วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

(ยังไหว) # 2 : คุณครู เด็กแว้น สก๊อย? (100%)

2
คุณครู เด็กแว้น และสก๊อย?

       ดังนั้น จากว่าที่ร้อยตรีธนรักษ์ พวงไม้ ครูหนุ่มรูปหล่อผู้เป็นที่เคารพในหมู่นักเรียนจึงกลายมาเป็นสก๊อย

       เอ๊ยไม่ใช่ กลายมาเป็นเด็กแว้น


       ยามเย็นตามเวลาที่นัดกันไว้ อริสรา ม่วงศรีโค้ดเนม ฟีบีเดินมาตามทางของเธอ เพื่อที่จะมาที่จุดนัดพบ

     สวัสดี ดำปิ้ดปี๋
       โอเลี้ยงโกโก้ดำปิ้ดปี๋กระดิกหางและย่นจมูกหนึ่งทีแทนการบอกว่านั่นไม่ใช่ชื่อของมัน

    รู้น่า~แต่ฉันก็จะเรียกแกยังงั้นอยู่ดีอ่ะแหล่ะ!
       เด็กสาวแลบลิ้นพร้อมสะบัดผมดำขลับที่ยังคงตัดสั้นแค่มุมปากตามระเบียบโรงเรียน

    สวัสดี มอติเมอร์
       เธอตบเบาะหนังสีดำของรถมอเตอร์ไซค์สีเทาเงินซึ่งจอดนิ่งอยู่ที่ประจำ...หน้าอาคารศูนย์บริการที่มีองค์กรลับอยู่นั่นเอง

    ดูนายไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนะ อาจารย์ไม่แม้แต่จะล้างนายก่อนจะไปปฏิบัติภารกิจเหรอ เด็กสาวเอ่ย

    ถ้าล้างมันจะไม่แนบเนียนน่ะ

       นั่นสินะ เด็กสาวเห็นตามคำพูด..เอ่อ...ข้ออ้างนั้น

       แต่เดี๋ยวก่อน

       เธอหันตามเสียงนั้น...และภาพที่เธอเห็นก็คือ...

       ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อยืดสกรีนลายขนาดพอดีตัว แขนเสื้อที่ค่อนข้างยาวถูกม้วนขึ้น สีน้ำเงินเข้มของเสื้อขับให้ผิวของเขาขาวยิ่งขึ้น เรียวขายาวดูทะมัดทะแมงเมื่อสวมกางเกงยีนส์แนบเนื้อที่ฟอกสีจนซีด เส้นผมของครูหนุ่มที่ปรกติเคยหวีเรียบถูกเสยขึ้นและยีเสียจนยุ่งเหยิง นอกจากนั้นยังถูกย้อมสีบลอนด์เงินเป็นหย่อมๆอีกด้วย

       แต่งตัวเช่นนี้แล้ว ครูหนุ่มก็ดูจะกลมกลืนไปกับแก็งค์มอเตอร์ไซค์ทีเดียว

     เหมือนเหลือแค่อายุสิบแปดเลยจารย์

       ครูหนุ่มลงจากบันได เดินเข้ามาหาเด็กสาว

    เป็นไง เขาบิดกายอวดเสื้อผ้าที่สวมอยู่ให้เด็กสาวดู หล่อมั้ย  

    น่ารักดีค่ะจารย์...ยังกับพี่

    พี่อะไร ครูหนุ่มเอียงคออย่างงงๆ

    พี่วินฯแถวบ้านอ่ะค่ะจารย์

     โธ่!


    อาจารย์!
       มีเสียงดังมาจากบนตึก เมื่อทั้งคู่หันดู ก็เห็นคาลลิสโตยืนอยู่ที่ช่องประตู มือข้างหนึ่งถือกระบอกสเปรย์ อีกข้างหนึ่งถือหวีพลาสติก

    เอโปร?”

    กลับมานี่เลยนะคะอาจารย์เป่า! ไม่ยังงั้นหนูจับแต่งหญิงแน่ๆ ครูหนุ่มหัวเราะกับคำพูดนั้น พูดจบคาลลิสโตก็หันมาพูดกับเด็กสาวแอน! ขึ้นมาเลย เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้

       ครูหนุ่มและเด็กสาวมองหน้ากัน...ยิ้มแหยๆ

       เป็นที่รู้กันว่าเอโปรคาลิสโตเป็นผู้ที่มีฝีมือในการแต่งตัว งานอดิเรกของเธอคือการแต่งคอสเพล...ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังชอบจับคนอื่นแต่งชุดแปลกๆด้วย...ฟังดูเป็นงานอดิเรกที่น่ารักดี

       แต่ทว่าเป็นที่รู้กันว่ารสนิยมของคาลลิสโตเป็นรสนิยมที่ไม่ค่อยจะปรกติสักเท่าไหร่นัก เช่นพวก...ชุดสาวใช้ กิโมโน ฮากามะ วิกสีม่วง ชุดหนัง รวมไปถึงโซ่แส้เทียนและกุญแจมือ เป็นต้น...ไม่นับใบดอกผล
       แป้กมั้ย...แป้กเหรอ...เมื่อกี้คิดซะว่าไม่เห็นก็ละกันนะ


       ในห้องศูนย์บริการคอมพิวเตอร์—ICT—มีคนอยู่ก่อนแล้วเพียงสองคน

       ไม่นับรวมแซทเทิร์นที่เดินกลับเข้ามาพร้อมกัน เด็กสาวเห็นเพียงจูปิเตอร์และคาลลิสโตเท่านั้น ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามกำหนดการที่นัดกันเอาไว้

