5
จบ...ได้รึยังคะ...
ครูหนุ่มเลี้ยวรถที่แยกตลาดโชคชัยสี่ เด็กสาวรู้สึกโล่งใจขึ้นมากนับตั้งแต่ทิวทัศน์รอบกายเริ่มคุ้นตา ครูหนุ่มโบกแขนซ้าย ลุงยามซึ่งดูจะเข้าใจความหมายของสัญญาณนั้นรุดเข้ามาเปิดประตูโรงเรียนให้พวกเขาทันที
ครุหนุ่มชูมือขึ้นสูงและโบกลงที่เอว เป็นสัญญาณให้ลุงยามรีบปิดประตูลงกลอนดังเดิม เขาขับรถเข้าไปตามถนน ผ่านตึกสิบ ตึกกลุ่มอาคารเทเลทับบี้ ตึกห้องสมุด ก่อนจะเลี้ยวขวาข้ามผ่านฟุตบาท และจอดลงที่หน้าอาคารศูนย์บริการคอมพิวเตอร์ ที่ซึ่งพวกเขาจากมา
เด็กสาวกระโดดลงจากรถแทบจะทันที รู้สึกโล่งใจเหลือเกินที่ได้กลับมาอยู่บนพื้นอีกครั้ง เธอรับรู้ได้ว่าท้องฟ้ามืดลง...คงจะหกโมงกว่าแล้ว...
“เอากระเป๋าลงมาด้วยนะครับ”
ครูหนุ่มที่เดินนำขึ้นบันไดไปก่อนแล้วหันกลับมาเตือน เด็กสาวพยักหน้ารับ...ต่อให้อาจารย์ไม่เอ่ยเตือน เธอก็มีนิสัยหวงสมบัติ (หรือที่เรียกกันว่าบ้าหอบฟาง) ไม่มีทางทิ้งข้าวของไว้โดยไม่มีใครเฝ้าอยู่แล้ว ครูหนุ่มหยิบกุญแจพวงหนึ่งซึ่งร้อยด้วยเชือกสีเขียวออกมาและใช้มันไขประตูตึก
เขานำเด็กสาวเข้าไปด้านในโดยไม่ลืมที่จะล็อกประตูตามหลัง ภายในอาคารมืดสนิทดังที่เด็กสาวคาดการณ์เอาไว้ คอมพิวเตอร์เกือบห้าสิบเครื่องปิดเงียบ ไม่มีเสียงใดๆให้ได้ยินเว้นแต่เสียงลมหายใจของพวกเขา
“ทางนี้ครับ” ครูหนุ่มเดินนำเด็กสาวไปที่เสาต้นหนึ่งด้านซ้ายมือ ที่เสาต้นนั้นมีประตูอยู่ ตามปรกติแล้วประตูบานนี้จะล็อก ไม่มีใครเปิดได้ ซึ่งเด็กสาวเคยได้รับคำอธิบายจากครูหนุ่มว่าหลังประตูบานนั้นคือเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียน ครูหนุ่มเปิดประตูนั้นออกอย่างง่ายดาย
ขั้นบันไดทอดยาวจากพื้นหายลับขึ้นไปด้านบน เด็กสาวมองครูหนุ่ม
“ขึ้นไปสิ”
“เอ่อ...หนู...”
...คุณครูอยากให้เธอขึ้นไปก่อน เพื่อที่เขาจะได้ระวังหลังให้ เธอเข้าใจ..
...แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่มีอะไรอันตรายคอยอยู่หลังเงามืดนั้น...เพราะงั้น เธอถึงอยากให้คุณครูขึ้นไปก่อน~!!
ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็เดินขึ้นไปก่อนโดยไม่วายเหลียวหลังมองอยู่บ่อยๆ เห็นครูหนุ่มปิดประตูตามหลัง เสียงล็อกประตูดังกริ๊กบอกเธอว่าประตูนั้นลงกลอนตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอรับกำลังใจจากดวงตากลมโตที่คุ้นเคยนั้นแล้วจึงเดินต่อไป
มันเป็นบันไดเวียนแคบๆสูงขึ้นไปด้านบน เด็กสาวคาดเดาได้ว่ามันนำทางขึ้นไปสู่ชั้นบนของตึก
แล้วเด็กสาวก็มาถึงทางตัน
ประตูบานหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
“ครูคะ”
ครูหนุ่มเอื้อมมือข้ามไหล่เด็กสาวมาที่ผนังนั้นแล้วเคาะเป็นจังหวะ
“นั่นใคร”
เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงคล้ายเสียงสังเคราะห์ ซึ่งดังก้องอยู่รอบๆตัวพวกเขา
“เราคือเทพีแห่งการทำลายและการกำเนิด ผู้ปกป้องดาวเสาร์ ดวงดาวแห่งนิรันดร์”
...เอ่อ นั่นเซเลอร์แซทเทิร์นค่ะครู....
