6
แอคชั่นและดราม่า ครับผม
สิ้นเสียงของคาลลิสโต สิ่งที่เหลืออยู่ในห้องคือความเงียบ ครูหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ เขาปิดประตูตู้เซฟ กดรหัสบางอย่างที่แป้นตัวเลข ฟังจากเสียงดัง กริ๊ก ที่ได้ยิน คิดว่าประตูตู้คงกลับไปล็อกดังเดิมแล้ว
และเขายังถือผังนางฟ้า—ตารางคะแนนสอบกลางภาค—หรืออะไรก็ตามแล้วแต่ว่าคุณมองเรื่องนี้อย่างไร—เอาไว้ในมือ
ครูหนุ่มเปิดลิ้นชักโต๊ะ คุ้ยหาและหยิบของสองสามอย่างออกมา เขาโยนปากกาพลาสติกหน้าตาธรรมดาๆให้เด็กสาวทั้งสองคนละด้าม
“ถือไว้...เอโปรสอนน้องด้วย!” สั่งเสร็จครูหนุ่มก็หันกลับไปทำอะไรสักอย่างกับโต๊ะทำงาน คาลลิสโตอธิบายการใช้ให้รุ่นน้องฟังอย่างคร่าวๆ
“กดนี่แล้วเป็นเลเซอร์ความร้อน เอาไว้ตัดกระจก...เอ่อ...--ทำอะไรได้สารพัดเหมือนในหนังแหล่ะ—หมุนตรงด้ามแล้วกด...ตูม! ระเบิดเลย”
คาลลิสโต—เอโปร—แสดงสีหน้าประกอบคำอธิบายอย่างได้อารมณ์
ครูหนุ่มหมุนตัวมาทางเด็กๆ ถือม้วนกระดาษและไม้บรรทัดพลาสติกไว้ในมือ
“ทำอะไรอยู่! ไปได้แล้ว!” เขาชี้ที่สัมภาระของเด็กสาว “เอาไปด้วยนะ”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”
“ไปเร็ว!”
ทั้งสามวิ่งขึ้นไปตามบันไดลับ ครูหนุ่มเปิดประตูและปล่อยให้พวกเด็กๆวิ่งเข้าไปก่อน ส่วนตนก้มหน้าทำอะไรสักอย่างกับกลอนประตู
ที่เคาน์เตอร์—คอก—ตามที่เด็กสาวเรียก—นายเรวินทร์ ปทุมศรี หรือโค้ดเนมว่าจูปิเตอร์ ยืนอยู่ที่นั่น หอบหายใจขณะที่มองทั้งสามวิ่งเข้ามาหา
“อาจารย์เรย์—” เด็กสาวร้อง แต่ผู้ถูกเรียกยกมือเป็นเชิงห้าม
“ตอนนี้เราอยู่ในภารกิจ” ครูหนุ่ม—อีกคนที่เป็นว่าที่ร้อยตรี...คนที่มีโค้ดเนมว่าแซท เทิร์น—อธิบาย เราจะไม่เรียกชื่อจริง เด็กสาวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
“เกิดอะไรขึ้น” ครูหนุ่มซึ่งเพื่อไม่ให้สับสน—เพราะตอนนี้เรามีครูหนุ่มสองคน--จะเรียกตามโค้ดเนมว่าแซทเทิร์น—เอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ฉันสลัดพวกมันไม่พ้น ฮาร์เลย์คันนั้นเร็วสู้ฮอนด้าเวฟเจ็ดร้อยห้าสิบซีซีของฉันไม่ได้ก็จริง แต่มันกัดไม่ปล่อย—” ตรงนี้เองที่ทุกคนสังเกตเห็นว่านอกจากจะเหนื่อยหอบแล้ว จูปิเตอร์ยังมีบาดแผลเลือดชุ่มที่ต้นขาข้างหนึ่ง
“แกเป็นอะไรมากรึเปล่า”
“ไหว...วิ่งได้” เรวินทร์ยิ้ม “ไลบร้ากับมือสังหารกำลังตามมา ท่านผู้นั้นมีคำสั่งให้พวกเราถอนกำลังโดยเร็ว” ประโยคนี้เขาหันมาพูดกับคาลลิสโตซึ่งพยักหน้ารับ เขาหันกลับไปหาเพื่อนคู่หู ทั้งสองมองตากันครู่หนึ่งแล้วแซทเทิร์นก็พยักหน้ารับอย่างเงียบๆ
