6
แอคชั่นและดราม่า ครับผม
สิ้นเสียงของคาลลิสโต สิ่งที่เหลืออยู่ในห้องคือความเงียบ ครูหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ เขาปิดประตูตู้เซฟ กดรหัสบางอย่างที่แป้นตัวเลข ฟังจากเสียงดัง กริ๊ก ที่ได้ยิน คิดว่าประตูตู้คงกลับไปล็อกดังเดิมแล้ว
และเขายังถือผังนางฟ้า—ตารางคะแนนสอบกลางภาค—หรืออะไรก็ตามแล้วแต่ว่าคุณมองเรื่องนี้อย่างไร—เอาไว้ในมือ
ครูหนุ่มเปิดลิ้นชักโต๊ะ คุ้ยหาและหยิบของสองสามอย่างออกมา เขาโยนปากกาพลาสติกหน้าตาธรรมดาๆให้เด็กสาวทั้งสองคนละด้าม
“ถือไว้...เอโปรสอนน้องด้วย!” สั่งเสร็จครูหนุ่มก็หันกลับไปทำอะไรสักอย่างกับโต๊ะทำงาน คาลลิสโตอธิบายการใช้ให้รุ่นน้องฟังอย่างคร่าวๆ
“กดนี่แล้วเป็นเลเซอร์ความร้อน เอาไว้ตัดกระจก...เอ่อ...--ทำอะไรได้สารพัดเหมือนในหนังแหล่ะ—หมุนตรงด้ามแล้วกด...ตูม! ระเบิดเลย”
คาลลิสโต—เอโปร—แสดงสีหน้าประกอบคำอธิบายอย่างได้อารมณ์
ครูหนุ่มหมุนตัวมาทางเด็กๆ ถือม้วนกระดาษและไม้บรรทัดพลาสติกไว้ในมือ
“ทำอะไรอยู่! ไปได้แล้ว!” เขาชี้ที่สัมภาระของเด็กสาว “เอาไปด้วยนะ”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”
“ไปเร็ว!”
ทั้งสามวิ่งขึ้นไปตามบันไดลับ ครูหนุ่มเปิดประตูและปล่อยให้พวกเด็กๆวิ่งเข้าไปก่อน ส่วนตนก้มหน้าทำอะไรสักอย่างกับกลอนประตู
ที่เคาน์เตอร์—คอก—ตามที่เด็กสาวเรียก—นายเรวินทร์ ปทุมศรี หรือโค้ดเนมว่าจูปิเตอร์ ยืนอยู่ที่นั่น หอบหายใจขณะที่มองทั้งสามวิ่งเข้ามาหา
“อาจารย์เรย์—” เด็กสาวร้อง แต่ผู้ถูกเรียกยกมือเป็นเชิงห้าม
“ตอนนี้เราอยู่ในภารกิจ” ครูหนุ่ม—อีกคนที่เป็นว่าที่ร้อยตรี...คนที่มีโค้ดเนมว่าแซท เทิร์น—อธิบาย เราจะไม่เรียกชื่อจริง เด็กสาวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
“เกิดอะไรขึ้น” ครูหนุ่มซึ่งเพื่อไม่ให้สับสน—เพราะตอนนี้เรามีครูหนุ่มสองคน--จะเรียกตามโค้ดเนมว่าแซทเทิร์น—เอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ฉันสลัดพวกมันไม่พ้น ฮาร์เลย์คันนั้นเร็วสู้ฮอนด้าเวฟเจ็ดร้อยห้าสิบซีซีของฉันไม่ได้ก็จริง แต่มันกัดไม่ปล่อย—” ตรงนี้เองที่ทุกคนสังเกตเห็นว่านอกจากจะเหนื่อยหอบแล้ว จูปิเตอร์ยังมีบาดแผลเลือดชุ่มที่ต้นขาข้างหนึ่ง
“แกเป็นอะไรมากรึเปล่า”
“ไหว...วิ่งได้” เรวินทร์ยิ้ม “ไลบร้ากับมือสังหารกำลังตามมา ท่านผู้นั้นมีคำสั่งให้พวกเราถอนกำลังโดยเร็ว” ประโยคนี้เขาหันมาพูดกับคาลลิสโตซึ่งพยักหน้ารับ เขาหันกลับไปหาเพื่อนคู่หู ทั้งสองมองตากันครู่หนึ่งแล้วแซทเทิร์นก็พยักหน้ารับอย่างเงียบๆ
ครูหนุ่มหันมาหาเด็กสาว
“คำสั่งของท่านผู้นั้นคือประกาศิต ทุกคนต้องทำตาม” เขาอธิบายอย่างง่ายๆพลางเดินไปที่เสาต้นหนึ่ง ลูบพื้นผิวเรียบนั้น และด้วยแรงกดเบาๆ ตรงตำแหน่งที่ถูกต้อง ผนังเสาก็เปิดออกเป็นช่องกว้าง “เรากับคาลลิสโตลงไปในนี้—รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง” ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับคาลลิสโต
คาลลิสโตพยักหน้ารับ แซทเทิร์นหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากที่ซ่อนลับ—กระเป๋ากางเกงด้านหลัง—เขาคว้าข้อมือข้างซ้ายของเด็กสาวที่มีสีหน้าตกใจ
“อะไรคะ—“
ครูหนุ่มวางนาฬิกาข้อมือสายสแตนเลสหน้าตาธรรมดาๆลงในมือเด็กสาว เธอไม่เห็นว่ามันจะสามารถเป็นอะไรไปมากกว่านาฬิกาข้อมือสายสแตนเลสธรรมดาได้ บางทีมันอาจจะเป็นได้ แต่เธอก็ไม่มีเวลาจะพิจารณา
“ครั้งแรกต้องให้ผู้ใหญ่สวมให้น่ะ” ครูหนุ่มยิ้ม เขาจับบ่าทั้งสองข้างของเด็กสาวแล้วย่อกายลงพอให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกันกับเธอ “ไอ้เรย์ก็มีคาลลิสโต ส่วนครู...ครูหาผู้ช่วยมานานแล้ว เอาเป็นว่าเรามาเป็นผู้ช่วยครูเอาไหม”
“...”
“ครูไม่ได้คิดว่าจะเป็นอย่างนี้” เขาเอ่ย “ครูตั้งใจจะขอร้องเราอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะต้องเร็วขนาดนี้ ในสถานการณ์แบบนี้” เขาตบไหล่เธอเบาๆ
“จะว่ายังไง...”
เด็กสาวไม่ตอบ เพียงแต่พยักหน้า
“ดีมาก” เขายิ้มกว้าง สวมนาฬิกาเรือนนั้นเข้าที่ข้อมือเด็กสาว เธอจ้องมองขณะมือใหญ่ที่อบอุ่นคู่นั้นขยับตัวล็อกให้เข้าที่ “ฟีบี”
“ฟีบี?”