“คุณเป็นใครกันแน่”
“เราก็เป็นแค่ครูคอมพิวเตอร์คนนึง”
“ชาร์ลี ออสการ์ ไมกี้ ปาป้า” เสียงนั้นพูด ครูหนุ่มอมยิ้มนิดๆก่อนตอบ
“ยูนิฟอร์ม แทงโก้ เอคโค่ โรมิโอ”
สองเสียงประสานกัน
“ยืนยัน!”
..
....
ประตูบานนั้นเปิดออก
-x-x-x-x-x-x-
ห้องนั้นเป็นห้องกว้าง สว่างไสวด้วยแสงไฟสีฟ้าอมขาว กลางห้องไม่มีพื้นกั้น ล้อมด้วยราวกันตก โต๊ะกระจกสร้างล้อมช่องว่างกลางพื้นห้อง บนโต๊ะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน เครื่องพิมพ์วางอยู่พร้อม แม้แต่เครื่องพิมพ์ดีดก็ยังมี
ในห้องนั้นไม่มีใคร เว้นก็แต่
หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดฮากามะแบบมิโกะ เธอสวมหน้ากากแมวบดบังใบหน้าครึ่งบนและมีหูแมวที่มีขนปุกปุยโผล่พ้นเส้นผม ผิวของเธอเป็นสีน้ำผึ้ง รอยยิ้มและดวงตาของเธอเป็นสิ่งที่เด็กสาวคุ้นตานัก
“เอโปร...เปลี่ยนชุดอีกแล้วเหรอ” ครูหนุ่มว่าพลางปิดประตูตามหลัง เช่นเคย ประตูนั้นลงกลอนตัวเองทันที
“มันก็ต้องยังงี้ล่ะค่ะอาจารย์...เหมียว!”
เสียงของเธออีกเช่นกันที่คุ้นหูเด็กสาว
“เอโปร?...อย่าบอกนะว่า...เจ๊โป--”
“เหมียว มั้ยจ๊ะ” หญิงสาวหูแมวร้อง ถอดหน้ากากออก เธอส่งยิ้มกว้างให้เด็กสาวและครูหนุ่ม “เข้าใจถูกต้องแล้ว แต่ที่นี่ พี่คือคาลลิสโต มือขวาของจูปิเตอร์”
“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ” ครูหนุ่มตัดบท เดินนำไปทางฉากกั้นห้องซึ่งอยู่ด้านขวามือของพวกเขา เด็กสาวหูแมวหรือที่เขาเรียกว่าเอโปรเดินตามไป เด็กสาวไม่มีทางเลือกใดๆนอกจากตามพวกเขาไปด้วย
“เอโปร...วันนี้เราเข้าเวรเหรอ” ครูหนุ่มถามพลางก้าวขาเดินข้ามห้อง
“ค่ะ พอดีหนูทำรีเสิร์จค้างไว้” หญิงสาวหูแมวชี้ไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งซึ่งเปิดอยู่ “จู่ๆอาจารย์เรย์ก็ออกไป...เป็นพวกอาจารย์ใช่ไหมคะ”
อ้อ...เดี๋ยวนี้เราเรียกชื่อกันได้แล้วเหรอ
“อืม...ครูโดนไลบร้าไล่ตาม แล้วยังมีเบรฟกับฮิโร่ตามมาอีก...มันส่งมือดีที่สุดของมันมาอย่างที่เราคิดเอาไว้ ผังนางฟ้ามีค่ากับพวกมันมากจริงๆ...คงได้ค่าหัวมากล่ะมั้ง”
“นั่นสินะคะ”
“อาจารย์คะ...เจ๊...หนูงงไปหมดแล้วนะคะ ช่วยพูดให้หนูรู้เรื่องด้วยได้ไหมคะ” เด็กสาวร้องขึ้นหลังเงียบมาตลอด ไม่เข้าใจสิ่งที่คนทั้งสองพูดกันแม้แต่น้อย
ครูหนุ่มเปิดประตูที่ฉากกั้นห้อง
“เข้ามาก่อน ครูจะเล่าให้เธอฟังเอง”
ในห้องนั้นแคบกว่าที่เธอคิดเอาไว้ โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่กินพื้นที่เกือบครึ่งไป ตู้เหล็กและชั้นหนังสือทำจากโลหะวางชิดผนังฝั่งหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นบันไดลงไปด้านล่าง
“เจ๊...” เด็กสาวเอ่ย เมื่อเห็นรุ่นพี่ไม่ตามเข้ามา
“ปล่อยเขาทำรีเสิร์จไปเถอะ” ครูหนุ่มว่า เดินนำลงบันไดไป
