Talk : เปิดเพลง "ใจรัก" (ost. มะหมาสี่ขาครับ) ฟังไปด้วยจะได้อารมณ์มากค่ะ ^-^
-----------------------------------
1
-----------------------------------
1
คุณครู ห้องลับ แล้วก็ท่านผู้นั้น
ห้องประชุมลับ ชั้นสอง อาคารศูนย์บริการคอมพิวเตอร์
ไม่ต้องจินตนาการถึงห้องประชุมมืดๆ ไฟสลัวๆ น่ากลัวๆที่มีบุคคลลึกลับนั่งอยู่ในเงามืดหรอก เพราะห้องนี้ไม่ใช่อย่างนั้น
ห้องประชุมลับแห่งนี้ก็เหมือนกับห้องประชุมทั่วๆไป
คือมีโต๊ะยาวอยู่กลางห้อง มีเก้าอี้นับสิบตัววางเรียงเป็นระเบียบทั้งๆที่มีคนนั่งแค่ห้าคน หน้าโต๊ะยาวแขวนฉากสำหรับเครื่องโปรเจคเตอร์ ถัดไปทั้งสองข้างคือบอร์ดที่ติดแผนผังหน้าตาประหลาดๆเอาไว้ ก็เหมือนกับห้องประชุมตามองค์กรทั่วๆไป
แต่บรรยากาศของที่นี่มันไม่ใช่....
“เมื่อดวงใจมีรัก...ดั่งเจ้านกโผบิน...บินไปไกลแสนไกล~” ครูหนุ่มผู้มีโค้ดเนมว่าแซทเทิร์นส่งเสียงร้องใส่แปรงลบกระดานในมือที่ติ้งต่างว่าเป็นไมโครโฟน จูปิเตอร์ที่เป็นเพื่อนคู่หูโยกตัวตามจังหวะเพลง
“What’s up Frank” ประโยคนี้เป็นเสียงของเด็กสาวสมาชิกคนล่าสุด ผู้มีโค้ดเนมว่าฟีบี ในมือเธอถือกระดาษแผ่นหนึ่งที่จดบทสนทนาซึ่งต้องใช้สอบในวิชาภาษาอังกฤษเอาไว้
“Oh, Ernest, you know I’ve been very busy for my exam tomorrow” เด็กสาวอีกคน—เอโปรหรือคาลลิสโต—ตอบ
“หัวใจพี่ก็ลอยลับไป...ถึงแดนดินถิ่นใดนะใจ...โอ้ดวงใจเจ้าเอ๊ย~~~” เสียงเดิมของครูหนุ่มร้องต่อ
เห็นภาพไหม...บรรยากาศห้องประชุมแท้เชียว...
ห้องประชุมบ้านไหนผู้เข้าประชุมนั่งกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ สองคนนั่งร้องเพลง—เปิดคาราโอเกะขึ้นจอด้วยนะคุณ—อยู่หัวโต๊ะ อีกสองคนนั่งอยู่ห่างออกมา...ซ้อมสอบบทสนทนาภาษาอังกฤษ
โดยไม่มีใครสนใจประธานองค์ประชุม
นิ้วมือที่สวมแหวนหัวหินสีแดงเคาะลงกับพื้นโต๊ะแสดงถึงความหงุดหงิดของผู้เป็นเจ้าของ
“I know, that’s why I’m calling you now to wish you—”
“ไม่ใช่นะ แอน มันต้อง—”
“เจ๊อย่า ถูกแล้ว หนูจำได้ ไม่เชื่อดูนี่—”
“เมื่อต่างเราก็รัก จะเกรงกลัวฉันท์ใด ใจเรานั้นแน่นอน~~~” คราวนี้เป็นเสียงของจูปิเตอร์ แซทเทิร์นเคาะแปรงลบกระดาน—ไมโครโฟน—กับขอบโต๊ะ เกิดฝุ่นฟุ้งเล็กน้อย
คิ้วที่เขียนด้วยดินสอเขียนคิ้วเป็นเส้นโค้งสมบูรณ์แบบขมวดเข้าหากัน
“โอเคๆ งั้นต่อๆ”