       ดูเหมือนจูปิเตอร์จะแต่งตัวเสร็จแล้ว เขาแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายหัวกะโหลกกับกางเกงแนบเนื้อสีแดงสด ผมหยักศกที่เคยยาวเคลียบ่าดูจะถูกซอยออกไปมากทีเดียว เขากำลังขยับที่คาดผมสีส้มสะท้อนแสงให้เข้าที่

       เฮ้ย! มึงเอาจริงเหรอวะ ไอ้เรย์ ธนรักษ์พูดพลางหัวเราะ เดินเข้ามาตบไหล่และนั่งลงข้างๆเพื่อน

       เออสิวะ เรวินทร์ตอบ มึงไปโน่นเลยไอ้เป่า โน่นเลย ไปขึ้นเขียง

       ที่ๆจูปิเตอร์ชี้มือไปคือเก้าอี้ตรงหน้าเอโปร ซึ่งแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

       ส่งมาทางนี้เลยค่ะท่านจูปิเตอร์

       ครูหนุ่มย้ายไปนั่งกับเอโปรที่เริ่มบ่นทันที
       อาจารย์อ่ะ ยังทำสีไม่ทันเสร็จดีเลย รีบไปซะแล้ว จะอะไรนักหนานะคะ

       คาลลิสโต นับวันเธอก็ยิ่งคล้ายท่านผู้นั้นนะ เสียงของเขากลั้วหัวเราะ

       หนูถือว่าเป็นคำชมนะคะ...แอน เสื้อเราอยู่ในคอกอ่ะ ประโยคหลังหันไปเอ่ยกับเด็กสาว เปลี่ยนในนั้นเลยก็ได้

       อริสราเดินไปตามคำบอก เสื้อผ้าจำนวนหนึ่งแขวนพาดเอาไว้กับพนักเก้าอี้พลาสติก เธอหยิบขึ้นมาและลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้า

       แต่ว่า

-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-


       เอาล่ะ จูปิเตอร์พูดด้วยท่าทางที่ฟีบีเห็นว่าเหมือนกับท่านผู้นั้นในลักษณะที่เรียกได้ว่าล้อเลียน ตอนนี้พวกเขาสี่คนยืนอยู่หน้าบันไดตึก ข้างๆรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ข้อตกลงจากที่ประชุมมีเพียงเท่านี้ มีใครจะเสนอหรือแย้งอะไรไหม

       ฟีบียกมือขึ้น

       หนูต้องกลับบ้านตอนหกโมงค่ะ

       อ๋อ วันนี้วันพุธนี่นะ แซทเทิร์นผู้มีข้อมูลเกี่ยวกับการกลับบ้านเย็นในวันพุธของเด็กสาวเอ่ย ฟีบีมองดวงตาสีน้ำตาลกลมโตคู่นั้นดูก็รู้ว่าครูหนุ่มคิดถึงเรื่องเดียวกัน...ภารกิจแผนนางฟ้าที่เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยบังเอิญ ถึงในตอนหลังกลายเป็นว่าทั้งหมดเป็นแผนของครูหนุ่ม ถึงอย่างนั้นเรื่องนั้นก็จบไปแล้ว

       เรื่องนั้นอยู่ใน สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)เล่มหนึ่งน่ะ คาลลิสโตพูด

       โฆษณาจังนะเจ๊ จูปิเตอร์แซว

       ไม่เห็นเสียหายอะไรนิคะ

       มันอยู่ในแผนการอยู่แล้วครับ จูปิเตอร์ตอบคำถามของเด็กสาว งานของเราน่าจะเสร็จภายในเวลาที่ว่าครับ

       แต่หนูต้องไปโรงเรียนน้องที่

       ราณี 
            แซทเทิร์นเอนตัวพิงรถคู่ใจ ยิ้มกว้าง
       ไม่ต้องห่วง ครูจะไปส่งเธอเอง

       ก่อนป๋าจะมานะคะ

       ครับ ก่อนป๋าจะมา

       ฟีบีเอามือลง เป็นอันว่าพอใจในคำตอบดังกล่าว

       ถ้ายังงั้น ท่าทางของจูปิเตอร์ยังคงเป็นการเลียนแบบท่านผู้นั้น ซึ่งดูน่าขำมากกว่าน่าเกรงขาม ฟีบีไปกับแซทเทิร์น คาลลิสโตมากับผม

       เจ้าของชื่อทั้งสามพยักหน้ารับ แซทเทิร์นตวัดขาขึ้นคร่อมจักรยานยนต์ของตนด้วยท่าทางประมาณว่าไอ้มดแดง ดึงกุญแจพวงหนึ่งซึ่งร้อยด้วยเชือกสีเขียวออกมาจากอกเสื้อ

       ไม่ใช่พวงนี้นี่หว่า เขาพึมพำ หย่อนมันกลับเข้าไปในอกเสื้อ

       ที่นี้ประเดนมันอยู่ที่ว่าท่านั่งสก๊อยน่ะครับ จูปิเตอร์พูด คราวนี้ดูเหมือนคุณแม่ขี้เป็นห่วงมากกว่าจะเหมือนท่านผู้นั้น เขาเข้ามาพิงมอเตอร์ไซค์ของคู่หูที่ยังคงล้วงหากุญแจรถในอกเสื้อ

       จูปิเตอร์ดันตัวขึ้นนั่งซ้อนท้ายคู่หูด้วยท่าทางแบบ สาวน้อยตะกายสระว่ายน้ำ คือเอาสองมือยันขอบสระในที่นี้คือเบาะรถแล้วใช้เท้าถีบส่งแรงให้ขึ้นไปบนขอบสระ เอ่อ เบาะรถ ได้อย่างราบรื่น

