2
คุณครู เด็กแว้น และสก๊อย?
ดังนั้น จากว่าที่ร้อยตรีธนรักษ์ พวงไม้ ครูหนุ่มรูปหล่อผู้เป็นที่เคารพในหมู่นักเรียนจึงกลายมาเป็นสก๊อย
เอ๊ยไม่ใช่ กลายมาเป็นเด็กแว้น
ยามเย็นตามเวลาที่นัดกันไว้ อริสรา ม่วงศรี—โค้ดเนม “ฟีบี”—เดินมาตามทางของเธอ เพื่อที่จะมาที่จุดนัดพบ
“สวัสดี ดำปิ้ดปี๋”
โอเลี้ยง—โกโก้—ดำปิ้ดปี๋กระดิกหางและย่นจมูกหนึ่งทีแทนการบอกว่านั่นไม่ใช่ชื่อของมัน
“รู้น่า~แต่ฉันก็จะเรียกแกยังงั้นอยู่ดีอ่ะแหล่ะ!”
เด็กสาวแลบลิ้นพร้อมสะบัดผมดำขลับที่ยังคงตัดสั้นแค่มุมปากตามระเบียบโรงเรียน
“สวัสดี มอติเมอร์”
เธอตบเบาะหนังสีดำของรถมอเตอร์ไซค์สีเทาเงินซึ่งจอดนิ่งอยู่ที่ประจำ...หน้าอาคารศูนย์บริการที่มีองค์กรลับอยู่นั่นเอง
“ดูนายไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนะ อาจารย์ไม่แม้แต่จะล้างนายก่อนจะไปปฏิบัติภารกิจเหรอ” เด็กสาวเอ่ย
“ถ้าล้างมันจะไม่แนบเนียนน่ะ”
นั่นสินะ เด็กสาวเห็นตามคำพูด..เอ่อ...ข้ออ้างนั้น
แต่เดี๋ยวก่อน—
เธอหันตามเสียงนั้น...และภาพที่เธอเห็นก็คือ...
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อยืดสกรีนลายขนาดพอดีตัว แขนเสื้อที่ค่อนข้างยาวถูกม้วนขึ้น สีน้ำเงินเข้มของเสื้อขับให้ผิวของเขาขาวยิ่งขึ้น เรียวขายาวดูทะมัดทะแมงเมื่อสวมกางเกงยีนส์แนบเนื้อที่ฟอกสีจนซีด เส้นผมของครูหนุ่มที่ปรกติเคยหวีเรียบถูกเสยขึ้นและยีเสียจนยุ่งเหยิง นอกจากนั้นยังถูกย้อมสีบลอนด์เงินเป็นหย่อมๆอีกด้วย
แต่งตัวเช่นนี้แล้ว ครูหนุ่มก็ดูจะกลมกลืนไปกับแก็งค์มอเตอร์ไซค์ทีเดียว
เหมือนเหลือแค่อายุสิบแปดเลยจารย์
ครูหนุ่มลงจากบันได เดินเข้ามาหาเด็กสาว
“เป็นไง” เขาบิดกายอวดเสื้อผ้าที่สวมอยู่ให้เด็กสาวดู “หล่อมั้ย”
“น่ารักดีค่ะจารย์...ยังกับพี่—”
“พี่อะไร” ครูหนุ่มเอียงคออย่างงงๆ
“พี่วินฯแถวบ้านอ่ะค่ะจารย์”
“โธ่!”
“อาจารย์!”
มีเสียงดังมาจากบนตึก เมื่อทั้งคู่หันดู ก็เห็นคาลลิสโตยืนอยู่ที่ช่องประตู มือข้างหนึ่งถือกระบอกสเปรย์ อีกข้างหนึ่งถือหวีพลาสติก
“เอโปร?”