บันไดนั้นแคบ มีราวจับพาดอยู่ทั้งสองฝั่ง แสงสีฟ้าขาวอาบร่างครูหนุ่มที่เดินอยู่เบื้องหน้า เด็กสาวก้าวตามเขาไป มันเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างยาวทีเดียว ลงไปได้ครู่หนึ่งก็ปรากฏบานประตูที่ขวามือเด็กสาว เธอขยับจะเปิดประตูบานนั้นแต่ก็ถูกครูหนุ่มรั้งเอาไว้
“ไม่ใช่บานนั้นครับ” เขาเดินต่อไป เด็กสาวงุนงงเล็กน้อยแต่ก็ตามเขาไป
ครู่เดียวก็สุดทาง เด็กสาวรู้สึกได้ว่าอากาศในบริเวณนี้เย็นขึ้น...พวกเขาคงอยู่ใต้บ่อเต่า ประตูอีกบานหนึ่งตั้งตระหง่านตรงหน้าพวกเขา ครูหนุ่มไขประตูบานนั้นด้วยกุญแจดอกหนึ่งในพวงเชือกสีเขียว เขากดสวิตช์ไฟที่ติดตั้งอยู่ข้างบานประตูก่อนจะเข้าไป
เป็นห้องที่ค่อนข้างกว้าง...พอกับห้องที่ชั้นหนึ่ง แบ่งเป็นสัดส่วนเรียบร้อยด้วยฉากกั้นห้อง ครูหนุ่มเดินนำเด็กสาวอ้อมฉากกั้นห้อง เด็กสาวแหงนมองเพดานห้อง...เป็นกระจก....กระจกใสที่แสดงให้เห็นว่าครูหนุ่มนำเธอลงมาใต้บ่อเต่าจริงอย่างที่คิด เธอยิ้มเมื่อเห็นเต่าตัวหนึ่งว่ายน้ำผ่านไป
เช่นเดียวกับห้องด้านบน หลังฉากกั้นห้องตั้งโต๊ะทำงานขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้เข้าชุด บนโต๊ะมีจอคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ถึงสามจอ เข้าใจว่าทั้งสามจอคงเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
ข้างโต๊ะทำงานตั้งชั้นหนังสือสูงระดับเอวและตู้เหล็กลักษณะเดียวกับที่มีอยู่ตามห้องเรียน ผนังเหนือชั้นหนังสือติดแผนที่โลก แผนที่ประเทศไทย และตารางที่เขียนด้วยสัญลักษณ์แปลกๆซึ่งเด็กสาวไม่เข้าใจ
เยื้องกับโต๊ะทำงานคือเก้าอี้นวมตัวยาวและโต๊ะกระจก ที่ขอบโต๊ะวางตั้งหนังสือจำนวนหนึ่ง เด็กสาวสามารถจินตนาการภาพครูหนุ่มนอนเหยียดยาวอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นได้อย่างง่ายดาย
“นั่งก่อนสิ” เขาเอ่ย ผายมือไปทางเก้าอี้นวม เด็กสาวทำตาม ยังคงตื่นตาตื่นใจกับออฟฟิศใต้น้ำของครูหนุ่ม “รอแป๊บนึงนะ” พูดแล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งเด็กสาวไว้ลำพัง
ครู่เดียวเขาก็กลับมาพร้อมแก้วเซรามิกควันฉุยสองใบ
“โอลวันตินครับ” เขาวางแก้วทั้งสองใบลงบนโต๊ะกระจกพลางนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน จิบเครื่องดื่มในแก้วของตนพอเป็นพิธี
เด็กสาวไม่ใส่ใจเครื่องดื่มที่ครูหนุ่มนำมาให้ เธอจ้องหน้าเขาอย่างคาดคั้น ครูหนุ่มที่ดูจะเข้าใจสายตานั้นหัวเราะ
“อะไร...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ครูกำลังจะเล่านี่ล่ะ”
เขาส่งเสียงกระแอมกระไอ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำเอาเท่หรือไอไล่เสลดจริงๆ แต่เด็กสาวก็ส่งยาอมแก้ไอข้ามโต๊ะกระจกไปให้ ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง...ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร เด็กสาวรอให้ครูหนุ่มเล่าเรื่องของเขา
เพราะฉะนั้นเลิกเงียบแล้วก็เล่ามาได้แล้ว
ครูหนุ่มยกมือเสยผม ยิ้มแหยๆขณะพยายามเริ่มเรื่อง
“ครูเล่าไม่เก่ง~” นั่นทำให้เขาถูกเด็กสาวมองด้วยแววตาเขียวปื้ด
ก็เล่ามาเหอะน่า~!!!!!