“โค้ดเนมของเราไงล่ะ...ฟีบี”
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มฟังคุ้นหู ครูหนุ่มยืนขึ้นเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองของเขายังจับอยู่ที่บ่าเด็กสาว
“แซทเทิร์น!” จูปิเตอร์เอ่ยเร่ง ผู้ถูกเรียกพยักหน้า เขาม้วนผังนางฟ้าเข้าด้วยกันแล้วใส่เข้าไปที่อกเสื้อของเด็กสาว
“อาจารย์!” เธอร้องอย่างตกใจ ครูหนุ่มจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ
“ฟังนะ...ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากครูสองคน เธอจะต้องไม่ออกมาจากที่นี่...เข้าใจใช่ไหม” แซทเทิร์นเอ่ยอย่างจริงจัง เด็กสาวพยักหน้ารับ ครูหนุ่มมีสีหน้าพอใจ เปิดประตูลับที่ผนังเสาแล้วพูดต่อ “เข้าไปในนี้! เร็วเข้า!”
หลังประตูนั้นเป็นช่องว่างค่อนข้างกว้าง...กว้างพอที่ผู้ชายตัวโตๆสองคนจะเข้าไปอยู่รวมกันได้ เด็กสาวปีนเข้าไปตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“คาลลิสโต! เข้าไป”
สาวน้อยในชุดมิโกะหูแมวปีนตามเข้ามา เด็กสาวขยับที่ว่างให้รุ่นพี่ เธอเงยหน้ามองครูหนุ่มที่พยักหน้าอย่างจริงจังกลับมา
“ฝากด้วยนะ ฟีบี” ว่าแล้วก็ปิดประตูลง
“เดี๋ยว~อาจารย์ไม่มาด้วยกันเหรอคะ” เธอร้อง ครูหนุ่มแง้มประตูแค่พอให้เห็นใบหน้าเสี้ยวหนึ่ง
“คำสั่งของพวกครูคือ ปกป้องข้อมูล ครับ” แซทเทิร์นยิ้ม ตั้งท่าจะปิดประตูอีกครั้ง
“เดี๋ยวค่ะ” ครูหนุ่มเลิกคิ้ว “ระวังตัวกันด้วยนะคะ”
เขาหันไปสบตาคู่หู ยิ้ม
“แน่นอนอยู่แล้วครับ”
ประตูปิดลง เสียงล็อกอัตโนมัติดังขึ้น
อย่างน้อยตอนนี้พวกเธอก็ปลอดภัยแล้ว
-x-x-x-x-x-x-
จูปิเตอร์หยิบไม้หน้าสามขึ้นเหวี่ยงลองกำลัง ส่วนแซทเทิร์นเช็คแมกกาซีนและศูนย์เล็งปืนอัดลมในมืออย่างคล่องแคล่ว ทั้งสองสบตากันท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด
แล้วก็หัวเราะ
ชายหนุ่มทั้งสองโอบไหล่กันและกัน หัวเราะให้กันเหมือนกับที่เคยทำในสถานการณ์คับขันเมื่อนานมาแล้ว
เสียงเครื่องยนต์ฟังดูใกล้เข้ามายิ่งขึ้นแล้วเงียบหายไป ทั้งสองก้าวเดินออกจากตัวอาคาร ชั่วขณะที่ประตูกระจกปิดตามหลัง จูปิเตอร์เหลือบมองช่องลับที่เด็กสาวทั้งสองซ่อนตัวอยู่
“ไม่เป็นไรหรอกน่า อย่าห่วงเลย เด็กพวกนั้นดูแลตัวเองได้”
“มันก็ไม่แน่” เรวินทร์ว่า “กลัวแต่จะลุกขึ้นมาอาละวาดอีกน่ะสิ เหมือนคราวนั้น—“
“เอาน่า” แซทเทิร์นพูดพลางใส่กลอนประตูกระจกด้วยกลไกและเทคนิกพิเศษที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น “ตอนนี้เราสนใจแต่เรื่องพวกนี้ก็พอแล้ว”
ตรงหน้าของพวกเขา ที่เชิงบันไดทางขึ้นตึก มอเตอร์ไซค์คันใหญ่สองคันจอดหันหน้าเข้าหากัน ทำมุม45องศาอย่างแม่นยำ แซทเทิร์นยิ้ม สมกับที่เป็นไลบร้า ชายหนุ่มร่างหนายืนคร่อมมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ส่วนอีกคันหนึ่งแม้ผู้ขับขี่จะสวมแว่นกันลมปิดบังใบหน้า แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่ม เด็กสาวผมยาวกระโดดลงมายืนกับพื้น
“แกเอาคนไหน” จูปิเตอร์เอ่ย
“แกล่อไลบร้า ชั้นเอาเบรฟเอง”
“ฮิโร่ล่ะ”
“ช่างหัวมัน”
-x-x-x-x-x-x-
วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554
[สมาคมหนุ่ม ICT ได้อีก] # 5 (Rewrite)
5
จบ...ได้รึยังคะ...
ครูหนุ่มเลี้ยวรถที่แยกตลาดโชคชัยสี่ เด็กสาวรู้สึกโล่งใจขึ้นมากนับตั้งแต่ทิวทัศน์รอบกายเริ่มคุ้นตา ครูหนุ่มโบกแขนซ้าย ลุงยามซึ่งดูจะเข้าใจความหมายของสัญญาณนั้นรุดเข้ามาเปิดประตูโรงเรียนให้พวกเขาทันที
ครุหนุ่มชูมือขึ้นสูงและโบกลงที่เอว เป็นสัญญาณให้ลุงยามรีบปิดประตูลงกลอนดังเดิม เขาขับรถเข้าไปตามถนน ผ่านตึกสิบ ตึกกลุ่มอาคารเทเลทับบี้ ตึกห้องสมุด ก่อนจะเลี้ยวขวาข้ามผ่านฟุตบาท และจอดลงที่หน้าอาคารศูนย์บริการคอมพิวเตอร์ ที่ซึ่งพวกเขาจากมา
เด็กสาวกระโดดลงจากรถแทบจะทันที รู้สึกโล่งใจเหลือเกินที่ได้กลับมาอยู่บนพื้นอีกครั้ง เธอรับรู้ได้ว่าท้องฟ้ามืดลง...คงจะหกโมงกว่าแล้ว...