“กลับมานี่เลยนะคะอาจารย์เป่า! ไม่ยังงั้นหนูจับแต่งหญิงแน่ๆ” ครูหนุ่มหัวเราะกับคำพูดนั้น พูดจบคาลลิสโตก็หันมาพูดกับเด็กสาว“แอน! ขึ้นมาเลย เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้”
ครูหนุ่มและเด็กสาวมองหน้ากัน...ยิ้มแหยๆ
เป็นที่รู้กันว่าเอโปร—คาลิสโต—เป็นผู้ที่มีฝีมือในการแต่งตัว งานอดิเรกของเธอคือการแต่งคอสเพล...ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังชอบจับคนอื่นแต่งชุดแปลกๆด้วย...ฟังดูเป็นงานอดิเรกที่น่ารักดี
แต่ทว่าเป็นที่รู้กันว่ารสนิยมของคาลลิสโตเป็นรสนิยมที่ไม่ค่อยจะปรกติสักเท่าไหร่นัก เช่นพวก...ชุดสาวใช้ กิโมโน ฮากามะ วิกสีม่วง ชุดหนัง รวมไปถึงโซ่แส้เทียนและกุญแจมือ เป็นต้น...ไม่นับใบดอกผล
แป้กมั้ย...แป้กเหรอ...เมื่อกี้คิดซะว่าไม่เห็นก็ละกันนะ
ในห้องศูนย์บริการคอมพิวเตอร์—ICT—มีคนอยู่ก่อนแล้วเพียงสองคน
ไม่นับรวมแซทเทิร์นที่เดินกลับเข้ามาพร้อมกัน เด็กสาวเห็นเพียงจูปิเตอร์และคาลลิสโตเท่านั้น ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามกำหนดการที่นัดกันเอาไว้
ดูเหมือนจูปิเตอร์จะแต่งตัวเสร็จแล้ว เขาแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายหัวกะโหลกกับกางเกงแนบเนื้อสีแดงสด ผมหยักศกที่เคยยาวเคลียบ่าดูจะถูกซอยออกไปมากทีเดียว เขากำลังขยับที่คาดผมสีส้มสะท้อนแสงให้เข้าที่
“เฮ้ย! มึงเอาจริงเหรอวะ ไอ้เรย์” ธนรักษ์พูดพลางหัวเราะ เดินเข้ามาตบไหล่และนั่งลงข้างๆเพื่อน
“เออสิวะ” เรวินทร์ตอบ “มึงไปโน่นเลยไอ้เป่า โน่นเลย ไปขึ้นเขียง”
ที่ๆจูปิเตอร์ชี้มือไปคือเก้าอี้ตรงหน้าเอโปร ซึ่งแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ส่งมาทางนี้เลยค่ะท่านจูปิเตอร์”
ครูหนุ่มย้ายไปนั่งกับเอโปรที่เริ่มบ่นทันที
“อาจารย์อ่ะ ยังทำสีไม่ทันเสร็จดีเลย รีบไปซะแล้ว จะอะไรนักหนานะคะ”
“คาลลิสโต นับวันเธอก็ยิ่งคล้ายท่านผู้นั้นนะ” เสียงของเขากลั้วหัวเราะ
“หนูถือว่าเป็นคำชมนะคะ...แอน เสื้อเราอยู่ในคอกอ่ะ” ประโยคหลังหันไปเอ่ยกับเด็กสาว “เปลี่ยนในนั้นเลยก็ได้”
อริสราเดินไปตามคำบอก เสื้อผ้าจำนวนหนึ่งแขวนพาดเอาไว้กับพนักเก้าอี้พลาสติก เธอหยิบขึ้นมาและลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้า
—แต่ว่า—
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-
“เอาล่ะ” จูปิเตอร์พูดด้วยท่าทางที่ฟีบีเห็นว่าเหมือนกับท่านผู้นั้นในลักษณะที่เรียกได้ว่าล้อเลียน ตอนนี้พวกเขาสี่คนยืนอยู่หน้าบันไดตึก ข้างๆรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ “ข้อตกลงจากที่ประชุมมีเพียงเท่านี้ มีใครจะเสนอหรือแย้งอะไรไหม”
ฟีบียกมือขึ้น
“หนูต้องกลับบ้านตอนหกโมงค่ะ”