“ไม่เจ๊ นี่ท่อนเจ๊ เจ๊พูดดิ”
“เมื่อดวงใจมีรัก...มอบแด่ใครสักคน...” แซทเทิร์นโยกหัวตามจังหวะเพลงที่เพื่อนร้อง “หมดทุกห้องหั้ววว~~~ใจ~~~~”
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน แสดงถึงความอดทนที่ถึงขีดสุด
ถ้ามันยังไม่หยุดอีกนะ.. มือบางยกขึ้นเท้าสะเอว ฟีบีซึ่งเห็นสัญญาณนั้นกลืนน้ำลายและหยุดบทสนทนาทันที
“ขอให้เธอมั่นใจรักจริง ฉันจะยอมมอบกายพักพิง~~” แซทเทิร์นร้องต่อ ก่อนที่ทั้งสองจะประสานเสียงกัน
“แอบแนบอิงนิรันดร~~”
เท่านั้นแหล่ะความอดทนก็ขาดผึ่ง
“ธนรักษ์!! เรวินทร์!!!”
เจ้าของชื่อทั้งสองสะดุ้งเฮือก นั่งตัวตรงหลังตรงทันที แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้ถูกเรียกอย่างเด็กสาวทั้งสองยังสะดุ้งไปด้วย
“ครับ”
“ครับ”
“ไม่ต้องมาครับเลยนะ! พวกเธอ! ให้มันรู้กันบ้างสิว่าที่นี่ที่ไหน!!”
“ห้องประชุมครับ” จูปิเตอร์พาซื่อตอบ
“ไม่ได้ถาม!”
“ขอโทษครับ”
คงเป็นภาพที่ตลกดีแท้ ชายหนุ่มตัวเท่าหมีสองคนถูกหญิงวัยกลางคนตัวเล็กนิดเดียวดุจนกลัวหงอ แต่นี่เป็นเรื่องที่จัดว่าธรรมดา เพราะใครก็กลัวท่านผู้นั้นกันทั้งนั้น
ภายนอกท่านผู้นั้นเป็นผู้หญิงร่างเล็ก สูงแค่ศอกแซทเทิร์นเองกระมัง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับท่านผู้นั้นจะต้องเนี้ยบ ตั้งแต่ผมสีดำที่ตัดสั้น แว่นตากรอบสีทองที่วางนิ่งอยู่บนสันจมูก ชุดเสื้อกระโปรงเข้ากันตัดอย่างเรียบร้อยจากผ้าเนื้อดี ไปจนถึงรองเท้าส้นสูงสีดำที่ไม่มีแม้แต่ฝุ่นผงเกาะติด และที่ท่านผู้นั้นพกติดตัวตลอดเวลาคือร่มคันใหญ่สีแดงก่ำ
ดูผิวเผินเป็นเพียงคุณป้าธรรมดา แต่เมื่อใครทำอะไรไม่เข้าตาท่านผู้นั้นเมื่อไหร่ล่ะก็...จะเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี่แหล่ะ แม้แต่ผู้ชายตัวเท่าหมียังกลัว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แม้แต่ฟีบีซึ่งได้พบท่านผู้นั้นเป็นครั้งแรกยังรู้สึกกลัวท่านโดยไม่รู้สาเหตุ
ในขณะที่มือซ้าย มือขวา และมือสังหารทั้งสาม หรือที่เรียกรวมๆกันว่าองครักษ์ทั้งห้า มีโค้ดเนมเป็นชื่อดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ท่านผู้นั้นเองซึ่งตามข้อสันนิษฐานของคาลลิสโตก็น่าจะมีโคดเนม—จำพวก ซัน หรืออะไรทำนองนั้น—ด้วยเช่นกัน แต่ดูจะไม่มีใครเรียกกัน
หรือไม่กล้าเรียกก็ไม่รู้นะ...
