเข้ามาได้ มันทั้งแคบและเต็มไปด้วยทางแยกยิบย่อย รวมถึงท่อระบายน้ำก็มีกลิ่นเล็กน้อย
      ครูหนุ่มเลี้ยวรถที่แยกข้างหน้า และแยกถัดไป ก่อนจะหยุดรถในที่สุด
      ตอนนี้เด็กสาวไม่รู้เลยว่าเธออยู่ที่ส่วนไหนของประเทศไทย
      ทั้งสองลงจากรถจักรยานยนต์ เด็กสาวส่งผ้าเช็ดหน้าผืนโตให้ครูหนุ่มที่รับไปแล้วพยักหน้าขอบคุณ เธอมองไปรอบๆตัว...กำแพงที่ดูเป็นกำแพงบ้านคน แต่ถึงกระนั้น...ก็แออัดมากเกินไป เด็กสาวเบนสายตาไปที่ครูหนุ่มซึ่งเริ่มทำแผลให้ตัวเองอย่างเงียบๆ
      เป็นไงบ้างคะ...อาจารย์...
      ไม่เป็นไรครับ แค่เฉี่ยวๆ ครูหนุ่มตอบ เงยหน้าขึ้นสบตา หยิบวิทยุให้ครูหน่อย
      หา? ครูหนุ่มชี้ไปที่เบาะรถ เด็กสาวเปิดช่องเก็บของที่อยู่ใต้เบาะ ในนั้นมีของอยู่จำนวนหนึ่ง กระดาษเอกสารปึกหนึ่ง เสื้อกีฬาสีส้มและกางเกงวอร์มขาสั้นชื้นเหงื่อม้วนเป็นก้อน สิ่งที่ถูกห่ออยู่ใต้เสื้อกางเกงชุดนั้นคือวิทยุสื่อสารสีดำและนกหวีดเงิน เด็กสาวส่งวิทยุให้ครูหนุ่มที่รับไปถอดเสาอากาศออกแล้วเสียบปากกาสีส้มที่พกติดตัวเสมอเข้าไปแทน
      เสียงสัญญาณแฟกซ์ดังขึ้น
      แซทเทิร์นเรียกจูปิเตอร์ ครูหนุ่มกรอกคำพูดใส่กระบอกวิทยุ
      รหัสผ่าน เสียงที่ตอบมาเป็นเสียงผู้ชาย ซึ่งเด็กสาวฟังแล้วรู้สึกคุ้นๆหูอยู่
      แปด ศูนย์ หนึ่ง เก้า
      ห้า สี่ แปด หก...ยืนยันความปลอดภัย
      เซย์ร่า เอคโค่ ชาร์ลี ยูนิฟอร์ม ครูหนุ่มโต้กลับเป็นรหัสที่เด็กสาวไม่เข้าใจ
      โรมิโอ อินเดีย แทงโก แยงกี้...ยืนยัน เสียงนั้นตอบ นี่จูปิเตอร์ ทราบแล้วเปลี่ยน
      เปลี่ยน เราถูกตาม ครูหนุ่มตอบ เหลือบมองเด็กสาวที่มีสีหน้างงงวย เป็นไลบร้า รหัสสีส้ม ขอกำลังเสริม
      สีส้ม? ใครเป็นอะไร?
      ตอนนั้นเองที่เด็กสาวจำเสียงนั้นได้
      อาจารย์เรย์
      ครูหนุ่มพยักหน้า
      ฉัน...แค่แขน ไม่เป็นไร
      ผังนางฟ้าล่ะ
      เขาเหลือบมองเด็กสาว
      ปลอดภัย
      ดี ระบุพิกัต
      เสนานิคม พิกัตABMX” ครูหนุ่มขยับปืนอัดลมในมือ มีอาวุธ ปืนสั้น
Glock 12”
      แกล่ะ
      บีบี พลาสติก ร้อยห้าสิบสามเม็ด
      รับทราบ จะจัดการให้เดี๋ยวนี้ เลิกกัน
      เลิกกัน
      ครูหนุ่มถอดปากกาเก็บและประกอบวิทยุกลับสภาพเดิมก่อนจะหันมาเอ่ยกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน
      ไปกันเถอะ อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง พูดพลางกวาดขาขึ้นนั่งประจำที่บนรถคู่ใจ เขาติดเครื่องรถแล้วหันกลับมา...พบว่าเด็กสาวยังคงยืนอยู่ที่จุดเดิม
      ขึ้นมาสิ เขาพูด ครูรู้ว่าเราสงสัย...แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเล่าอะไร...มันอันตรายเกินไป
      พวกเขาสบตากัน บางอย่างในดวงตาสีน้ำตาลกลมโตคู่นั้นทำ...อย่างที่เคยทำเมื่อครั้งที่พวกเขาพบกันครั้งแรก...ทำให้เด็กสาวคล้อยตามความคิดของเขา ทำให้เด็กสาวรู้สึกว่าไม่อยากทำให้เขาต้องเป็นทุกข์..อยากจะตามใจ...
      ผู้ชายคนนั้นเป็นใครคะ...เค้าแค้นอะไรอาจารย์นักหนาคะ ทำไมถึงต้องอยากฆ่าแกงกันด้วย
      ...
      ผังนางฟ้าคืออะไรคะ
      ครูหนุ่มถอนหายใจ
      ไม่ใช่ที่นี่ ที่นี่อันตรายเกินไป เขาพูด ขึ้นมาเถอะ ครูสัญญาว่าเมื่อมันจบ...เมื่อเธอปลอดภัยแล้ว ครูจะเล่าให้เธอฟังทุกอย่าง
      ครูหนุ่มเอ่ยชื่อเด็กสาวเบาๆ
      เธอพยักหน้าในที่สุด เด็กสาวปีนขึ้นนั่งซ้อนหลังครูหนุ่ม คราวนี้เท้าทั้งสองเหยียบบนที่วางเท้าอย่างมั่นคง มือทั้งสองจับเอวหนาอย่างแน่นหนา
      พร้อมนะ?
      พร้อมค่ะ
      รถจักรยานยนต์สีเทาเงินเลขทะเบียน 801 พุ่งทะยานออกไปจากที่นั่น
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-