รักของพี่...เกิดที่รถเมล์ฟรี
Story & Ilusstation by Nimu
♦
ไม่รู้สินะ...ฉันว่ามันก็ไม่ได้ผิดอะไรที่จะขึ้นรถเมล์ฟรี...
ฉันก็เป็นแค่เด็กม.ปลายคนนึง...เป็นเด็กผู้หญิงคนนึงที่กลับจากโรงเรียนกวดวิชาด้วยรถเมล์ฟรี
ก็แล้วจะทำไมวะ...ไม่อยากเสียเงินมากนี่
มันก็ไม่ได้ผิดอะไรนะ ไม่เกี่ยวด้วยว่าคุณเป็นผู้หญิงผู้ชาย อายุเท่าไหร่ ก็เขาทำไว้ให้ขึ้น เราก็ขึ้น ไม่เห็นจะผิดตรงไหน
เอาเป็นว่าจ่ายภาษีทุกปีก็น่าจะพอ
พูดก็พูด...รถเมล์ฟรีสีแดงสาย 107 นี่ล่ะ เป็นอะไรที่ฉันรอคอยมากๆ
จากเซนทรัลไปบ้านคุณยาย ลงป้ายมหาลัยฯศรีปทุม ถ้าเป็นรถแดงก็เจ็ดบาท ถ้าเป็นรถแอร์ก็สิบเอ็ดบาท ขึ้นรถเมล์ฟรีก็เหลือตังซื้อน้ำได้แก้วนึงแล้ว
สัปดาห์หนึ่งฉันจะได้กลับบ้านเองแค่หนึ่งวัน คือวันเสาร์ที่ไปเรียนกวดวิชาที่แถวๆเซนทรัล เลิกเรียนแล้วก็ขึ้นรถเมล์กลับบ้านคุณยาย บางทีอาจจะมีแวะโน่นนี่ ช้อบปิ้งนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากนะ ปรกติก็แค่ปากกาด้ามนึง สมุดเล่มนึง อะไรอย่างนี้
ฉันเป็นพวกบ้าสมุดน่ะ เห็นสวยๆแล้วต้องจับ จับแล้วก็อยากซื้อ พอซื้อมาแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร (เหอ)
กลับไปที่รถเมล์ฟรี
ครอสเรียนพิเศษของฉันเลิก 11 โมงครึ่ง พอแวะเดินเล่นนิดหน่อยเสร็จก็จะถึงป้ายรถเมล์ตอนเที่ยงตรงพอดี รอประมาณสิบถึงสิบห้านาที รถเมล์สีแดงติดป้าย “รถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน” ก็จะเข้ามาเทียบป้าย
ประชาชนอย่างฉันก็ขึ้นนั่ง
สังคมไทยเราเดี๋ยวนี้ก็นะ...ไม่ค่อยมีใครแบ่งปันสักเท่าไหร่ ผู้หญิงท้องแก่กับคุณยายอายุแปดสิบขึ้นรถเมล์มา ชายหนุ่มสุขภาพดียังนั่งฟังเพลงเฉย...