“ที่นี่มันห้องประชุมนะ! พวกเธอนี่จริงๆเลย!”
“ขอโทษครับอาจารย์”
“ขอโทษครับท่าน”
นั่นแหล่ะ...ทุกคนเรียกท่านผู้นั้นว่า “อาจารย์”...ไม่น่าแปลกอะไร เพราะท่านผู้นั้น แท้จริงก็เป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้เช่นเดียวกัน
“ให้มันรู้จักกาลเทศะกันบ้างนะ! อายเด็กบ้างมั้ย!” แซทเทิร์นและจูปิเตอร์คอตก “นี่ฉันคิดผิดรึเปล่าเนี่ยที่ให้พวกเธอแทนที่จะให้—”
ท่านผู้นั้นชะงัก มีสีหน้าคล้ายหลุดปากพูดบางอย่างที่ไม่สมควรออกไป ความเงียบอย่างน่าตกใจเข้าปกคลุม ธนรักษ์ขมวดคิ้ว กัดริมฝีปากล่างค่อนข้างแรง จูปิเตอร์ หลุบตามองปลายเท้าตนเอง มือทั้งสองข้างกำเป็นหมัดแน่น
ฟีบีไม่เข้าใจบรรยากาศที่เกิดขึ้นเลยสักนิด เธอเหลือบมองสาวรุ่นพี่ซึ่งแสดงสีหน้าว่าไม่เข้าใจเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น—
“ท่านจูปิเตอร์! อย่าทำอย่างนั้นสิคะ!”
ทุกคนหันมองต้นเสียงอย่างตกใจ—ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดอะไรระหว่างที่ท่านผู้นั้นพูดค้างอยู่หรอก—คาลลิสโตตีมือที่กำเป็นหมัดของจูปิเตอร์ดังเพี้ยะ
“ท่านจูปิเตอร์ไว้เล็บไม่ใช่เหรอคะ! เดี๋ยวก็เป็นแผลกันพอดี” เรวินทร์แบมือทั้งสองข้างออก เล็บที่ไว้ยาวครึ่งเซนติเมตรทุกเล็บทิ้งรอยค่อนข้างลึกไว้ที่ฝ่ามือ “ถ้าเล็บยาวกว่านี้คงได้เลือดไปแล้วนะคะ!”
“ขอโทษครับ”
“นี่เธอ! ไปว่าอาจารย์เขาอย่างนั้นได้ยังไง—” ท่านผู้นั้นขยับจะว่ากล่าว แต่ก็ถูกแซทเทิร์นห้ามไว้
“อย่าไปว่าเด็กเลยครับท่าน เอโปรก็แค่รักจูปิเตอร์มากเท่านั้นเอง” ครูหนุ่มพูดยิ้มๆ
“เอ๊ะ นี่เธอเถียงฉันเหรอ!” ท่านผู้นั้นเอ็ดอย่างไม่จริงจังนัก
“ขอโทษครับ”
ท่านผู้นั้นมองภาพเด็กสาวที่ลูบฝ่ามือของจูปิเตอร์ด้วยท่าทางราวกับประคองสัตว์เล็กที่บาดเจ็บ...เห็นเช่นนั้นแล้วท่านก็ยิ้มออกมา
“นั่นสินะ”
“ว่าแต่ไหนล่ะ ที่ว่าจะพาเด็กมาแนะนำกับฉัน” ท่านผู้นั้นกลับเข้าสู่มาดจริงจัง ทุกคนขยับเข้าที่นั่งประจำตัว ครูหนุ่มเหลือบมองขณะนั่งลงตรงข้ามคู่หู สะกิดให้เด็กสาวนั่งลงข้างตน จูปิเตอร์ทำหน้าไม่รู้ไม่เห็นแล้วนั่งลงข้างๆคาลลิสโต
“ฟีบี”
เด็กสาวลุกขึ้นยืน ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่อย่างตื่นๆ ก่อนจะแนะนำตัวตามที่ครูหนุ่มช่วยซักซ้อมเอาไว้ แซทเทิร์นสังเกตเห็นแววตาที่อ่อนลงของท่านผู้นั้นเมื่อเด็กสาวพนมมือไหว้อย่างอ่อนน้อม
“อริสรา ม่วงศรี...ม.๔ ห้องอาจารย์ธนรักษ์ค่ะ”
ท่านผู้นั้นพยักหน้าเล็กน้อย
“ทำอะไรได้บ้างล่ะ”
เด็กสาวเหลือบมองครูหนุ่มแวบหนึ่งก่อนจะตอบ
“วาดรูป เขียนหนังสือ คอมพิวเตอร์ ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิตและสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ค่ะ”
“ฉันหมายถึงทักษะการต่อสู้ ใช้อาวุธ! ต้องให้อธิบายด้วยเหรอ!”