“อ๋อ วันนี้วันพุธนี่นะ” แซทเทิร์นผู้มีข้อมูลเกี่ยวกับการกลับบ้านเย็นในวันพุธของเด็กสาวเอ่ย ฟีบีมองดวงตาสีน้ำตาลกลมโตคู่นั้นดูก็รู้ว่าครูหนุ่มคิดถึงเรื่องเดียวกัน...ภารกิจแผนนางฟ้าที่เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยบังเอิญ ถึงในตอนหลังกลายเป็นว่าทั้งหมดเป็นแผนของครูหนุ่ม ถึงอย่างนั้นเรื่องนั้นก็จบไปแล้ว
“เรื่องนั้นอยู่ใน “สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)” เล่มหนึ่งน่ะ” คาลลิสโตพูด
“โฆษณาจังนะเจ๊” จูปิเตอร์แซว
“ไม่เห็นเสียหายอะไรนิคะ”
“มันอยู่ในแผนการอยู่แล้วครับ” จูปิเตอร์ตอบคำถามของเด็กสาว “งานของเราน่าจะเสร็จภายในเวลาที่ว่าครับ”
“แต่หนูต้องไปโรงเรียนน้องที่—”
“ราณี”
แซทเทิร์นเอนตัวพิงรถคู่ใจ ยิ้มกว้าง
“ไม่ต้องห่วง ครูจะไปส่งเธอเอง”
“ก่อนป๋าจะมานะคะ”
“ครับ ก่อนป๋าจะมา”
ฟีบีเอามือลง เป็นอันว่าพอใจในคำตอบดังกล่าว
“ถ้ายังงั้น” ท่าทางของจูปิเตอร์ยังคงเป็นการเลียนแบบท่านผู้นั้น ซึ่งดูน่าขำมากกว่าน่าเกรงขาม “ฟีบีไปกับแซทเทิร์น คาลลิสโตมากับผม”
เจ้าของชื่อทั้งสามพยักหน้ารับ แซทเทิร์นตวัดขาขึ้นคร่อมจักรยานยนต์ของตนด้วยท่าทางประมาณว่าไอ้มดแดง ดึงกุญแจพวงหนึ่งซึ่งร้อยด้วยเชือกสีเขียวออกมาจากอกเสื้อ
“ไม่ใช่พวงนี้นี่หว่า” เขาพึมพำ หย่อนมันกลับเข้าไปในอกเสื้อ
“ที่นี้ประเดนมันอยู่ที่ว่าท่านั่งสก๊อยน่ะครับ” จูปิเตอร์พูด คราวนี้ดูเหมือนคุณแม่ขี้เป็นห่วงมากกว่าจะเหมือนท่านผู้นั้น เขาเข้ามาพิงมอเตอร์ไซค์ของคู่หูที่ยังคงล้วงหากุญแจรถในอกเสื้อ
จูปิเตอร์ดันตัวขึ้นนั่งซ้อนท้ายคู่หูด้วยท่าทางแบบ “สาวน้อยตะกายสระว่ายน้ำ” คือเอาสองมือยันขอบสระ—ในที่นี้คือเบาะรถ—แล้วใช้เท้าถีบส่งแรงให้ขึ้นไปบนขอบสระ เอ่อ เบาะรถ ได้อย่างราบรื่น
รถจักรยานยนต์สีเทาเงินของครูหนุ่มโยกซ้ายทีขวาทีดูน่าหวาดเสียวเมื่อจูปิเตอร์ขยับเปลี่ยนท่านั่งให้สบายตัวขึ้น แต่แซทเทิร์นทำเพียงแค่ขยับขาข้างหนึ่งให้ยันพื้นเอาไว้
“คำสั่งเด็ดขาดของท่านผู้นั้นมีอยู่ว่า” จูปิเตอร์อธิบาย “หน้าที่ของพวกเธอคือสนับสนุนการทำงานของพวกผม กล่าวคือ ปล่อยให้พวกผมเป็นฝ่ายพูด หลอกถาม บลาๆๆ”
ทั้งนี้คิดว่าท่านผู้นั้นคงไม่ได้ใช้คำว่า “บลาๆๆ” เป็นแน่
“ส่วนพวกเธอให้ช่วยสนับสนุน คือ ช่วยตบมุกรับมุกบ้างล่ะ ช่วยหลอกถามบ้างล่ะ...คาลลิสโตคงเข้าใจนะ” สาวรุ่นพี่พยักหน้าหงึกๆ จูปิเตอร์จึงเบนสายตามาที่ฟีบี “ถ้าไม่รู้จะพูดอะไร หรือว่ายังไงก็เงียบไว้ แต่ถ้ากลัวแป้กล่ะก็ไม่ต้องกลัว”
จูปิเตอร์เหล่มองคู่หู
“เพราะไอ้เป่ามันแป้กเป็นปรกติ”
แซทเทิร์นเงยหน้าจากคอเสื้อตัวเอง
“มึงว่าไงนะ”
“เปล่า”
“เออ กูได้ยินแล้ว มึงเรียกกูทำไม”
“กูบอกว่า “ป่าว” มึงชัดป่ะ”
“อ๋อ...ป่าว...เป่า...เปล่า...เออ”