       รถจักรยานยนต์สีเทาเงินของครูหนุ่มโยกซ้ายทีขวาทีดูน่าหวาดเสียวเมื่อจูปิเตอร์ขยับเปลี่ยนท่านั่งให้สบายตัวขึ้น แต่แซทเทิร์นทำเพียงแค่ขยับขาข้างหนึ่งให้ยันพื้นเอาไว้

คำสั่งเด็ดขาดของท่านผู้นั้นมีอยู่ว่า จูปิเตอร์อธิบาย หน้าที่ของพวกเธอคือสนับสนุนการทำงานของพวกผม กล่าวคือ ปล่อยให้พวกผมเป็นฝ่ายพูด หลอกถาม บลาๆๆ

      ทั้งนี้คิดว่าท่านผู้นั้นคงไม่ได้ใช้คำว่า บลาๆๆ เป็นแน่

   “ส่วนพวกเธอให้ช่วยสนับสนุน คือ ช่วยตบมุกรับมุกบ้างล่ะ ช่วยหลอกถามบ้างล่ะ...คาลลิสโตคงเข้าใจนะ สาวรุ่นพี่พยักหน้าหงึกๆ จูปิเตอร์จึงเบนสายตามาที่ฟีบี ถ้าไม่รู้จะพูดอะไร หรือว่ายังไงก็เงียบไว้ แต่ถ้ากลัวแป้กล่ะก็ไม่ต้องกลัว

                จูปิเตอร์เหล่มองคู่หู
    “เพราะไอ้เป่ามันแป้กเป็นปรกติ

                 แซทเทิร์นเงยหน้าจากคอเสื้อตัวเอง

    “มึงว่าไงนะ

    “เปล่า

    “เออ กูได้ยินแล้ว มึงเรียกกูทำไม

    “กูบอกว่า ป่าว มึงชัดป่ะ
  
    “อ๋อ...ป่าว...เป่า...เปล่า...เออ

                 แซทเทิร์นพึมพำ กลับไปสนใจด้านในเสื้อตนเอง จูปิเตอร์ส่งเสียงกระแอมกระไอเป็นเชิงเรียกร้องความสนใจมากกว่าจะไล่เสลดจริงๆ

    “คำสั่งยังมีอีกว่า ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ห้ามพวกเธอลงจากรถ...ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพวกผม อันนี้เห็นจะเป็นศัพท์แสงที่ท่านผู้นั้นใช้จริงๆ และให้พวกเธอนั่งซ้อนหลังพวกผมอย่างนี้ตลอดจนเสร็จสิ้นภารกิจ...เดี๋ยวผมจะสาธิตให้ดู

                เด็กสาวทั้งสองมองท่านจูปิเตอร์สุดเท่ (ตามที่คาลลิสโตเรียก) ด้วยสีหน้าหวาดๆ

        อะไร ทำหน้ายังงั้นทำไม จูปิเตอร์ว่า พวกครูอาบน้ำเช้าเย็นนะ

                สีหน้าเด็กๆยังไม่เปลี่ยนแปลง

                 ลองนึกดูนะ

                  พจนานุกรมคำใหม่ (พจนานุกรมฉบับวัยรุ่นนั่นล่ะ) ให้ความหมายของสก๊อยไว้ว่า วัยรุ่นผู้หญิงที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเด็กแว้นในลักษณะกอดรัด

                  นึกภาพตาม จูปิเตอร์ท่านจูปิเตอร์สุดเท่ของคาลลิสโตซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเด็กแว้น...ซึ่งในที่นี้หมายถึงแซทเทิร์นล่ะนะ...ในลักษณะกอดรัด...คิดดู...กอดรัด...ท่านจูปิเตอร์สวมบทบาทเก่งซะด้วยสิ ตอนนี้ก็กำลังเลียนท่าทางสาวสก๊อยเสียสุดความสามารถทีเดียว

                   เพื่อให้เห็นภาพนะ...ทั้งสองคนเป็นผู้ชายตัวเท่าหมี จูปิเตอร์สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร ส่วนแซทเทิร์นสูงกว่านั้นสิบเซนติเมตรเต็ม คนนึงกำลังเอาแก้มถูแผ่นหลังอีกคนที่กำลังล้วงหากุญแจรถในอกเสื้อ...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหาไม่เจอซักที

                    นี่พอจะอธิบายสีหน้าแหยงๆของสองสาวได้หรือยัง

           เอาเถอะ เอาเถอะ จูปิเตอร์ว่า ยังคงไม่ปล่อยมือที่โอบรอบเอวคู่หู คาลลิสโต โค้ดเนมล่ะ

           ทุกครั้งที่เราปลอมตัว ฟีบี เราจะมีโค้ดเนมประมาณว่าชื่อปลอมอ่ะนะเอาไว้เรียกกัน แบบว่า เราปลอมตัวอยู่ใช่ป่ะล่ะ

           คือเราจะมีโค้ดเนมอยู่ประมาณสองสามชุดนะครับ แซทเทิร์นอธิบาย เอาไว้ใช้เวียนๆกัน...คราวนี้ theme อะไรล่ะ เอโปร

           ขนมหวานค่ะ

          ไอ้พุดดิ้ง บราวนี่ เอแคลร์ ชูครีมนะเหรอ จูปิเตอร์ว่า...ให้เป็นข้อมูลนะ โค้ดเนมชุดขนมหวานที่คาลลิสโตตั้งให้นั้น ของจูปิเตอร์คือ บราวนี่ คิดว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากผิวสีน้ำผึ้งไหม้ของชายหนุ่มนี่ล่ะ

          ค่ะ

          คราวก่อนเพิ่งใช้ไปเองนิ

                  ตอนนี้อริสราชักไม่แน่ใจแล้วว่าอยากได้โค้ดเนมหรือเปล่า รวมถึงควรจะให้สาวรุ่นพี่คนนี้เป็นผู้ตั้งโค้ดเนมต่อไปหรือเปล่า แซทเทิร์นดูจะสังเกตเห็น

       ปรกติเราไม่ค่อยได้ใช้ที่เอโปรตั้งให้หรอกครับ เขาขยิบตา ชื่อที่ใช้อยู่เป็นประจำก็มีอยู่ เอโปรก็ นที ของเรย์ก็เปลี่ยนเป็น รอย...น่ารักใช่ไหมล่ะ

       ช่างคิดดีค่ะ แล้วของอาจารย์?”