“เอากระเป๋าลงมาด้วยนะครับ”
ครูหนุ่มที่เดินนำขึ้นบันไดไปก่อนแล้วหันกลับมาเตือน เด็กสาวพยักหน้ารับ...ต่อให้อาจารย์ไม่เอ่ยเตือน เธอก็มีนิสัยหวงสมบัติ (หรือที่เรียกกันว่าบ้าหอบฟาง) ไม่มีทางทิ้งข้าวของไว้โดยไม่มีใครเฝ้าอยู่แล้ว ครูหนุ่มหยิบกุญแจพวงหนึ่งซึ่งร้อยด้วยเชือกสีเขียวออกมาและใช้มันไขประตูตึก
เขานำเด็กสาวเข้าไปด้านในโดยไม่ลืมที่จะล็อกประตูตามหลัง ภายในอาคารมืดสนิทดังที่เด็กสาวคาดการณ์เอาไว้ คอมพิวเตอร์เกือบห้าสิบเครื่องปิดเงียบ ไม่มีเสียงใดๆให้ได้ยินเว้นแต่เสียงลมหายใจของพวกเขา
“ทางนี้ครับ” ครูหนุ่มเดินนำเด็กสาวไปที่เสาต้นหนึ่งด้านซ้ายมือ ที่เสาต้นนั้นมีประตูอยู่ ตามปรกติแล้วประตูบานนี้จะล็อก ไม่มีใครเปิดได้ ซึ่งเด็กสาวเคยได้รับคำอธิบายจากครูหนุ่มว่าหลังประตูบานนั้นคือเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียน ครูหนุ่มเปิดประตูนั้นออกอย่างง่ายดาย
ขั้นบันไดทอดยาวจากพื้นหายลับขึ้นไปด้านบน เด็กสาวมองครูหนุ่ม
“ขึ้นไปสิ”
“เอ่อ...หนู...”
...คุณครูอยากให้เธอขึ้นไปก่อน เพื่อที่เขาจะได้ระวังหลังให้ เธอเข้าใจ..
...แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่มีอะไรอันตรายคอยอยู่หลังเงามืดนั้น...เพราะงั้น เธอถึงอยากให้คุณครูขึ้นไปก่อน~!!
ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็เดินขึ้นไปก่อนโดยไม่วายเหลียวหลังมองอยู่บ่อยๆ เห็นครูหนุ่มปิดประตูตามหลัง เสียงล็อกประตูดังกริ๊กบอกเธอว่าประตูนั้นลงกลอนตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอรับกำลังใจจากดวงตากลมโตที่คุ้นเคยนั้นแล้วจึงเดินต่อไป
มันเป็นบันไดเวียนแคบๆสูงขึ้นไปด้านบน เด็กสาวคาดเดาได้ว่ามันนำทางขึ้นไปสู่ชั้นบนของตึก
แล้วเด็กสาวก็มาถึงทางตัน
ประตูบานหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
“ครูคะ”
ครูหนุ่มเอื้อมมือข้ามไหล่เด็กสาวมาที่ผนังนั้นแล้วเคาะเป็นจังหวะ
“นั่นใคร”
เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงคล้ายเสียงสังเคราะห์ ซึ่งดังก้องอยู่รอบๆตัวพวกเขา
“เราคือเทพีแห่งการทำลายและการกำเนิด ผู้ปกป้องดาวเสาร์ ดวงดาวแห่งนิรันดร์”
...เอ่อ นั่นเซเลอร์แซทเทิร์นค่ะครู....
“คุณเป็นใครกันแน่”
“เราก็เป็นแค่ครูคอมพิวเตอร์คนนึง”
“ชาร์ลี ออสการ์ ไมกี้ ปาป้า” เสียงนั้นพูด ครูหนุ่มอมยิ้มนิดๆก่อนตอบ
“ยูนิฟอร์ม แทงโก้ เอคโค่ โรมิโอ”
สองเสียงประสานกัน
“ยืนยัน!”
..
....
ประตูบานนั้นเปิดออก
-x-x-x-x-x-x-
ห้องนั้นเป็นห้องกว้าง สว่างไสวด้วยแสงไฟสีฟ้าอมขาว กลางห้องไม่มีพื้นกั้น ล้อมด้วยราวกันตก โต๊ะกระจกสร้างล้อมช่องว่างกลางพื้นห้อง บนโต๊ะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน เครื่องพิมพ์วางอยู่พร้อม แม้แต่เครื่องพิมพ์ดีดก็ยังมี
ในห้องนั้นไม่มีใคร เว้นก็แต่
หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดฮากามะแบบมิโกะ เธอสวมหน้ากากแมวบดบังใบหน้าครึ่งบนและมีหูแมวที่มีขนปุกปุยโผล่พ้นเส้นผม ผิวของเธอเป็นสีน้ำผึ้ง รอยยิ้มและดวงตาของเธอเป็นสิ่งที่เด็กสาวคุ้นตานัก
“เอโปร...เปลี่ยนชุดอีกแล้วเหรอ” ครูหนุ่มว่าพลางปิดประตูตามหลัง เช่นเคย ประตูนั้นลงกลอนตัวเองทันที
“มันก็ต้องยังงี้ล่ะค่ะอาจารย์...เหมียว!”
เสียงของเธออีกเช่นกันที่คุ้นหูเด็กสาว
“เอโปร?...อย่าบอกนะว่า...เจ๊โป--”
“เหมียว มั้ยจ๊ะ” หญิงสาวหูแมวร้อง ถอดหน้ากากออก เธอส่งยิ้มกว้างให้เด็กสาวและครูหนุ่ม “เข้าใจถูกต้องแล้ว แต่ที่นี่ พี่คือคาลลิสโต มือขวาของจูปิเตอร์”
“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ” ครูหนุ่มตัดบท เดินนำไปทางฉากกั้นห้องซึ่งอยู่ด้านขวามือของพวกเขา เด็กสาวหูแมวหรือที่เขาเรียกว่าเอโปรเดินตามไป เด็กสาวไม่มีทางเลือกใดๆนอกจากตามพวกเขาไปด้วย
“เอโปร...วันนี้เราเข้าเวรเหรอ” ครูหนุ่มถามพลางก้าวขาเดินข้ามห้อง
“ค่ะ พอดีหนูทำรีเสิร์จค้างไว้” หญิงสาวหูแมวชี้ไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งซึ่งเปิดอยู่ “จู่ๆอาจารย์เรย์ก็ออกไป...เป็นพวกอาจารย์ใช่ไหมคะ”
อ้อ...เดี๋ยวนี้เราเรียกชื่อกันได้แล้วเหรอ
“อืม...ครูโดนไลบร้าไล่ตาม แล้วยังมีเบรฟกับฮิโร่ตามมาอีก...มันส่งมือดีที่สุดของมันมาอย่างที่เราคิดเอาไว้ ผังนางฟ้ามีค่ากับพวกมันมากจริงๆ...คงได้ค่าหัวมากล่ะมั้ง”
“นั่นสินะคะ”
“อาจารย์คะ...เจ๊...หนูงงไปหมดแล้วนะคะ ช่วยพูดให้หนูรู้เรื่องด้วยได้ไหมคะ” เด็กสาวร้องขึ้นหลังเงียบมาตลอด ไม่เข้าใจสิ่งที่คนทั้งสองพูดกันแม้แต่น้อย
ครูหนุ่มเปิดประตูที่ฉากกั้นห้อง
“เข้ามาก่อน ครูจะเล่าให้เธอฟังเอง”