“ที่นี่เป็นองค์กรลับครับ” ครูหนุ่มพูดออกมาในที่สุด “เราเรียกกันในชื่อที่เอโปรเป็นคนตั้งว่า ‘สมาคมหนุ่ม ICT’”
“รู้ไหมครับว่าย่อมาจากอะไร”
“Information Communication Technology ใช่ไหมคะ” เด็กสาวตอบ ครูหนุ่มพยักหน้า
“ครับ...แต่ICTของเราย่อมาจาก Intelligence Civil service of Thailand...ที่นี่...แฝงตัวอยู่ในเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียน คือคอมพิวเตอร์ซึ่งรวบรวมข้อมูล เหตุการณ์และรายละเอียดเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและดับไปในโลกใบนี้เอาไว้”
“งั้นที่นี่...”
“เซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียนจริงๆครับ” ครูหนุ่มยิ้ม “ครูกับพวกอีกสองสามคนเป็นสมาชิกองค์กร มี “ท่านผู้นั้น” เป็นหัวหน้า...อย่าถามนะครับว่าใคร ครูบอกไม่ได้จริงๆ”
“ไม่ใช่ ผ.อ. ใช่ไหมคะ”
ครูหนุ่มหัวเราะ “ไม่ใช่ครับ”
“มีใครบ้างคะ”
“ครู...อ.เรย์...อ.ตรี...ไอ้พวกนี้แหล่ะ” เขาว่า “เด็กคนไหนที่ดูมีแวว เราก็ชวนเข้ามา...แต่ไม่กี่คนหรอกนะ” ครูหนุ่มยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอีกครั้ง “เออจริงสิ เอโปร บอกจะจับครูแต่งหญิง....”
“โดนแน่ค่ะจารย์” เด็กสาวหัวเราะ “แล้วยังไงต่อคะ”
“ที่ครูเล่านี่เพราะครูไว้ใจเรานะ...อีกอย่างครูติดหนี้ความจริงกับเราด้วย” ครูหนุ่มเสยผมอีกครั้ง “เอ้า...อยากรู้เรื่องอะไรก็...ว่ามาสิ”
“คนพวกนั้นเป็นใครคะ เกี่ยวข้องยังไงกับอาจารย์ แล้วต้องการอะไร ทำไมต้องไล่ยิงกันยังงี้ด้วย แล้วทำไมอาจารย์ถึงพกปืน (อัดลม) ทำไม—“
“ทีละเรื่องๆ...คนพวกนั้นที่เราว่า เป็นองค์กรลับเหมือนกัน พวกนี้เป็นองค์กรอิสระ รับจ้างล่าข้อมูล ความลับ รับเงินเป็นหลัก...ไม่ขึ้นตรงต่อใคร” เขาหยุดดื่มเครื่องดื่มของตัวเองเล็กน้อย
“เบรฟกับฮิโร่ เบรฟคือเด็กผู้หญิงที่ถือคันธนู ฮิโร่คือคนขับมอเตอร์ไซค์ ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยรถมอเตอร์ไซค์ผู้ชายสีเทา คันที่เราเจอวันนี้ สองคนนี้เป็นคู่หูที่เข้ากันได้ดีมาก ฝีมือยิงธนูที่แม่นราวจับวางของเบรฟ กับทักษะขับมอเตอร์ไซค์ของฮิโร่ พอมารวมกันแล้วเป็นศัตรูที่ร้ายกาจทีเดียว” เขาว่า เด็กสาวยิ้มนิดๆ
“นับว่าเป็นมือดีที่สุดของพวกมันเลยก็เป็นได้ เพราะอย่างนั้นก็เลยมีแต่ภารกิจโหดๆเท่านั้นที่เหลือถึงมือสองคนนี้...โชคไม่ดี คือภารกิจที่มีพวกเราไปพัวพัน เป็นภารกิจที่โหดเสมอ” เขาหัวเราะ “พวกเรากับพวกมันทำงานขัดขากันตลอดล่ะ เรื่องปืนอัดลม...ครูก็ต้องป้องกันตัวสิ ถูกมั้ย”
เด็กสาวยิ้ม รู้สึกว่าบทสุดท้ายนี้จะมีบทพูดเยอะเหลือเกิน
“อ้าว...ก็ให้เล่านิ” ครูหนุ่มว่า “ให้เล่าเรื่อง ให้อธิบายก็ต้องมีบทพูด ไม่ถูกเหรอครับ” ว่าแล้วยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอีก
ก็ว่ายังงั้นล่ะนะ
“โอเค...ต่อ...เราถึงไหนแล้วนะ?”