       เรียกใครอาจารย์ จูปิเตอร์ขัดขึ้น นี่ เธอเรียกพวกผม อาจารย์ ครั้งเดียวล่ะความแตกเลยนะ ยุ่งเลย แกเหมือนกันไอ้เป่า เรียกตัวเองว่า ครู ให้พวกนั้นได้ยินละก็…” เขาทำท่าปาดคอตัวเอง

       แล้วจะให้เรียกว่าอะไรวะ แน่นอนว่าประโยคนี้เด็กสาวไม่ได้เป็นผู้พูด

       เรียกพี่ได้ไหม~แล้วพี่จะให้ กินขนม หมื่นห้า~~~”

       เฮ้ย เพลงนี้ต่อไม่ได้ว่ะ แซทเทิร์นขยี้ผม ควงพวงกุญแจรถด้วยท่าทางแบบคาวบอยควงบ่วงบาศ ดูเหมือนว่าจะหากุญแจเจอแล้วในที่สุด สี่โมงจะครึ่งแล้ว ไปกันรึยัง

       ทั้งสี่แยกย้ายกัน คาลลิสโตเดินไปขึ้นรถของจูปิเตอร์ซึ่งฟีบีตั้งชื่อให้ว่า เอลิซาเบธตามชื่อภรรยาของดร.แฟรงเคนสไตน์ส่วนตัวเด็กสาวปีนขึ้นไปนั่งที่นั่งของเธอด้านหลังแซทเทิร์น นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้ซ้อนท้ายเขา

       ฝากตัวด้วยนะ มอร์ติเมอร์ เธอกระซิบเบาๆ กับเจ้ามอเตอร์ไซค์มากเสียกว่าจะเป็นกับครูหนุ่ม

       หืม แซทเทิร์นเหมือนจะได้ยิน

       เปล่าค่ะ เด็กสาวยิ้ม ว่าแล้วโค้ดเนมของอาจารย์ละคะ

       ฟีบี!เสียงของจูปิเตอร์ลอยมา ฟังดูดุๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคราวนี้เขาจึงพยายามทำตัวให้เหมือนท่านผู้นั้นเสียเหลือเกิน

       ว่าไงคะ...จะให้เรียกว่าอะไรคะ...คุณพี่ ประโยคนี้ฟีบีลอกสาวรุ่นพี่มาตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นประโยคที่เธอเคยได้ยินเอโปรใช้ตอนป้อ เอ๊ย หว่านเสน่ห์ใส่คุณครูสอนคณิตศาสตร์...ชื่ออะไรนะอาจารย์คนนั้น สก๊อยพอมั้ยพี่

       อันหลังได้อยู่...แต่อย่ามาก...เดี๋ยวกลายเป็นวินมอไซค์ไป แซทเทิร์นตอบ มือข้างหนึ่งปล่อยแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ยกขึ้นมาเสยผม เคยถามเหมือนกันว่าทำไมเสยผมบ่อยนัก พี่แกตอบว่า มันเป็นทรง และแม้จูปิเตอร์จะเป็นเพื่อนสนิทแต่ก็ไม่ได้เข้าใจทุกอย่างที่แซทเทิร์นพูดหรอกนะ

       เอาประมาณว่า สก๊อยพอมั้ยคะพี่~” ตรงนี้ให้นึกภาพแซทเทิร์นเอียงคอและจีบปากจีบคอ ฟีบีเห็นไม่ถนัด แต่ก็คิดว่าดีแล้ว

       ตกลงว่าชื่ออะไรคะพี่~” เอ้า อันนี้สก๊อยมากแล้วนะ

       อืม...ใช้ได้

       ถามจริงๆ!




       นายพุฒน่ะ

             เป็นชื่อที่แก่มากพี่~ชื่อประมาณคนขับรถนางเอกละครเมื่อห้าสิบปีก่อนน่ะ

                แซทเทิร์นติดเครื่องรถยนต์แทบจะในทันทีที่ตอบ เหมือนจะรู้ว่าเด็กสาวจะต้องหัวเราะ เครื่องยนต์ 750 ccกระชากจนเด็กสาวแทบจะตกลงมาถ้าคว้าเอวหนานั้นไว้ไม่ทัน

               รถจักรยานยนต์สีเทาเงินพุ่งทะยานออกไป โดยมีอีกคันที่แม้จะรุ่นใหม่กว่าและมีสภาพสะอาดกว่าตามไป สีเทาเงินและสีแดงสลับดำของทั้งสองคันวิ่งเคียงคู่กันและกันไปตามถนนที่เชื่อมต่อกับถนนใหญ่ ที่ซึ่งเรื่องราวอีกมากมายรอคอยอยู่