ในห้องนั้นแคบกว่าที่เธอคิดเอาไว้ โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่กินพื้นที่เกือบครึ่งไป ตู้เหล็กและชั้นหนังสือทำจากโลหะวางชิดผนังฝั่งหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นบันไดลงไปด้านล่าง
“เจ๊...” เด็กสาวเอ่ย เมื่อเห็นรุ่นพี่ไม่ตามเข้ามา
“ปล่อยเขาทำรีเสิร์จไปเถอะ” ครูหนุ่มว่า เดินนำลงบันไดไป
บันไดนั้นแคบ มีราวจับพาดอยู่ทั้งสองฝั่ง แสงสีฟ้าขาวอาบร่างครูหนุ่มที่เดินอยู่เบื้องหน้า เด็กสาวก้าวตามเขาไป มันเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างยาวทีเดียว ลงไปได้ครู่หนึ่งก็ปรากฏบานประตูที่ขวามือเด็กสาว เธอขยับจะเปิดประตูบานนั้นแต่ก็ถูกครูหนุ่มรั้งเอาไว้
“ไม่ใช่บานนั้นครับ” เขาเดินต่อไป เด็กสาวงุนงงเล็กน้อยแต่ก็ตามเขาไป
ครู่เดียวก็สุดทาง เด็กสาวรู้สึกได้ว่าอากาศในบริเวณนี้เย็นขึ้น...พวกเขาคงอยู่ใต้บ่อเต่า ประตูอีกบานหนึ่งตั้งตระหง่านตรงหน้าพวกเขา ครูหนุ่มไขประตูบานนั้นด้วยกุญแจดอกหนึ่งในพวงเชือกสีเขียว เขากดสวิตช์ไฟที่ติดตั้งอยู่ข้างบานประตูก่อนจะเข้าไป
เป็นห้องที่ค่อนข้างกว้าง...พอกับห้องที่ชั้นหนึ่ง แบ่งเป็นสัดส่วนเรียบร้อยด้วยฉากกั้นห้อง ครูหนุ่มเดินนำเด็กสาวอ้อมฉากกั้นห้อง เด็กสาวแหงนมองเพดานห้อง...เป็นกระจก....กระจกใสที่แสดงให้เห็นว่าครูหนุ่มนำเธอลงมาใต้บ่อเต่าจริงอย่างที่คิด เธอยิ้มเมื่อเห็นเต่าตัวหนึ่งว่ายน้ำผ่านไป
เช่นเดียวกับห้องด้านบน หลังฉากกั้นห้องตั้งโต๊ะทำงานขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้เข้าชุด บนโต๊ะมีจอคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ถึงสามจอ เข้าใจว่าทั้งสามจอคงเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
ข้างโต๊ะทำงานตั้งชั้นหนังสือสูงระดับเอวและตู้เหล็กลักษณะเดียวกับที่มีอยู่ตามห้องเรียน ผนังเหนือชั้นหนังสือติดแผนที่โลก แผนที่ประเทศไทย และตารางที่เขียนด้วยสัญลักษณ์แปลกๆซึ่งเด็กสาวไม่เข้าใจ
เยื้องกับโต๊ะทำงานคือเก้าอี้นวมตัวยาวและโต๊ะกระจก ที่ขอบโต๊ะวางตั้งหนังสือจำนวนหนึ่ง เด็กสาวสามารถจินตนาการภาพครูหนุ่มนอนเหยียดยาวอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นได้อย่างง่ายดาย
“นั่งก่อนสิ” เขาเอ่ย ผายมือไปทางเก้าอี้นวม เด็กสาวทำตาม ยังคงตื่นตาตื่นใจกับออฟฟิศใต้น้ำของครูหนุ่ม “รอแป๊บนึงนะ” พูดแล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งเด็กสาวไว้ลำพัง
ครู่เดียวเขาก็กลับมาพร้อมแก้วเซรามิกควันฉุยสองใบ
“โอลวันตินครับ” เขาวางแก้วทั้งสองใบลงบนโต๊ะกระจกพลางนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน จิบเครื่องดื่มในแก้วของตนพอเป็นพิธี
เด็กสาวไม่ใส่ใจเครื่องดื่มที่ครูหนุ่มนำมาให้ เธอจ้องหน้าเขาอย่างคาดคั้น ครูหนุ่มที่ดูจะเข้าใจสายตานั้นหัวเราะ
“อะไร...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ครูกำลังจะเล่านี่ล่ะ”
เขาส่งเสียงกระแอมกระไอ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำเอาเท่หรือไอไล่เสลดจริงๆ แต่เด็กสาวก็ส่งยาอมแก้ไอข้ามโต๊ะกระจกไปให้ ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง...ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร เด็กสาวรอให้ครูหนุ่มเล่าเรื่องของเขา
เพราะฉะนั้นเลิกเงียบแล้วก็เล่ามาได้แล้ว
ครูหนุ่มยกมือเสยผม ยิ้มแหยๆขณะพยายามเริ่มเรื่อง
“ครูเล่าไม่เก่ง~” นั่นทำให้เขาถูกเด็กสาวมองด้วยแววตาเขียวปื้ด
ก็เล่ามาเหอะน่า~!!!!!
“ที่นี่เป็นองค์กรลับครับ” ครูหนุ่มพูดออกมาในที่สุด “เราเรียกกันในชื่อที่เอโปรเป็นคนตั้งว่า ‘สมาคมหนุ่ม ICT’”
“รู้ไหมครับว่าย่อมาจากอะไร”
“Information Communication Technology ใช่ไหมคะ” เด็กสาวตอบ ครูหนุ่มพยักหน้า
“ครับ...แต่ICTของเราย่อมาจาก Intelligence Civil service of Thailand...ที่นี่...แฝงตัวอยู่ในเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียน คือคอมพิวเตอร์ซึ่งรวบรวมข้อมูล เหตุการณ์และรายละเอียดเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและดับไปในโลกใบนี้เอาไว้”
“งั้นที่นี่...”
“เซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียนจริงๆครับ” ครูหนุ่มยิ้ม “ครูกับพวกอีกสองสามคนเป็นสมาชิกองค์กร มี “ท่านผู้นั้น” เป็นหัวหน้า...อย่าถามนะครับว่าใคร ครูบอกไม่ได้จริงๆ”
“ไม่ใช่ ผ.อ. ใช่ไหมคะ”
ครูหนุ่มหัวเราะ “ไม่ใช่ครับ”
“มีใครบ้างคะ”
“ครู...อ.เรย์...อ.ตรี...ไอ้พวกนี้แหล่ะ” เขาว่า “เด็กคนไหนที่ดูมีแวว เราก็ชวนเข้ามา...แต่ไม่กี่คนหรอกนะ” ครูหนุ่มยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอีกครั้ง “เออจริงสิ เอโปร บอกจะจับครูแต่งหญิง....”