แซทเทิร์นพึมพำ กลับไปสนใจด้านในเสื้อตนเอง จูปิเตอร์ส่งเสียงกระแอมกระไอเป็นเชิงเรียกร้องความสนใจมากกว่าจะไล่เสลดจริงๆ
“คำสั่งยังมีอีกว่า ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ห้ามพวกเธอลงจากรถ...ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพวกผม” อันนี้เห็นจะเป็นศัพท์แสงที่ท่านผู้นั้นใช้จริงๆ “และให้พวกเธอนั่งซ้อนหลังพวกผมอย่างนี้ตลอดจนเสร็จสิ้นภารกิจ...เดี๋ยวผมจะสาธิตให้ดู”
เด็กสาวทั้งสองมองท่านจูปิเตอร์สุดเท่ (ตามที่คาลลิสโตเรียก) ด้วยสีหน้าหวาดๆ
“อะไร ทำหน้ายังงั้นทำไม” จูปิเตอร์ว่า “พวกครูอาบน้ำเช้าเย็นนะ”
สีหน้าเด็กๆยังไม่เปลี่ยนแปลง
ลองนึกดูนะ
พจนานุกรมคำใหม่ (พจนานุกรมฉบับวัยรุ่นนั่นล่ะ) ให้ความหมายของสก๊อยไว้ว่า “วัยรุ่นผู้หญิงที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเด็กแว้นในลักษณะกอดรัด”
นึกภาพตาม จูปิเตอร์—ท่านจูปิเตอร์สุดเท่ของคาลลิสโต—ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเด็กแว้น...ซึ่งในที่นี้หมายถึงแซทเทิร์นล่ะนะ...ในลักษณะกอดรัด...คิดดู...กอดรัด...ท่านจูปิเตอร์สวมบทบาทเก่งซะด้วยสิ ตอนนี้ก็กำลังเลียนท่าทางสาวสก๊อยเสียสุดความสามารถทีเดียว
เพื่อให้เห็นภาพนะ...ทั้งสองคนเป็นผู้ชายตัวเท่าหมี จูปิเตอร์สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร ส่วนแซทเทิร์นสูงกว่านั้นสิบเซนติเมตรเต็ม คนนึงกำลังเอาแก้มถูแผ่นหลังอีกคนที่กำลังล้วงหากุญแจรถในอกเสื้อ...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหาไม่เจอซักที
นี่พอจะอธิบายสีหน้าแหยงๆของสองสาวได้หรือยัง
“เอาเถอะ เอาเถอะ” จูปิเตอร์ว่า ยังคงไม่ปล่อยมือที่โอบรอบเอวคู่หู “คาลลิสโต โค้ดเนมล่ะ”
“ทุกครั้งที่เราปลอมตัว ฟีบี เราจะมีโค้ดเนม—ประมาณว่าชื่อปลอมอ่ะนะ—เอาไว้เรียกกัน แบบว่า เราปลอมตัวอยู่ใช่ป่ะล่ะ”
“คือเราจะมีโค้ดเนมอยู่ประมาณสองสามชุดนะครับ” แซทเทิร์นอธิบาย “เอาไว้ใช้เวียนๆกัน...คราวนี้ theme อะไรล่ะ เอโปร”
“ขนมหวานค่ะ”
“ไอ้พุดดิ้ง บราวนี่ เอแคลร์ ชูครีมนะเหรอ” จูปิเตอร์ว่า...ให้เป็นข้อมูลนะ โค้ดเนมชุดขนมหวานที่คาลลิสโตตั้งให้นั้น ของจูปิเตอร์คือ “บราวนี่” คิดว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากผิวสีน้ำผึ้งไหม้ของชายหนุ่มนี่ล่ะ
“ค่ะ”
“คราวก่อนเพิ่งใช้ไปเองนิ”
ตอนนี้อริสราชักไม่แน่ใจแล้วว่าอยากได้โค้ดเนมหรือเปล่า รวมถึงควรจะให้สาวรุ่นพี่คนนี้เป็นผู้ตั้งโค้ดเนมต่อไปหรือเปล่า แซทเทิร์นดูจะสังเกตเห็น
“ปรกติเราไม่ค่อยได้ใช้ที่เอโปรตั้งให้หรอกครับ” เขาขยิบตา “ชื่อที่ใช้อยู่เป็นประจำก็มีอยู่ เอโปรก็ ‘นที’ ของเรย์ก็เปลี่ยนเป็น ‘รอย’...น่ารักใช่ไหมล่ะ”
“ช่างคิดดีค่ะ แล้วของอาจารย์?”