-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2554

[สมาคมหนุ่ม ICT (ยังไหว)] 1 #คุณครู ห้องลับ แล้วก็ท่านผู้นั้น

Talk : เปิดเพลง "ใจรัก" (ost. มะหมาสี่ขาครับ) ฟังไปด้วยจะได้อารมณ์มากค่ะ ^-^
-----------------------------------
1
คุณครู ห้องลับ แล้วก็ท่านผู้นั้น
ห้องประชุมลับ ชั้นสอง อาคารศูนย์บริการคอมพิวเตอร์
       ไม่ต้องจินตนาการถึงห้องประชุมมืดๆ ไฟสลัวๆ น่ากลัวๆที่มีบุคคลลึกลับนั่งอยู่ในเงามืดหรอก เพราะห้องนี้ไม่ใช่อย่างนั้น
       ห้องประชุมลับแห่งนี้ก็เหมือนกับห้องประชุมทั่วๆไป
       คือมีโต๊ะยาวอยู่กลางห้อง มีเก้าอี้นับสิบตัววางเรียงเป็นระเบียบทั้งๆที่มีคนนั่งแค่ห้าคน หน้าโต๊ะยาวแขวนฉากสำหรับเครื่องโปรเจคเตอร์ ถัดไปทั้งสองข้างคือบอร์ดที่ติดแผนผังหน้าตาประหลาดๆเอาไว้ ก็เหมือนกับห้องประชุมตามองค์กรทั่วๆไป
       แต่บรรยากาศของที่นี่มันไม่ใช่....

       เมื่อดวงใจมีรัก...ดั่งเจ้านกโผบิน...บินไปไกลแสนไกล~” ครูหนุ่มผู้มีโค้ดเนมว่าแซทเทิร์นส่งเสียงร้องใส่แปรงลบกระดานในมือที่ติ้งต่างว่าเป็นไมโครโฟน จูปิเตอร์ที่เป็นเพื่อนคู่หูโยกตัวตามจังหวะเพลง
       “What’s up Frank” ประโยคนี้เป็นเสียงของเด็กสาวสมาชิกคนล่าสุด ผู้มีโค้ดเนมว่าฟีบี ในมือเธอถือกระดาษแผ่นหนึ่งที่จดบทสนทนาซึ่งต้องใช้สอบในวิชาภาษาอังกฤษเอาไว้
       “Oh, Ernest, you know I’ve been very busy for my exam tomorrow” เด็กสาวอีกคนเอโปรหรือคาลลิสโตตอบ

       หัวใจพี่ก็ลอยลับไป...ถึงแดนดินถิ่นใดนะใจ...โอ้ดวงใจเจ้าเอ๊ย~~~” เสียงเดิมของครูหนุ่มร้องต่อ
      
       เห็นภาพไหม...บรรยากาศห้องประชุมแท้เชียว...
       ห้องประชุมบ้านไหนผู้เข้าประชุมนั่งกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ สองคนนั่งร้องเพลงเปิดคาราโอเกะขึ้นจอด้วยนะคุณอยู่หัวโต๊ะ อีกสองคนนั่งอยู่ห่างออกมา...ซ้อมสอบบทสนทนาภาษาอังกฤษ
       โดยไม่มีใครสนใจประธานองค์ประชุม
       นิ้วมือที่สวมแหวนหัวหินสีแดงเคาะลงกับพื้นโต๊ะแสดงถึงความหงุดหงิดของผู้เป็นเจ้าของ

       “I know, that’s why I’m calling you now to wish you—”
       ไม่ใช่นะ แอน มันต้อง—”
       เจ๊อย่า ถูกแล้ว หนูจำได้ ไม่เชื่อดูนี่—”

       เมื่อต่างเราก็รัก จะเกรงกลัวฉันท์ใด ใจเรานั้นแน่นอน~~~” คราวนี้เป็นเสียงของจูปิเตอร์ แซทเทิร์นเคาะแปรงลบกระดานไมโครโฟนกับขอบโต๊ะ เกิดฝุ่นฟุ้งเล็กน้อย
      
       คิ้วที่เขียนด้วยดินสอเขียนคิ้วเป็นเส้นโค้งสมบูรณ์แบบขมวดเข้าหากัน

       โอเคๆ งั้นต่อๆ
       ไม่เจ๊ นี่ท่อนเจ๊ เจ๊พูดดิ

       เมื่อดวงใจมีรัก...มอบแด่ใครสักคน... แซทเทิร์นโยกหัวตามจังหวะเพลงที่เพื่อนร้อง หมดทุกห้องหั้ววว~~~ใจ~~~~”
      
       ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน แสดงถึงความอดทนที่ถึงขีดสุด
       ถ้ามันยังไม่หยุดอีกนะ.. มือบางยกขึ้นเท้าสะเอว ฟีบีซึ่งเห็นสัญญาณนั้นกลืนน้ำลายและหยุดบทสนทนาทันที

       ขอให้เธอมั่นใจรักจริง ฉันจะยอมมอบกายพักพิง~~” แซทเทิร์นร้องต่อ ก่อนที่ทั้งสองจะประสานเสียงกัน
       แอบแนบอิงนิรันดร~~”