“โดนแน่ค่ะจารย์” เด็กสาวหัวเราะ “แล้วยังไงต่อคะ”
“ที่ครูเล่านี่เพราะครูไว้ใจเรานะ...อีกอย่างครูติดหนี้ความจริงกับเราด้วย” ครูหนุ่มเสยผมอีกครั้ง “เอ้า...อยากรู้เรื่องอะไรก็...ว่ามาสิ”
“คนพวกนั้นเป็นใครคะ เกี่ยวข้องยังไงกับอาจารย์ แล้วต้องการอะไร ทำไมต้องไล่ยิงกันยังงี้ด้วย แล้วทำไมอาจารย์ถึงพกปืน (อัดลม) ทำไม—“
“ทีละเรื่องๆ...คนพวกนั้นที่เราว่า เป็นองค์กรลับเหมือนกัน พวกนี้เป็นองค์กรอิสระ รับจ้างล่าข้อมูล ความลับ รับเงินเป็นหลัก...ไม่ขึ้นตรงต่อใคร” เขาหยุดดื่มเครื่องดื่มของตัวเองเล็กน้อย
“เบรฟกับฮิโร่ เบรฟคือเด็กผู้หญิงที่ถือคันธนู ฮิโร่คือคนขับมอเตอร์ไซค์ ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยรถมอเตอร์ไซค์ผู้ชายสีเทา คันที่เราเจอวันนี้ สองคนนี้เป็นคู่หูที่เข้ากันได้ดีมาก ฝีมือยิงธนูที่แม่นราวจับวางของเบรฟ กับทักษะขับมอเตอร์ไซค์ของฮิโร่ พอมารวมกันแล้วเป็นศัตรูที่ร้ายกาจทีเดียว” เขาว่า เด็กสาวยิ้มนิดๆ
“นับว่าเป็นมือดีที่สุดของพวกมันเลยก็เป็นได้ เพราะอย่างนั้นก็เลยมีแต่ภารกิจโหดๆเท่านั้นที่เหลือถึงมือสองคนนี้...โชคไม่ดี คือภารกิจที่มีพวกเราไปพัวพัน เป็นภารกิจที่โหดเสมอ” เขาหัวเราะ “พวกเรากับพวกมันทำงานขัดขากันตลอดล่ะ เรื่องปืนอัดลม...ครูก็ต้องป้องกันตัวสิ ถูกมั้ย”
เด็กสาวยิ้ม รู้สึกว่าบทสุดท้ายนี้จะมีบทพูดเยอะเหลือเกิน
“อ้าว...ก็ให้เล่านิ” ครูหนุ่มว่า “ให้เล่าเรื่อง ให้อธิบายก็ต้องมีบทพูด ไม่ถูกเหรอครับ” ว่าแล้วยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอีก
ก็ว่ายังงั้นล่ะนะ
“โอเค...ต่อ...เราถึงไหนแล้วนะ?”
“ผังนางฟ้าละคะอาจารย์...ผังนางฟ้าคืออะไรคะ”
“ก่อนอื่น...ใบคะแนนสอบกลางภาคที่ครูให้เราไป ขอให้ครูได้ไหมครับ” เด็กสาวงงไม่น้อยกับการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอหยิบแฟ้มเอกสารออกจากถุงผ้าซึ่งเธอกอดไว้ตลอดการเดินทางแล้วส่งกระดาษสองใบให้ครูหนุ่ม
“มันเกี่ยวอะไรคะ”
“ทุกอย่าง” เขาลุกขึ้นยืน ถือกระดาษสองใบนั้นเดินตรงไปที่ตู้เหล็กทางซ้ายมือ เขาเปิดประตู้ตู้ออก และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเด็กสาวคือ
ประตูอีกบานหนึ่ง
ซึ่งมีเครื่องสแกนม่านตาและรอยนิ้วมือติดตั้งไว้ เด็กสาวคาดว่าครูหนุ่มจะใช้ฝ่ามือแนบเพื่อเปิดล็อค
...แต่เขากลับถอดรองเท้าถุงเท้าออกแล้วยกขาขึ้น...
“ล้อเล่นน่า” ครูหนุ่มแนบฝ่ามือลงไป แสงสีฟ้าขาวสว่างวาบขึ้น เขาส่องดวงตาข้างหนึ่งกับเครื่องสแกนม่านตาก่อนจะถอยห่างออกมาเล็กน้อย
ทันใดนั้น...ราวกับอยู่ในภาพยนตร์ไซไฟ แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งออกจากเครื่องมือหน้าตาประหลาดอาบร่างครูหนุ่มจากศีรษะลงมาจนถึงปลายเท้าราวกับสายตาจับผิดของอาจารย์ฝ่ายปกครอง เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแสงนั้นก็หายไป พร้อมกับเสียงกริ๊กที่กลอนประตูตู้
ครูหนุ่มเอื้อมมือไปที่บานประตู เปิดมันออก แต่—
เสียงโครมครามดังมาจากด้านบนพร้อมกับร่างของคาลลิสโต—เอโปร—ในชุดมิโกะหูแมวที่วิ่งพรวดพราดลงมาจากชั้นสอง สีหน้าของเธอราวกับว่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“อาจารย์—แซทเทิร์น--” เสียงของเธอขาดหายเพราะความเหนื่อย ผู้ถูกเรียกชะงักมือท่ำลังจะเปิดประตูตู้เซฟ
“อะไร! เกิดอะไรขึ้น!”
สีหน้าที่เปลี่ยนเป็นจริงจังของครูหนุ่มทำให้เด็กสาวตกใจ เธอกอดกระเป๋าและสัมภาระไว้แน่นขึ้น
“รหัสสีแดง! จูปิเตอร์กลับมาแล้ว! ไลบร้ากับพวกมือสังหารกำลังตามมา” คาลลิสโตประกาศ “มีคำสั่งให้ถอนตัวโดยด่วน!”
-x-x-x-x-x-x-
จบ...ได้รึยังคะ...
ครูหนุ่มเลี้ยวรถที่แยกตลาดโชคชัยสี่ เด็กสาวรู้สึกโล่งใจขึ้นมากนับตั้งแต่ทิวทัศน์รอบกายเริ่มคุ้นตา ครูหนุ่มโบกแขนซ้าย ลุงยามซึ่งดูจะเข้าใจความหมายของสัญญาณนั้นรุดเข้ามาเปิดประตูโรงเรียนให้พวกเขาทันที
ครุหนุ่มชูมือขึ้นสูงและโบกลงที่เอว เป็นสัญญาณให้ลุงยามรีบปิดประตูลงกลอนดังเดิม เขาขับรถเข้าไปตามถนน ผ่านตึกสิบ ตึกกลุ่มอาคารเทเลทับบี้ ตึกห้องสมุด ก่อนจะเลี้ยวขวาข้ามผ่านฟุตบาท และจอดลงที่หน้าอาคารศูนย์บริการคอมพิวเตอร์ ที่ซึ่งพวกเขาจากมา
เด็กสาวกระโดดลงจากรถแทบจะทันที รู้สึกโล่งใจเหลือเกินที่ได้กลับมาอยู่บนพื้นอีกครั้ง เธอรับรู้ได้ว่าท้องฟ้ามืดลง...คงจะหกโมงกว่าแล้ว...