เด็กสาวสะดุ้งเฮือก ใครจะไปรู้ล่ะ แซทเทิร์นยืนขึ้นบ้าง
“จากภารกิจผังนางฟ้า ผมได้เห็นทักษะยิงปืนกับไหวพริบที่ค่อนข้างดีครับ ผมเห็นว่า—”
“เธอยิงปืนได้จริงเหรอ”
ท่านผู้นั้นถาม โบกมือให้แซทเทิร์นนั่งลง
“ค่ะ”
“ดี...นั่งลง”
เด็กสาวนั่งลงตามคำสั่ง สาวรุ่นพี่ส่งยิ้มข้ามโต๊ะมาให้ อริสรามองครูหนุ่มที่ยิ้มมุมปากแทนคำชม เก่งมาก เท่านี้เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของพวกเราแล้วนะ
“เอาล่ะ เข้าเรื่องของเราดีกว่า”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปแทบจะทันที เด็กสาวรู้สึกได้ถึงความเงียบที่เข้าปกคลุม ซึ่งเป็นความเงียบคนละแบบกับความเงียบเมื่อครู่ ความเงียบครั้งนี้เต็มไปด้วยความจริงจัง ต่างจากความเงียบเมื่อครู่ที่มีเพียงความเคร่งเครียด
เธอมองข้ามโต๊ะไป แม้แต่คาลลิสโตที่ดูไม่ค่อยจะจริงจังกับอะไร หรือคู่หูจูปิเตอร์-แซทเทิร์นที่ดูเหมือนเอาแต่เล่นอยู่ตลอดเวลา ต่างมีสีหน้าจริงจังและเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
“ทุกคนรู้แล้วใช่ไหม เรื่องนักเรียนม.๔ที่เป็นข่าวเมื่อวันก่อน”
ทุกคนพยักหน้ากับคำพูดของท่านผู้นั้น แซทเทิร์นลุกขึ้นยืน
“ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติติดต่อมาทางผมครับ” เขารายงานเสียงฉะฉาน “จากการสอบสวนพบว่านักเรียนคนนั้นเป็นสมาชิกของแก็งค์มอเตอร์ไซค์ซิ่งแก็งค์หนึ่งครับ
“ตำรวจคิดว่าแก็งค์น่าจะมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดที่นักเรียนมีในครอบครองครับ เมื่อวานตำรวจนำกำลังเข้าจับกุม—” สีหน้าของท่านผู้นั้นอ่านได้อย่างชัดเจนว่า พวกตำรวจนี่มันโง่ไม่หายสินะ “—ก็แตกกันไปคนละทางน่ะครับ เละตุ้มเป๊ะ รถตำรวจตามไม่ทัน ข้อมูลก็ไม่ได้
“ผมได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองมาถึงหน่วยงานของเราครับท่าน” ครูหนุ่มเปิดสมุดจดแล้วอ่านออกเสียงคำต่อคำ
“ข้อความมีว่า ‘หน่วยงานลับหมายเลข I8781 เนื่องด้วยคดีหมายเลข C2089 เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของสถานที่และบุคลากรซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกท่านโดยตรง ข้าพเจ้าจึงมีคำสั่งให้พวกท่านเป็นกำลังสนับสนุนให้กับตำรวจในการสืบสวนคดีความครั้งนี้อย่างเต็มที่’ ครับท่าน”