       เท่านั้นแหล่ะความอดทนก็ขาดผึ่ง

       ธนรักษ์!! เรวินทร์!!!”
       เจ้าของชื่อทั้งสองสะดุ้งเฮือก นั่งตัวตรงหลังตรงทันที แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้ถูกเรียกอย่างเด็กสาวทั้งสองยังสะดุ้งไปด้วย
       ครับ
       ครับ
       ไม่ต้องมาครับเลยนะ! พวกเธอ! ให้มันรู้กันบ้างสิว่าที่นี่ที่ไหน!!”
       ห้องประชุมครับ จูปิเตอร์พาซื่อตอบ
       ไม่ได้ถาม!”
       ขอโทษครับ
       คงเป็นภาพที่ตลกดีแท้ ชายหนุ่มตัวเท่าหมีสองคนถูกหญิงวัยกลางคนตัวเล็กนิดเดียวดุจนกลัวหงอ แต่นี่เป็นเรื่องที่จัดว่าธรรมดา เพราะใครก็กลัวท่านผู้นั้นกันทั้งนั้น
       ภายนอกท่านผู้นั้นเป็นผู้หญิงร่างเล็ก สูงแค่ศอกแซทเทิร์นเองกระมัง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับท่านผู้นั้นจะต้องเนี้ยบ ตั้งแต่ผมสีดำที่ตัดสั้น แว่นตากรอบสีทองที่วางนิ่งอยู่บนสันจมูก ชุดเสื้อกระโปรงเข้ากันตัดอย่างเรียบร้อยจากผ้าเนื้อดี ไปจนถึงรองเท้าส้นสูงสีดำที่ไม่มีแม้แต่ฝุ่นผงเกาะติด และที่ท่านผู้นั้นพกติดตัวตลอดเวลาคือร่มคันใหญ่สีแดงก่ำ
       ดูผิวเผินเป็นเพียงคุณป้าธรรมดา แต่เมื่อใครทำอะไรไม่เข้าตาท่านผู้นั้นเมื่อไหร่ล่ะก็...จะเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี่แหล่ะ แม้แต่ผู้ชายตัวเท่าหมียังกลัว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แม้แต่ฟีบีซึ่งได้พบท่านผู้นั้นเป็นครั้งแรกยังรู้สึกกลัวท่านโดยไม่รู้สาเหตุ
       ในขณะที่มือซ้าย มือขวา และมือสังหารทั้งสาม หรือที่เรียกรวมๆกันว่าองครักษ์ทั้งห้า มีโค้ดเนมเป็นชื่อดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ท่านผู้นั้นเองซึ่งตามข้อสันนิษฐานของคาลลิสโตก็น่าจะมีโคดเนมจำพวก ซัน หรืออะไรทำนองนั้นด้วยเช่นกัน แต่ดูจะไม่มีใครเรียกกัน
       หรือไม่กล้าเรียกก็ไม่รู้นะ...
      
       ที่นี่มันห้องประชุมนะ! พวกเธอนี่จริงๆเลย!”
       ขอโทษครับอาจารย์
       ขอโทษครับท่าน

       นั่นแหล่ะ...ทุกคนเรียกท่านผู้นั้นว่า อาจารย์...ไม่น่าแปลกอะไร เพราะท่านผู้นั้น แท้จริงก็เป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้เช่นเดียวกัน
       ให้มันรู้จักกาลเทศะกันบ้างนะ! อายเด็กบ้างมั้ย!” แซทเทิร์นและจูปิเตอร์คอตก นี่ฉันคิดผิดรึเปล่าเนี่ยที่ให้พวกเธอแทนที่จะให้—”
       ท่านผู้นั้นชะงัก มีสีหน้าคล้ายหลุดปากพูดบางอย่างที่ไม่สมควรออกไป ความเงียบอย่างน่าตกใจเข้าปกคลุม ธนรักษ์ขมวดคิ้ว กัดริมฝีปากล่างค่อนข้างแรง จูปิเตอร์ หลุบตามองปลายเท้าตนเอง มือทั้งสองข้างกำเป็นหมัดแน่น
       ฟีบีไม่เข้าใจบรรยากาศที่เกิดขึ้นเลยสักนิด เธอเหลือบมองสาวรุ่นพี่ซึ่งแสดงสีหน้าว่าไม่เข้าใจเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น
       ท่านจูปิเตอร์! อย่าทำอย่างนั้นสิคะ!”
       ทุกคนหันมองต้นเสียงอย่างตกใจไม่ค่อยมีใครกล้าพูดอะไรระหว่างที่ท่านผู้นั้นพูดค้างอยู่หรอกคาลลิสโตตีมือที่กำเป็นหมัดของจูปิเตอร์ดังเพี้ยะ
       ท่านจูปิเตอร์ไว้เล็บไม่ใช่เหรอคะ! เดี๋ยวก็เป็นแผลกันพอดีเรวินทร์แบมือทั้งสองข้างออก เล็บที่ไว้ยาวครึ่งเซนติเมตรทุกเล็บทิ้งรอยค่อนข้างลึกไว้ที่ฝ่ามือ ถ้าเล็บยาวกว่านี้คงได้เลือดไปแล้วนะคะ!”
       ขอโทษครับ
       นี่เธอ! ไปว่าอาจารย์เขาอย่างนั้นได้ยังไง—” ท่านผู้นั้นขยับจะว่ากล่าว แต่ก็ถูกแซทเทิร์นห้ามไว้
       อย่าไปว่าเด็กเลยครับท่าน เอโปรก็แค่รักจูปิเตอร์มากเท่านั้นเอง ครูหนุ่มพูดยิ้มๆ
เอ๊ะ นี่เธอเถียงฉันเหรอ!” ท่านผู้นั้นเอ็ดอย่างไม่จริงจังนัก
ขอโทษครับ
ท่านผู้นั้นมองภาพเด็กสาวที่ลูบฝ่ามือของจูปิเตอร์ด้วยท่าทางราวกับประคองสัตว์เล็กที่บาดเจ็บ...เห็นเช่นนั้นแล้วท่านก็ยิ้มออกมา
       นั่นสินะ