“เอากระเป๋าลงมาด้วยนะครับ”
ครูหนุ่มที่เดินนำขึ้นบันไดไปก่อนแล้วหันกลับมาเตือน เด็กสาวพยักหน้ารับ...ต่อให้อาจารย์ไม่เอ่ยเตือน เธอก็มีนิสัยหวงสมบัติ (หรือที่เรียกกันว่าบ้าหอบฟาง) ไม่มีทางทิ้งข้าวของไว้โดยไม่มีใครเฝ้าอยู่แล้ว ครูหนุ่มหยิบกุญแจพวงหนึ่งซึ่งร้อยด้วยเชือกสีเขียวออกมาและใช้มันไขประตูตึก
เขานำเด็กสาวเข้าไปด้านในโดยไม่ลืมที่จะล็อกประตูตามหลัง ภายในอาคารมืดสนิทดังที่เด็กสาวคาดการณ์เอาไว้ คอมพิวเตอร์เกือบห้าสิบเครื่องปิดเงียบ ไม่มีเสียงใดๆให้ได้ยินเว้นแต่เสียงลมหายใจของพวกเขา
“ทางนี้ครับ” ครูหนุ่มเดินนำเด็กสาวไปที่เสาต้นหนึ่งด้านซ้ายมือ ที่เสาต้นนั้นมีประตูอยู่ ตามปรกติแล้วประตูบานนี้จะล็อก ไม่มีใครเปิดได้ ซึ่งเด็กสาวเคยได้รับคำอธิบายจากครูหนุ่มว่าหลังประตูบานนั้นคือเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียน ครูหนุ่มเปิดประตูนั้นออกอย่างง่ายดาย
ขั้นบันไดทอดยาวจากพื้นหายลับขึ้นไปด้านบน เด็กสาวมองครูหนุ่ม
“ขึ้นไปสิ”
“เอ่อ...หนู...”
...คุณครูอยากให้เธอขึ้นไปก่อน เพื่อที่เขาจะได้ระวังหลังให้ เธอเข้าใจ..
...แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่มีอะไรอันตรายคอยอยู่หลังเงามืดนั้น...เพราะงั้น เธอถึงอยากให้คุณครูขึ้นไปก่อน~!!
ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็เดินขึ้นไปก่อนโดยไม่วายเหลียวหลังมองอยู่บ่อยๆ เห็นครูหนุ่มปิดประตูตามหลัง เสียงล็อกประตูดังกริ๊กบอกเธอว่าประตูนั้นลงกลอนตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอรับกำลังใจจากดวงตากลมโตที่คุ้นเคยนั้นแล้วจึงเดินต่อไป
มันเป็นบันไดเวียนแคบๆสูงขึ้นไปด้านบน เด็กสาวคาดเดาได้ว่ามันนำทางขึ้นไปสู่ชั้นบนของตึก
แล้วเด็กสาวก็มาถึงทางตัน
ประตูบานหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
“ครูคะ”
ครูหนุ่มเอื้อมมือข้ามไหล่เด็กสาวมาที่ผนังนั้นแล้วเคาะเป็นจังหวะ
“นั่นใคร”
เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงคล้ายเสียงสังเคราะห์ ซึ่งดังก้องอยู่รอบๆตัวพวกเขา
“เราคือเทพีแห่งการทำลายและการกำเนิด ผู้ปกป้องดาวเสาร์ ดวงดาวแห่งนิรันดร์”
...เอ่อ นั่นเซเลอร์แซทเทิร์นค่ะครู....
“คุณเป็นใครกันแน่”
“เราก็เป็นแค่ครูคอมพิวเตอร์คนนึง”
“ชาร์ลี ออสการ์ ไมกี้ ปาป้า” เสียงนั้นพูด ครูหนุ่มอมยิ้มนิดๆก่อนตอบ
“ยูนิฟอร์ม แทงโก้ เอคโค่ โรมิโอ”
สองเสียงประสานกัน
“ยืนยัน!”
..
....
ประตูบานนั้นเปิดออก
-x-x-x-x-x-x-
ห้องนั้นเป็นห้องกว้าง สว่างไสวด้วยแสงไฟสีฟ้าอมขาว กลางห้องไม่มีพื้นกั้น ล้อมด้วยราวกันตก โต๊ะกระจกสร้างล้อมช่องว่างกลางพื้นห้อง บนโต๊ะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน เครื่องพิมพ์วางอยู่พร้อม แม้แต่เครื่องพิมพ์ดีดก็ยังมี
ในห้องนั้นไม่มีใคร เว้นก็แต่
หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดฮากามะแบบมิโกะ เธอสวมหน้ากากแมวบดบังใบหน้าครึ่งบนและมีหูแมวที่มีขนปุกปุยโผล่พ้นเส้นผม ผิวของเธอเป็นสีน้ำผึ้ง รอยยิ้มและดวงตาของเธอเป็นสิ่งที่เด็กสาวคุ้นตานัก
“เอโปร...เปลี่ยนชุดอีกแล้วเหรอ” ครูหนุ่มว่าพลางปิดประตูตามหลัง เช่นเคย ประตูนั้นลงกลอนตัวเองทันที
“มันก็ต้องยังงี้ล่ะค่ะอาจารย์...เหมียว!”