“แค่นั้นนะเหรอ”
“ครับท่าน แค่นั้นครับ”
“ฉันล่ะเบื่อพวกตำรวจ! ไม่เคยเข้าใจงานของเราเลย จะให้ทำงานกับพวกมัน…” ท่านผู้นั้นส่ายศีรษะด้วยท่าทีเหม็นเบื่อ “แล้วมีใครได้รับรายงานขอความร่วมมือจากพวกมันไหม”
“ไม่มีครับท่าน”
“ไม่มีเลยครับ”
“เออ! ให้ตายสิพวกตำรวจ! เป็นคนต้องการความร่วมมือจากพวกเราแท้ๆแต่ไม่รู้จักมารยาท” ท่านผู้นั้นแหว “ฉันไม่เป็นฝ่ายติดต่อพวกมันก่อนหรอกนะ!”
“ผมจัดการให้เองครับ”
“ไม่ต้อง เธอมันมนุษย์สัมพันธ์ไม่ได้เรื่อง!” ท่านผู้นั้นว่า “จูปิเตอร์! จัดการด้วย”
“ได้ครับท่าน”
“ดี! นั่งลง!”
แซทเทิร์นปิดสมุดแล้วนั่งลง หันมายิ้มให้เด็กสาวข้างตัวนิดหนึ่ง
“กลัวเหรอ”
เด็กสาวพยักหน้า
“กลัวอะไร จริงๆท่านเป็นคนใจดีออกนะ”
“พูดอะไร! แซทเทิร์น! อย่าคิดว่าฉันแก่แล้วจะไม่ได้ยินเธอนะ!”
ครูหนุ่มหัวเราะ
“ยังจะมาหัวเราะอีก!”
“ขอโทษครับท่าน”
“แล้วมีความคิดอะไรบ้างไหม”
จูปิเตอร์ยืนขึ้นบ้าง
“ผมคิดว่าเราควรติดต่อกับทางตำรวจ—”
“ถ้าพวกมันไม่ติดต่อมา ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันที่จะต้องติดต่อไป!” ท่านผู้นั้นแหวเสียงดัง “จะทำการงานพวกมันเสียหายฉันก็ไม่สน เพราะนี่อยู่ในเขตความดูแลของฉัน! และท่านผู้อำนวยการก็อนุญาตแล้วด้วย”
ท่านผู้นั้นยิ้มอย่างมีชัย บุคคลทั้งสามยิ้มตาม เป็นรอยยิ้มที่แฝงนัยเดียวกัน เด็กสาวมองรอยยิ้มเหล่านั้นอย่างงุนงง ครูหนุ่มอธิบายเบาๆ
“คำสั่งไงครับ ‘เนื่องด้วยคดีหมายเลข C2089 มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกท่านโดยตรง’ นี่เป็นคำอนุญาตครับ”
“ฉันคิดว่าเราควรจะลงมือจัดการเรื่องทั้งหมดเอง อย่างที่ท่านผู้อำนวยการพูดนั่นล่ะ มันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของโรงเรียนและบุคลากร ทิ้งไว้นานๆเข้า พวกสื่อแร้งสื่อกามันจะขุดคุ้ยเสียเละเทะมากไปว่านี้”
จะขุดไปเจอเรื่องที่เสียหายกว่านี้เอาสินะ
“มีใครเสนอแผนอะไรไหม เอาที่มันฉลาดสมกับเป็นลูกศิษย์ฉันหน่อยนะ!”