       ว่าแต่ไหนล่ะ ที่ว่าจะพาเด็กมาแนะนำกับฉัน ท่านผู้นั้นกลับเข้าสู่มาดจริงจัง ทุกคนขยับเข้าที่นั่งประจำตัว ครูหนุ่มเหลือบมองขณะนั่งลงตรงข้ามคู่หู สะกิดให้เด็กสาวนั่งลงข้างตน จูปิเตอร์ทำหน้าไม่รู้ไม่เห็นแล้วนั่งลงข้างๆคาลลิสโต
       ฟีบี
       เด็กสาวลุกขึ้นยืน ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่อย่างตื่นๆ ก่อนจะแนะนำตัวตามที่ครูหนุ่มช่วยซักซ้อมเอาไว้ แซทเทิร์นสังเกตเห็นแววตาที่อ่อนลงของท่านผู้นั้นเมื่อเด็กสาวพนมมือไหว้อย่างอ่อนน้อม
อริสรา ม่วงศรี...ม.๔ ห้องอาจารย์ธนรักษ์ค่ะ
       ท่านผู้นั้นพยักหน้าเล็กน้อย
       ทำอะไรได้บ้างล่ะ
เด็กสาวเหลือบมองครูหนุ่มแวบหนึ่งก่อนจะตอบ
วาดรูป เขียนหนังสือ คอมพิวเตอร์ ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิตและสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ค่ะ
ฉันหมายถึงทักษะการต่อสู้ ใช้อาวุธ! ต้องให้อธิบายด้วยเหรอ!”
เด็กสาวสะดุ้งเฮือก ใครจะไปรู้ล่ะ แซทเทิร์นยืนขึ้นบ้าง
จากภารกิจผังนางฟ้า ผมได้เห็นทักษะยิงปืนกับไหวพริบที่ค่อนข้างดีครับ ผมเห็นว่า—”
เธอยิงปืนได้จริงเหรอ
ท่านผู้นั้นถาม โบกมือให้แซทเทิร์นนั่งลง
ค่ะ
ดี...นั่งลง
เด็กสาวนั่งลงตามคำสั่ง สาวรุ่นพี่ส่งยิ้มข้ามโต๊ะมาให้ อริสรามองครูหนุ่มที่ยิ้มมุมปากแทนคำชม เก่งมาก เท่านี้เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของพวกเราแล้วนะ

เอาล่ะ เข้าเรื่องของเราดีกว่า
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปแทบจะทันที เด็กสาวรู้สึกได้ถึงความเงียบที่เข้าปกคลุม ซึ่งเป็นความเงียบคนละแบบกับความเงียบเมื่อครู่ ความเงียบครั้งนี้เต็มไปด้วยความจริงจัง ต่างจากความเงียบเมื่อครู่ที่มีเพียงความเคร่งเครียด
เธอมองข้ามโต๊ะไป แม้แต่คาลลิสโตที่ดูไม่ค่อยจะจริงจังกับอะไร หรือคู่หูจูปิเตอร์-แซทเทิร์นที่ดูเหมือนเอาแต่เล่นอยู่ตลอดเวลา ต่างมีสีหน้าจริงจังและเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
       ทุกคนรู้แล้วใช่ไหม เรื่องนักเรียนม.๔ที่เป็นข่าวเมื่อวันก่อน
       ทุกคนพยักหน้ากับคำพูดของท่านผู้นั้น แซทเทิร์นลุกขึ้นยืน
       ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติติดต่อมาทางผมครับ เขารายงานเสียงฉะฉาน จากการสอบสวนพบว่านักเรียนคนนั้นเป็นสมาชิกของแก็งค์มอเตอร์ไซค์ซิ่งแก็งค์หนึ่งครับ
       ตำรวจคิดว่าแก็งค์น่าจะมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดที่นักเรียนมีในครอบครองครับ เมื่อวานตำรวจนำกำลังเข้าจับกุม—” สีหน้าของท่านผู้นั้นอ่านได้อย่างชัดเจนว่า พวกตำรวจนี่มันโง่ไม่หายสินะ “—ก็แตกกันไปคนละทางน่ะครับ เละตุ้มเป๊ะ รถตำรวจตามไม่ทัน ข้อมูลก็ไม่ได้
       ผมได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองมาถึงหน่วยงานของเราครับท่าน ครูหนุ่มเปิดสมุดจดแล้วอ่านออกเสียงคำต่อคำ
ข้อความมีว่า หน่วยงานลับหมายเลข I8781 เนื่องด้วยคดีหมายเลข C2089 เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของสถานที่และบุคลากรซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกท่านโดยตรง ข้าพเจ้าจึงมีคำสั่งให้พวกท่านเป็นกำลังสนับสนุนให้กับตำรวจในการสืบสวนคดีความครั้งนี้อย่างเต็มที่ครับท่าน
แค่นั้นนะเหรอ
ครับท่าน แค่นั้นครับ
ฉันล่ะเบื่อพวกตำรวจ! ไม่เคยเข้าใจงานของเราเลย จะให้ทำงานกับพวกมัน…” ท่านผู้นั้นส่ายศีรษะด้วยท่าทีเหม็นเบื่อ แล้วมีใครได้รับรายงานขอความร่วมมือจากพวกมันไหม
ไม่มีครับท่าน
ไม่มีเลยครับ
เออ! ให้ตายสิพวกตำรวจ! เป็นคนต้องการความร่วมมือจากพวกเราแท้ๆแต่ไม่รู้จักมารยาท ท่านผู้นั้นแหว ฉันไม่เป็นฝ่ายติดต่อพวกมันก่อนหรอกนะ!”
ผมจัดการให้เองครับ
ไม่ต้อง เธอมันมนุษย์สัมพันธ์ไม่ได้เรื่อง!” ท่านผู้นั้นว่า จูปิเตอร์! จัดการด้วย
ได้ครับท่าน
ดี! นั่งลง!”
แซทเทิร์นปิดสมุดแล้วนั่งลง หันมายิ้มให้เด็กสาวข้างตัวนิดหนึ่ง
กลัวเหรอ
เด็กสาวพยักหน้า
กลัวอะไร จริงๆท่านเป็นคนใจดีออกนะ
พูดอะไร! แซทเทิร์น! อย่าคิดว่าฉันแก่แล้วจะไม่ได้ยินเธอนะ!”
ครูหนุ่มหัวเราะ
ยังจะมาหัวเราะอีก!”
ขอโทษครับท่าน