เสียงของเธออีกเช่นกันที่คุ้นหูเด็กสาว
“เอโปร?...อย่าบอกนะว่า...เจ๊โป--”
“เหมียว มั้ยจ๊ะ” หญิงสาวหูแมวร้อง ถอดหน้ากากออก เธอส่งยิ้มกว้างให้เด็กสาวและครูหนุ่ม “เข้าใจถูกต้องแล้ว แต่ที่นี่ พี่คือคาลลิสโต มือขวาของจูปิเตอร์”
“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ” ครูหนุ่มตัดบท เดินนำไปทางฉากกั้นห้องซึ่งอยู่ด้านขวามือของพวกเขา เด็กสาวหูแมวหรือที่เขาเรียกว่าเอโปรเดินตามไป เด็กสาวไม่มีทางเลือกใดๆนอกจากตามพวกเขาไปด้วย
“เอโปร...วันนี้เราเข้าเวรเหรอ” ครูหนุ่มถามพลางก้าวขาเดินข้ามห้อง
“ค่ะ พอดีหนูทำรีเสิร์จค้างไว้” หญิงสาวหูแมวชี้ไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งซึ่งเปิดอยู่ “จู่ๆอาจารย์เรย์ก็ออกไป...เป็นพวกอาจารย์ใช่ไหมคะ”
อ้อ...เดี๋ยวนี้เราเรียกชื่อกันได้แล้วเหรอ
“อืม...ครูโดนไลบร้าไล่ตาม แล้วยังมีเบรฟกับฮิโร่ตามมาอีก...มันส่งมือดีที่สุดของมันมาอย่างที่เราคิดเอาไว้ ผังนางฟ้ามีค่ากับพวกมันมากจริงๆ...คงได้ค่าหัวมากล่ะมั้ง”
“นั่นสินะคะ”
“อาจารย์คะ...เจ๊...หนูงงไปหมดแล้วนะคะ ช่วยพูดให้หนูรู้เรื่องด้วยได้ไหมคะ” เด็กสาวร้องขึ้นหลังเงียบมาตลอด ไม่เข้าใจสิ่งที่คนทั้งสองพูดกันแม้แต่น้อย
ครูหนุ่มเปิดประตูที่ฉากกั้นห้อง
“เข้ามาก่อน ครูจะเล่าให้เธอฟังเอง”
ในห้องนั้นแคบกว่าที่เธอคิดเอาไว้ โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่กินพื้นที่เกือบครึ่งไป ตู้เหล็กและชั้นหนังสือทำจากโลหะวางชิดผนังฝั่งหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นบันไดลงไปด้านล่าง
“เจ๊...” เด็กสาวเอ่ย เมื่อเห็นรุ่นพี่ไม่ตามเข้ามา
“ปล่อยเขาทำรีเสิร์จไปเถอะ” ครูหนุ่มว่า เดินนำลงบันไดไป
บันไดนั้นแคบ มีราวจับพาดอยู่ทั้งสองฝั่ง แสงสีฟ้าขาวอาบร่างครูหนุ่มที่เดินอยู่เบื้องหน้า เด็กสาวก้าวตามเขาไป มันเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างยาวทีเดียว ลงไปได้ครู่หนึ่งก็ปรากฏบานประตูที่ขวามือเด็กสาว เธอขยับจะเปิดประตูบานนั้นแต่ก็ถูกครูหนุ่มรั้งเอาไว้
“ไม่ใช่บานนั้นครับ” เขาเดินต่อไป เด็กสาวงุนงงเล็กน้อยแต่ก็ตามเขาไป
ครู่เดียวก็สุดทาง เด็กสาวรู้สึกได้ว่าอากาศในบริเวณนี้เย็นขึ้น...พวกเขาคงอยู่ใต้บ่อเต่า ประตูอีกบานหนึ่งตั้งตระหง่านตรงหน้าพวกเขา ครูหนุ่มไขประตูบานนั้นด้วยกุญแจดอกหนึ่งในพวงเชือกสีเขียว เขากดสวิตช์ไฟที่ติดตั้งอยู่ข้างบานประตูก่อนจะเข้าไป
เป็นห้องที่ค่อนข้างกว้าง...พอกับห้องที่ชั้นหนึ่ง แบ่งเป็นสัดส่วนเรียบร้อยด้วยฉากกั้นห้อง ครูหนุ่มเดินนำเด็กสาวอ้อมฉากกั้นห้อง เด็กสาวแหงนมองเพดานห้อง...เป็นกระจก....กระจกใสที่แสดงให้เห็นว่าครูหนุ่มนำเธอลงมาใต้บ่อเต่าจริงอย่างที่คิด เธอยิ้มเมื่อเห็นเต่าตัวหนึ่งว่ายน้ำผ่านไป
เช่นเดียวกับห้องด้านบน หลังฉากกั้นห้องตั้งโต๊ะทำงานขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้เข้าชุด บนโต๊ะมีจอคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ถึงสามจอ เข้าใจว่าทั้งสามจอคงเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
ข้างโต๊ะทำงานตั้งชั้นหนังสือสูงระดับเอวและตู้เหล็กลักษณะเดียวกับที่มีอยู่ตามห้องเรียน ผนังเหนือชั้นหนังสือติดแผนที่โลก แผนที่ประเทศไทย และตารางที่เขียนด้วยสัญลักษณ์แปลกๆซึ่งเด็กสาวไม่เข้าใจ
เยื้องกับโต๊ะทำงานคือเก้าอี้นวมตัวยาวและโต๊ะกระจก ที่ขอบโต๊ะวางตั้งหนังสือจำนวนหนึ่ง เด็กสาวสามารถจินตนาการภาพครูหนุ่มนอนเหยียดยาวอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นได้อย่างง่ายดาย
“นั่งก่อนสิ” เขาเอ่ย ผายมือไปทางเก้าอี้นวม เด็กสาวทำตาม ยังคงตื่นตาตื่นใจกับออฟฟิศใต้น้ำของครูหนุ่ม “รอแป๊บนึงนะ” พูดแล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งเด็กสาวไว้ลำพัง
ครู่เดียวเขาก็กลับมาพร้อมแก้วเซรามิกควันฉุยสองใบ
“โอลวันตินครับ” เขาวางแก้วทั้งสองใบลงบนโต๊ะกระจกพลางนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน จิบเครื่องดื่มในแก้วของตนพอเป็นพิธี
เด็กสาวไม่ใส่ใจเครื่องดื่มที่ครูหนุ่มนำมาให้ เธอจ้องหน้าเขาอย่างคาดคั้น ครูหนุ่มที่ดูจะเข้าใจสายตานั้นหัวเราะ
“อะไร...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ครูกำลังจะเล่านี่ล่ะ”
เขาส่งเสียงกระแอมกระไอ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำเอาเท่หรือไอไล่เสลดจริงๆ แต่เด็กสาวก็ส่งยาอมแก้ไอข้ามโต๊ะกระจกไปให้ ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง...ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร เด็กสาวรอให้ครูหนุ่มเล่าเรื่องของเขา
เพราะฉะนั้นเลิกเงียบแล้วก็เล่ามาได้แล้ว
ครูหนุ่มยกมือเสยผม ยิ้มแหยๆขณะพยายามเริ่มเรื่อง
“ครูเล่าไม่เก่ง~” นั่นทำให้เขาถูกเด็กสาวมองด้วยแววตาเขียวปื้ด
ก็เล่ามาเหอะน่า~!!!!!
“ที่นี่เป็นองค์กรลับครับ” ครูหนุ่มพูดออกมาในที่สุด “เราเรียกกันในชื่อที่เอโปรเป็นคนตั้งว่า ‘สมาคมหนุ่ม ICT’”
“รู้ไหมครับว่าย่อมาจากอะไร”
“Information Communication Technology ใช่ไหมคะ” เด็กสาวตอบ ครูหนุ่มพยักหน้า
“ครับ...แต่ICTของเราย่อมาจาก Intelligence Civil service of Thailand...ที่นี่...แฝงตัวอยู่ในเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียน คือคอมพิวเตอร์ซึ่งรวบรวมข้อมูล เหตุการณ์และรายละเอียดเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและดับไปในโลกใบนี้เอาไว้”
“งั้นที่นี่...”
“เซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียนจริงๆครับ” ครูหนุ่มยิ้ม “ครูกับพวกอีกสองสามคนเป็นสมาชิกองค์กร มี “ท่านผู้นั้น” เป็นหัวหน้า...อย่าถามนะครับว่าใคร ครูบอกไม่ได้จริงๆ”
“ไม่ใช่ ผ.อ. ใช่ไหมคะ”
ครูหนุ่มหัวเราะ “ไม่ใช่ครับ”
“มีใครบ้างคะ”
“ครู...อ.เรย์...อ.ตรี...ไอ้พวกนี้แหล่ะ” เขาว่า “เด็กคนไหนที่ดูมีแวว เราก็ชวนเข้ามา...แต่ไม่กี่คนหรอกนะ” ครูหนุ่มยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอีกครั้ง “เออจริงสิ เอโปร บอกจะจับครูแต่งหญิง....”
“โดนแน่ค่ะจารย์” เด็กสาวหัวเราะ “แล้วยังไงต่อคะ”
“ที่ครูเล่านี่เพราะครูไว้ใจเรานะ...อีกอย่างครูติดหนี้ความจริงกับเราด้วย” ครูหนุ่มเสยผมอีกครั้ง “เอ้า...อยากรู้เรื่องอะไรก็...ว่ามาสิ”
“คนพวกนั้นเป็นใครคะ เกี่ยวข้องยังไงกับอาจารย์ แล้วต้องการอะไร ทำไมต้องไล่ยิงกันยังงี้ด้วย แล้วทำไมอาจารย์ถึงพกปืน (อัดลม) ทำไม—“
“ทีละเรื่องๆ...คนพวกนั้นที่เราว่า เป็นองค์กรลับเหมือนกัน พวกนี้เป็นองค์กรอิสระ รับจ้างล่าข้อมูล ความลับ รับเงินเป็นหลัก...ไม่ขึ้นตรงต่อใคร” เขาหยุดดื่มเครื่องดื่มของตัวเองเล็กน้อย
“เบรฟกับฮิโร่ เบรฟคือเด็กผู้หญิงที่ถือคันธนู ฮิโร่คือคนขับมอเตอร์ไซค์ ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยรถมอเตอร์ไซค์ผู้ชายสีเทา คันที่เราเจอวันนี้ สองคนนี้เป็นคู่หูที่เข้ากันได้ดีมาก ฝีมือยิงธนูที่แม่นราวจับวางของเบรฟ กับทักษะขับมอเตอร์ไซค์ของฮิโร่ พอมารวมกันแล้วเป็นศัตรูที่ร้ายกาจทีเดียว” เขาว่า เด็กสาวยิ้มนิดๆ
“นับว่าเป็นมือดีที่สุดของพวกมันเลยก็เป็นได้ เพราะอย่างนั้นก็เลยมีแต่ภารกิจโหดๆเท่านั้นที่เหลือถึงมือสองคนนี้...โชคไม่ดี คือภารกิจที่มีพวกเราไปพัวพัน เป็นภารกิจที่โหดเสมอ” เขาหัวเราะ “พวกเรากับพวกมันทำงานขัดขากันตลอดล่ะ เรื่องปืนอัดลม...ครูก็ต้องป้องกันตัวสิ ถูกมั้ย”
เด็กสาวยิ้ม รู้สึกว่าบทสุดท้ายนี้จะมีบทพูดเยอะเหลือเกิน
“อ้าว...ก็ให้เล่านิ” ครูหนุ่มว่า “ให้เล่าเรื่อง ให้อธิบายก็ต้องมีบทพูด ไม่ถูกเหรอครับ” ว่าแล้วยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอีก
ก็ว่ายังงั้นล่ะนะ
“โอเค...ต่อ...เราถึงไหนแล้วนะ?”
“ผังนางฟ้าละคะอาจารย์...ผังนางฟ้าคืออะไรคะ”
“ก่อนอื่น...ใบคะแนนสอบกลางภาคที่ครูให้เราไป ขอให้ครูได้ไหมครับ” เด็กสาวงงไม่น้อยกับการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอหยิบแฟ้มเอกสารออกจากถุงผ้าซึ่งเธอกอดไว้ตลอดการเดินทางแล้วส่งกระดาษสองใบให้ครูหนุ่ม
“มันเกี่ยวอะไรคะ”
“ทุกอย่าง” เขาลุกขึ้นยืน ถือกระดาษสองใบนั้นเดินตรงไปที่ตู้เหล็กทางซ้ายมือ เขาเปิดประตู้ตู้ออก และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเด็กสาวคือ
ประตูอีกบานหนึ่ง
ซึ่งมีเครื่องสแกนม่านตาและรอยนิ้วมือติดตั้งไว้ เด็กสาวคาดว่าครูหนุ่มจะใช้ฝ่ามือแนบเพื่อเปิดล็อค
...แต่เขากลับถอดรองเท้าถุงเท้าออกแล้วยกขาขึ้น...
“ล้อเล่นน่า” ครูหนุ่มแนบฝ่ามือลงไป แสงสีฟ้าขาวสว่างวาบขึ้น เขาส่องดวงตาข้างหนึ่งกับเครื่องสแกนม่านตาก่อนจะถอยห่างออกมาเล็กน้อย
ทันใดนั้น...ราวกับอยู่ในภาพยนตร์ไซไฟ แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งออกจากเครื่องมือหน้าตาประหลาดอาบร่างครูหนุ่มจากศีรษะลงมาจนถึงปลายเท้าราวกับสายตาจับผิดของอาจารย์ฝ่ายปกครอง เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแสงนั้นก็หายไป พร้อมกับเสียงกริ๊กที่กลอนประตูตู้
ครูหนุ่มเอื้อมมือไปที่บานประตู เปิดมันออก แต่—
เสียงโครมครามดังมาจากด้านบนพร้อมกับร่างของคาลลิสโต—เอโปร—ในชุดมิโกะหูแมวที่วิ่งพรวดพราดลงมาจากชั้นสอง สีหน้าของเธอราวกับว่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“อาจารย์—แซทเทิร์น--” เสียงของเธอขาดหายเพราะความเหนื่อย ผู้ถูกเรียกชะงักมือท่ำลังจะเปิดประตูตู้เซฟ
“อะไร! เกิดอะไรขึ้น!”
สีหน้าที่เปลี่ยนเป็นจริงจังของครูหนุ่มทำให้เด็กสาวตกใจ เธอกอดกระเป๋าและสัมภาระไว้แน่นขึ้น
“รหัสสีแดง! จูปิเตอร์กลับมาแล้ว! ไลบร้ากับพวกมือสังหารกำลังตามมา” คาลลิสโตประกาศ “มีคำสั่งให้ถอนตัวโดยด่วน!”
-x-x-x-x-x-x-
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)