“เรียกใครอาจารย์” จูปิเตอร์ขัดขึ้น “นี่ เธอเรียกพวกผม ‘อาจารย์’ ครั้งเดียวล่ะความแตกเลยนะ ยุ่งเลย แกเหมือนกันไอ้เป่า เรียกตัวเองว่า ‘ครู’ ให้พวกนั้นได้ยินละก็…” เขาทำท่าปาดคอตัวเอง
“แล้วจะให้เรียกว่าอะไรวะ” แน่นอนว่าประโยคนี้เด็กสาวไม่ได้เป็นผู้พูด
“เรียกพี่ได้ไหม~แล้วพี่จะให้ กินขนม หมื่นห้า~~~”
“เฮ้ย เพลงนี้ต่อไม่ได้ว่ะ” แซทเทิร์นขยี้ผม ควงพวงกุญแจรถด้วยท่าทางแบบคาวบอยควงบ่วงบาศ ดูเหมือนว่าจะหากุญแจเจอแล้วในที่สุด “สี่โมงจะครึ่งแล้ว ไปกันรึยัง”
ทั้งสี่แยกย้ายกัน คาลลิสโตเดินไปขึ้นรถของจูปิเตอร์ซึ่งฟีบีตั้งชื่อให้ว่า เอลิซาเบธ—ตามชื่อภรรยาของดร.แฟรงเคนสไตน์—ส่วนตัวเด็กสาวปีนขึ้นไปนั่งที่นั่งของเธอด้านหลังแซทเทิร์น นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้ซ้อนท้ายเขา
“ฝากตัวด้วยนะ มอร์ติเมอร์” เธอกระซิบเบาๆ กับเจ้ามอเตอร์ไซค์มากเสียกว่าจะเป็นกับครูหนุ่ม
“หืม” แซทเทิร์นเหมือนจะได้ยิน
“เปล่าค่ะ” เด็กสาวยิ้ม “ว่าแล้วโค้ดเนมของอาจารย์ละคะ”
“ฟีบี!” เสียงของจูปิเตอร์ลอยมา ฟังดูดุๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคราวนี้เขาจึงพยายามทำตัวให้เหมือนท่านผู้นั้นเสียเหลือเกิน
“ว่าไงคะ...จะให้เรียกว่าอะไรคะ...คุณพี่” ประโยคนี้ฟีบีลอกสาวรุ่นพี่มาตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นประโยคที่เธอเคยได้ยินเอโปรใช้ตอนป้อ เอ๊ย หว่านเสน่ห์ใส่คุณครูสอนคณิตศาสตร์...ชื่ออะไรนะอาจารย์คนนั้น “สก๊อยพอมั้ยพี่”
“อันหลังได้อยู่...แต่อย่ามาก...เดี๋ยวกลายเป็นวินมอ’ไซค์ไป” แซทเทิร์นตอบ มือข้างหนึ่งปล่อยแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ยกขึ้นมาเสยผม เคยถามเหมือนกันว่าทำไมเสยผมบ่อยนัก พี่แกตอบว่า มันเป็นทรง และแม้จูปิเตอร์จะเป็นเพื่อนสนิทแต่ก็ไม่ได้เข้าใจทุกอย่างที่แซทเทิร์นพูดหรอกนะ
“เอาประมาณว่า สก๊อยพอมั้ยคะพี่~” ตรงนี้ให้นึกภาพแซทเทิร์นเอียงคอและจีบปากจีบคอ ฟีบีเห็นไม่ถนัด แต่ก็คิดว่าดีแล้ว
“ตกลงว่าชื่ออะไรคะพี่~” เอ้า อันนี้สก๊อยมากแล้วนะ
“อืม...ใช้ได้”
“ถามจริงๆ!”
“นายพุฒน่ะ”
เป็นชื่อที่แก่มากพี่~ชื่อประมาณคนขับรถนางเอกละครเมื่อห้าสิบปีก่อนน่ะ
แซทเทิร์นติดเครื่องรถยนต์แทบจะในทันทีที่ตอบ เหมือนจะรู้ว่าเด็กสาวจะต้องหัวเราะ เครื่องยนต์ 750 ccกระชากจนเด็กสาวแทบจะตกลงมาถ้าคว้าเอวหนานั้นไว้ไม่ทัน
รถจักรยานยนต์สีเทาเงินพุ่งทะยานออกไป โดยมีอีกคันที่แม้จะรุ่นใหม่กว่าและมีสภาพสะอาดกว่าตามไป สีเทาเงินและสีแดงสลับดำของทั้งสองคันวิ่งเคียงคู่กันและกันไปตามถนนที่เชื่อมต่อกับถนนใหญ่ ที่ซึ่งเรื่องราวอีกมากมายรอคอยอยู่
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-