ครูหนุ่มหันมาหาเด็กสาว
“คำสั่งของท่านผู้นั้นคือประกาศิต ทุกคนต้องทำตาม” เขาอธิบายอย่างง่ายๆพลางเดินไปที่เสาต้นหนึ่ง ลูบพื้นผิวเรียบนั้น และด้วยแรงกดเบาๆ ตรงตำแหน่งที่ถูกต้อง ผนังเสาก็เปิดออกเป็นช่องกว้าง “เรากับคาลลิสโตลงไปในนี้—รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง” ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับคาลลิสโต
คาลลิสโตพยักหน้ารับ แซทเทิร์นหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากที่ซ่อนลับ—กระเป๋ากางเกงด้านหลัง—เขาคว้าข้อมือข้างซ้ายของเด็กสาวที่มีสีหน้าตกใจ
“อะไรคะ—“
ครูหนุ่มวางนาฬิกาข้อมือสายสแตนเลสหน้าตาธรรมดาๆลงในมือเด็กสาว เธอไม่เห็นว่ามันจะสามารถเป็นอะไรไปมากกว่านาฬิกาข้อมือสายสแตนเลสธรรมดาได้ บางทีมันอาจจะเป็นได้ แต่เธอก็ไม่มีเวลาจะพิจารณา
“ครั้งแรกต้องให้ผู้ใหญ่สวมให้น่ะ” ครูหนุ่มยิ้ม เขาจับบ่าทั้งสองข้างของเด็กสาวแล้วย่อกายลงพอให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกันกับเธอ “ไอ้เรย์ก็มีคาลลิสโต ส่วนครู...ครูหาผู้ช่วยมานานแล้ว เอาเป็นว่าเรามาเป็นผู้ช่วยครูเอาไหม”
“...”
“ครูไม่ได้คิดว่าจะเป็นอย่างนี้” เขาเอ่ย “ครูตั้งใจจะขอร้องเราอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะต้องเร็วขนาดนี้ ในสถานการณ์แบบนี้” เขาตบไหล่เธอเบาๆ
“จะว่ายังไง...”
เด็กสาวไม่ตอบ เพียงแต่พยักหน้า
“ดีมาก” เขายิ้มกว้าง สวมนาฬิกาเรือนนั้นเข้าที่ข้อมือเด็กสาว เธอจ้องมองขณะมือใหญ่ที่อบอุ่นคู่นั้นขยับตัวล็อกให้เข้าที่ “ฟีบี”
“ฟีบี?”
“โค้ดเนมของเราไงล่ะ...ฟีบี”
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มฟังคุ้นหู ครูหนุ่มยืนขึ้นเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองของเขายังจับอยู่ที่บ่าเด็กสาว
“แซทเทิร์น!” จูปิเตอร์เอ่ยเร่ง ผู้ถูกเรียกพยักหน้า เขาม้วนผังนางฟ้าเข้าด้วยกันแล้วใส่เข้าไปที่อกเสื้อของเด็กสาว
“อาจารย์!” เธอร้องอย่างตกใจ ครูหนุ่มจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ
“ฟังนะ...ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากครูสองคน เธอจะต้องไม่ออกมาจากที่นี่...เข้าใจใช่ไหม” แซทเทิร์นเอ่ยอย่างจริงจัง เด็กสาวพยักหน้ารับ ครูหนุ่มมีสีหน้าพอใจ เปิดประตูลับที่ผนังเสาแล้วพูดต่อ “เข้าไปในนี้! เร็วเข้า!”