แล้วมีความคิดอะไรบ้างไหม
จูปิเตอร์ยืนขึ้นบ้าง
ผมคิดว่าเราควรติดต่อกับทางตำรวจ—”
ถ้าพวกมันไม่ติดต่อมา ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันที่จะต้องติดต่อไป!” ท่านผู้นั้นแหวเสียงดัง จะทำการงานพวกมันเสียหายฉันก็ไม่สน เพราะนี่อยู่ในเขตความดูแลของฉัน! และท่านผู้อำนวยการก็อนุญาตแล้วด้วย
ท่านผู้นั้นยิ้มอย่างมีชัย บุคคลทั้งสามยิ้มตาม เป็นรอยยิ้มที่แฝงนัยเดียวกัน เด็กสาวมองรอยยิ้มเหล่านั้นอย่างงุนงง ครูหนุ่มอธิบายเบาๆ
คำสั่งไงครับ เนื่องด้วยคดีหมายเลข C2089 มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกท่านโดยตรง นี่เป็นคำอนุญาตครับ

ฉันคิดว่าเราควรจะลงมือจัดการเรื่องทั้งหมดเอง อย่างที่ท่านผู้อำนวยการพูดนั่นล่ะ มันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของโรงเรียนและบุคลากร ทิ้งไว้นานๆเข้า พวกสื่อแร้งสื่อกามันจะขุดคุ้ยเสียเละเทะมากไปว่านี้
จะขุดไปเจอเรื่องที่เสียหายกว่านี้เอาสินะ
มีใครเสนอแผนอะไรไหม เอาที่มันฉลาดสมกับเป็นลูกศิษย์ฉันหน่อยนะ!”
       จูปิเตอร์ยืนขึ้นอีกครั้ง
       แฝงตัวเข้าไปในแก็งค์ครับ
       ให้มันได้อย่างนี้สิ!” เป็นครั้งแรกที่เสียงของท่านผู้นั้นเจือด้วยความชื่นชม จะเริ่มก็เริ่มเสียตั้งแต่เย็นนี้เลย ใช้รถตำแหน่งนั่นล่ะ จะเอาไปแต่งหรือจะยังไงก็เอา! ฉันไม่รู้เรื่องแบบนี้หรอก!”
       ครับ
       ครับท่าน
       เด็กสาวนึกถึงภาพรถจักรยานยนต์แม่บ้านสีเทาเงินและสีดำแดง ภาพที่เห็นจนชินตา...ภาพของรถทั้งสองคันจอดต่อกันอยู่หน้าตึกแห่งนี้จะกลายเป็นมอเตอร์ไซค์แบบไหนนะ
       จูปิเตอร์และแซทเทิร์นสบตากันแล้วยิ้มกว้าง เช่นเดียวกับคาลลิสโต ผิดแต่รอยยิ้มของสาวรุ่นพี่ออกจะเจ้าเล่ห์ไปสักหน่อยในสายตาของเด็กสาว...ราวกับว่ากำลังคิดแผนอะไรอยู่ในใจ...
       ถ้าจะเป็นแว้นๆ ก็ต้องมีสก๊อยสิคะอาจารย์ สาวน้อยพูด ยิ้มกว้าง
       จะให้ครูเอามาจากไหนกันละครับ จูปิเตอร์แย้ง แก้มเป็นสีอมแดงอย่างเห็นได้ชัด
       ก็นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งสองคน อย่างไม่น่าเชื่อว่าท่านผู้นั้นเป็นผู้พูด เมื่อเห็นสีหน้าอึ้งเอ๋อขององค์ประชุม ท่านผู้นั้นก็พูดต่อไป เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอันตราย พวกเธอไม่ต้องกลัวไปหรอก
       ไม่ล่ะค่ะ...คือ..หนูเข็ดแล้วกับการซิ่งมอเตอร์ไซค์ของจารย์เขา อริสรานึก
       แต่...ท่านครับ... แซทเทิร์นเอ่ย เหลือบมองจูปิเตอร์
       อย่างนี้ล่ะดีแล้ว! มีเด็กพวกนี้ไปด้วยพวกเธอจะได้ไม่ทำตัวหลุดโลกนัก! จะกลับไปซิ่งรถอีกรึไง!” แซทเทิร์นกัดปากอีกแล้ว มีเสียงดังเพี้ยะมาจากอีกฝั่งของโต๊ะ บอกได้ว่าจูปิเตอร์ก็คงกำหมัดจนถูกคาลลิสโตดุอีกเช่นกัน
       มีชีวิตเด็กให้รับผิดชอบ จะได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่หน่อย! อย่าลืมว่าเราไปปฏิบัติหน้าที่ ท่านผู้นั้นเอ็ด หันมาหาเด็กสาวทั้งสอง พวกเธอก็อย่าทำตัวเกะกะ ทำตัวให้เป็นประโยชน์ แล้วก็ระวังตัวด้วย
       ครับท่าน
       ค่ะ
       ค่ะท่าน!” ท่านผู้นั้นแก้
       ค่ะท่าน
       ริมฝีปากบางของท่านผู้นั้นขยับเป็นรอยยิ้ม
       ดี! ไปได้แล้ว ท่านผู้นั้นมองสบตากับเด็กสาว เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวเห็นแววตาอ่อนโยนในดวงตาที่ดูดุดันคู่นั้นได้อย่างชัดเจน ดูแลเด็กพวกนี้ด้วยนะ พวกนี้ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่อย่างที่เห็นนักหรอก
       ท่านครับ~~~” แซทเทิร์นทำเสียงโอดครวญ
       หรือว่าฉันพูดตรงไหนผิดไปยะ!”
       เปล่าครับ
       ไม่มีหรอกครับ
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-