จูปิเตอร์ยืนขึ้นอีกครั้ง
“แฝงตัวเข้าไปในแก็งค์ครับ”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ!” เป็นครั้งแรกที่เสียงของท่านผู้นั้นเจือด้วยความชื่นชม “จะเริ่มก็เริ่มเสียตั้งแต่เย็นนี้เลย ใช้รถตำแหน่งนั่นล่ะ จะเอาไปแต่งหรือจะยังไงก็เอา! ฉันไม่รู้เรื่องแบบนี้หรอก!”
“ครับ”
“ครับท่าน”
เด็กสาวนึกถึงภาพรถจักรยานยนต์แม่บ้านสีเทาเงินและสีดำแดง ภาพที่เห็นจนชินตา...ภาพของรถทั้งสองคันจอดต่อกันอยู่หน้าตึกแห่งนี้—จะกลายเป็นมอเตอร์ไซค์แบบไหนนะ—
จูปิเตอร์และแซทเทิร์นสบตากันแล้วยิ้มกว้าง เช่นเดียวกับคาลลิสโต ผิดแต่รอยยิ้มของสาวรุ่นพี่ออกจะเจ้าเล่ห์ไปสักหน่อยในสายตาของเด็กสาว...ราวกับว่ากำลังคิดแผนอะไรอยู่ในใจ...
“ถ้าจะเป็นแว้นๆ ก็ต้องมีสก๊อยสิคะอาจารย์” สาวน้อยพูด ยิ้มกว้าง
“จะให้ครูเอามาจากไหนกันละครับ” จูปิเตอร์แย้ง แก้มเป็นสีอมแดงอย่างเห็นได้ชัด
“ก็นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งสองคน” อย่างไม่น่าเชื่อว่าท่านผู้นั้นเป็นผู้พูด เมื่อเห็นสีหน้าอึ้งเอ๋อขององค์ประชุม ท่านผู้นั้นก็พูดต่อไป “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอันตราย พวกเธอไม่ต้องกลัวไปหรอก”
ไม่ล่ะค่ะ...คือ..หนูเข็ดแล้วกับการซิ่งมอเตอร์ไซค์ของจารย์เขา อริสรานึก
“แต่...ท่านครับ...” แซทเทิร์นเอ่ย เหลือบมองจูปิเตอร์
“อย่างนี้ล่ะดีแล้ว! มีเด็กพวกนี้ไปด้วยพวกเธอจะได้ไม่ทำตัวหลุดโลกนัก! จะกลับไปซิ่งรถอีกรึไง!” แซทเทิร์นกัดปากอีกแล้ว มีเสียงดังเพี้ยะมาจากอีกฝั่งของโต๊ะ บอกได้ว่าจูปิเตอร์ก็คงกำหมัดจนถูกคาลลิสโตดุอีกเช่นกัน
“มีชีวิตเด็กให้รับผิดชอบ จะได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่หน่อย! อย่าลืมว่าเราไปปฏิบัติหน้าที่” ท่านผู้นั้นเอ็ด หันมาหาเด็กสาวทั้งสอง “พวกเธอก็อย่าทำตัวเกะกะ ทำตัวให้เป็นประโยชน์ แล้วก็ระวังตัวด้วย”
“ครับท่าน”
“ค่ะ”
“ค่ะท่าน!” ท่านผู้นั้นแก้
“ค่ะท่าน”
ริมฝีปากบางของท่านผู้นั้นขยับเป็นรอยยิ้ม
“ดี! ไปได้แล้ว” ท่านผู้นั้นมองสบตากับเด็กสาว เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวเห็นแววตาอ่อนโยนในดวงตาที่ดูดุดันคู่นั้นได้อย่างชัดเจน “ดูแลเด็กพวกนี้ด้วยนะ พวกนี้ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่อย่างที่เห็นนักหรอก”
“ท่านครับ~~~” แซทเทิร์นทำเสียงโอดครวญ
“หรือว่าฉันพูดตรงไหนผิดไปยะ!”
“เปล่าครับ”
“ไม่มีหรอกครับ”
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-