หลังประตูนั้นเป็นช่องว่างค่อนข้างกว้าง...กว้างพอที่ผู้ชายตัวโตๆสองคนจะเข้าไปอยู่รวมกันได้ เด็กสาวปีนเข้าไปตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“คาลลิสโต! เข้าไป”
สาวน้อยในชุดมิโกะหูแมวปีนตามเข้ามา เด็กสาวขยับที่ว่างให้รุ่นพี่ เธอเงยหน้ามองครูหนุ่มที่พยักหน้าอย่างจริงจังกลับมา
“ฝากด้วยนะ ฟีบี” ว่าแล้วก็ปิดประตูลง
“เดี๋ยว~อาจารย์ไม่มาด้วยกันเหรอคะ” เธอร้อง ครูหนุ่มแง้มประตูแค่พอให้เห็นใบหน้าเสี้ยวหนึ่ง
“คำสั่งของพวกครูคือ ปกป้องข้อมูล ครับ” แซทเทิร์นยิ้ม ตั้งท่าจะปิดประตูอีกครั้ง
“เดี๋ยวค่ะ” ครูหนุ่มเลิกคิ้ว “ระวังตัวกันด้วยนะคะ”
เขาหันไปสบตาคู่หู ยิ้ม
“แน่นอนอยู่แล้วครับ”
ประตูปิดลง เสียงล็อกอัตโนมัติดังขึ้น
อย่างน้อยตอนนี้พวกเธอก็ปลอดภัยแล้ว
-x-x-x-x-x-x-
จูปิเตอร์หยิบไม้หน้าสามขึ้นเหวี่ยงลองกำลัง ส่วนแซทเทิร์นเช็คแมกกาซีนและศูนย์เล็งปืนอัดลมในมืออย่างคล่องแคล่ว ทั้งสองสบตากันท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด
แล้วก็หัวเราะ
ชายหนุ่มทั้งสองโอบไหล่กันและกัน หัวเราะให้กันเหมือนกับที่เคยทำในสถานการณ์คับขันเมื่อนานมาแล้ว
เสียงเครื่องยนต์ฟังดูใกล้เข้ามายิ่งขึ้นแล้วเงียบหายไป ทั้งสองก้าวเดินออกจากตัวอาคาร ชั่วขณะที่ประตูกระจกปิดตามหลัง จูปิเตอร์เหลือบมองช่องลับที่เด็กสาวทั้งสองซ่อนตัวอยู่
“ไม่เป็นไรหรอกน่า อย่าห่วงเลย เด็กพวกนั้นดูแลตัวเองได้”
“มันก็ไม่แน่” เรวินทร์ว่า “กลัวแต่จะลุกขึ้นมาอาละวาดอีกน่ะสิ เหมือนคราวนั้น—“
“เอาน่า” แซทเทิร์นพูดพลางใส่กลอนประตูกระจกด้วยกลไกและเทคนิกพิเศษที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น “ตอนนี้เราสนใจแต่เรื่องพวกนี้ก็พอแล้ว”
ตรงหน้าของพวกเขา ที่เชิงบันไดทางขึ้นตึก มอเตอร์ไซค์คันใหญ่สองคันจอดหันหน้าเข้าหากัน ทำมุม45องศาอย่างแม่นยำ แซทเทิร์นยิ้ม สมกับที่เป็นไลบร้า ชายหนุ่มร่างหนายืนคร่อมมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ส่วนอีกคันหนึ่งแม้ผู้ขับขี่จะสวมแว่นกันลมปิดบังใบหน้า แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่ม เด็กสาวผมยาวกระโดดลงมายืนกับพื้น
“แกเอาคนไหน” จูปิเตอร์เอ่ย
“แกล่อไลบร้า ชั้นเอาเบรฟเอง”
“ฮิโร่ล่ะ”
“ช่างหัวมัน”
-x-x-x-x-x-x-
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น