“ผังนางฟ้าละคะอาจารย์...ผังนางฟ้าคืออะไรคะ”
“ก่อนอื่น...ใบคะแนนสอบกลางภาคที่ครูให้เราไป ขอให้ครูได้ไหมครับ” เด็กสาวงงไม่น้อยกับการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอหยิบแฟ้มเอกสารออกจากถุงผ้าซึ่งเธอกอดไว้ตลอดการเดินทางแล้วส่งกระดาษสองใบให้ครูหนุ่ม
“มันเกี่ยวอะไรคะ”
“ทุกอย่าง” เขาลุกขึ้นยืน ถือกระดาษสองใบนั้นเดินตรงไปที่ตู้เหล็กทางซ้ายมือ เขาเปิดประตู้ตู้ออก และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเด็กสาวคือ
ประตูอีกบานหนึ่ง
ซึ่งมีเครื่องสแกนม่านตาและรอยนิ้วมือติดตั้งไว้ เด็กสาวคาดว่าครูหนุ่มจะใช้ฝ่ามือแนบเพื่อเปิดล็อค
...แต่เขากลับถอดรองเท้าถุงเท้าออกแล้วยกขาขึ้น...
“ล้อเล่นน่า” ครูหนุ่มแนบฝ่ามือลงไป แสงสีฟ้าขาวสว่างวาบขึ้น เขาส่องดวงตาข้างหนึ่งกับเครื่องสแกนม่านตาก่อนจะถอยห่างออกมาเล็กน้อย
ทันใดนั้น...ราวกับอยู่ในภาพยนตร์ไซไฟ แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งออกจากเครื่องมือหน้าตาประหลาดอาบร่างครูหนุ่มจากศีรษะลงมาจนถึงปลายเท้าราวกับสายตาจับผิดของอาจารย์ฝ่ายปกครอง เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแสงนั้นก็หายไป พร้อมกับเสียงกริ๊กที่กลอนประตูตู้
ครูหนุ่มเอื้อมมือไปที่บานประตู เปิดมันออก แต่—
เสียงโครมครามดังมาจากด้านบนพร้อมกับร่างของคาลลิสโต—เอโปร—ในชุดมิโกะหูแมวที่วิ่งพรวดพราดลงมาจากชั้นสอง สีหน้าของเธอราวกับว่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“อาจารย์—แซทเทิร์น--” เสียงของเธอขาดหายเพราะความเหนื่อย ผู้ถูกเรียกชะงักมือท่ำลังจะเปิดประตูตู้เซฟ
“อะไร! เกิดอะไรขึ้น!”
สีหน้าที่เปลี่ยนเป็นจริงจังของครูหนุ่มทำให้เด็กสาวตกใจ เธอกอดกระเป๋าและสัมภาระไว้แน่นขึ้น
“รหัสสีแดง! จูปิเตอร์กลับมาแล้ว! ไลบร้ากับพวกมือสังหารกำลังตามมา” คาลลิสโตประกาศ “มีคำสั่งให้ถอนตัวโดยด่วน!”
-x-x-x-x-x-x-
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น