เป็นฉัน ฉันลุกให้เขานั่งนะคุณ
พูดก็พูดเถอะ เคยได้ยินคำว่า “กรุงศรีอยุธยายังมิสิ้นคนดี” ไหม
บนรถเมล์ฟรีสาย 107 ก็ยังไม่สิ้นคนดีเช่นกัน
พี่ชายผมสั้น ใส่เสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้ากับแจ๊กเกตสีดำขอบเหลือง ปักลาย Johny Walker (ที่เป็นยี่ห้อเหล่าน่ะ) สีเหลืองเช่นกัน ใส่กางเกงสแล็กสีดำกับรองเท้าผ้าใบ สวมหูฟังสีฟ้า
ตอนรถเมล์คันโปรดของฉันเทียบป้าย ฉันกับพี่ชายคนนี้และอีกหลายๆคนวิ่งไปขึ้นรถ เช่นเดียวกับคุณตาคนหนึ่ง
ฉันเห็นคุณตาคนนี้แกนั่งรออยู่นานแล้ว แกถือไม้เท้าและก็ใส่แว่นตาดำ เข้าใจได้ว่าแกคงมองอะไรไม่เห็น ได้ยินเสียงรถเมล์ถึงได้ลุกมา เดินไปที่ตัวรถพร้อมๆกับพวกฉัน แกก็เอาไม้เท้าความ เอามือคลำหาประตู
พี่ชายหูฟังสีฟ้าคนนี้ (ซึ่งยืนอยู่ข้างหน้าฉัน ใกล้ๆกับคุณตา) ก็เข้ามาพยุงแก บอกว่า “ซ้ายครับ ซ้ายครับ” ประมาณว่าประตูอยู่ทางซ้ายครับ
คุณตาแกก็ถามว่า “นี่เบอร์อะไร” พี่ชายบอกว่า “107ครับ” คุณตาแกก็กลับไปนั่งป้ายเฉย
ประมาณว่าไม่ใช่คันที่แกรอ
โอเค...ที่เหลือก็ขึ้นรถเมล์กันไป
อย่างว่ามันเป็นรถเมล์ฟรี คนขึ้นก็เลยเยอะหน่อย คือก็ไม่ถึงกับแน่น แค่แบบว่า...ที่นั่งเต็ม
พี่ชายเขาขึ้นไปก่อน เขาก็เลยนั่งที่นั่งด้านริมหน้าต่าง ที่นั่งฝั่งประตูมันเป็นที่นั่งคู่ใช่ไหมล่ะ เขาก็เข้าไปนั่งข้างใน ฉันนั่งข้างๆพี่เขา...คือมันเหลือที่แค่นั้นไง
ก็ไม่ได้มีอะไร
จนป้ายตึกช้าง ก็มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง อายุสักยี่สิบปลายๆ สามสิบต้นๆได้มั้ง ดูจากลักษณะแล้วน่าจะท้องได้ประมาณหกเจ็ดเดือนแล้ว
รถกำลังจะออก ที่นั่งก็เต็มแล้ว ไม่มีใครทำท่าจะลุก พี่สาวคนนั้นก็ต้องยืนโหนราวจับอย่างช่วยไม่ได้
แต่อย่างที่บอกคือกรุงศรีอยุธยายังไม่สิ้นคนดี เช่นเดียวกับรถเมล์ฟรีสายหนึ่งศูนย์เจ็ด
“พี่สาวครับ นั่งนี่ก็ได้ครับ”
พี่ชายหูฟังสีฟ้าลุกจากที่ ทั้งๆที่ที่นั่งของเขาอยู่ด้านในแท้ๆ
“ขอทางหน่อยครับ” ฉันก็ขยับให้พี่ชายลุกออกแล้วเข้าไปนั่งด้านในแทน เว้นที่นั่งด้านนอกให้พี่สาวนั่งด้วย
ถ้าเป็นฉัน นั่งข้างในอย่างนั้น ไม่ลุกให้หรอกนะ...พี่เขาใจดีจัง
“ขอบคุณค่ะ”
น่ารักจังเลย ดูสิ การทำความดีทำให้คนหน้าตาธรรมดาๆดูดีขึ้นเยอะเลยนะ มันเป็นเรื่องที่ดีจังเลยนะ....
ฉันส่งยิ้มให้พี่ชายคนนั้นอย่างชื่นชม พี่เขายิ้มตอบเล็กน้อย
พี่ชายคนนั้นลงไปที่ป้ายมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ส่วนฉันนั่งไปอีกสามป้ายแล้วลงที่มหาลัยฯศรีปทุม หลังจากนั้น ไม่ว่าฉันจะขึ้นรถเมล์ฟรีสาย 107 นี้ หรือเปลี่ยนไปขึ้นคันอื่นๆ ก็ไม่ได้เจอพี่ชายคนนั้นอีกเลย
ขอให้เจริญๆ นะพี่ชาย...พี่ชายเท่มากเลย
♦♦♦♦