วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

[Precious 1] Before you realize ~ They'll be by your side ~

Before you realize ~ they’ll be by your side ~


> Precious one – KAT-TUN

> Yuichi x Tatsuya



Intro

วันเวลาได้ผ่านพ้นไป พวกเราได้พบเจอการจากลาที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมามากมาย

ณ ที่ตรงนี้ ได้รับหลายสิ่งที่จากอ่อนโยนของใครๆ หลายคนไดที่ผ่านเข้ามาและผ่านออกไป



ตอนนี้ ได้แต่นั่งคิดถึงอะไรบางสิ่งที่ได้ผ่านพ้นไปเพียงลำพัง



บางครั้ง ก็รู้สึกสงสัยว่า ทำไมนะ ถึงมีบางเวลาที่เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมาในจิตใจ

ไม่ต้องการที่จะต้องทนอยู่อย่างโดดเดี่ยวตลอดเวลาเลย...มันทรมาน



สักวันหนึ่ง คงมีสักวันใช่มั้ย ที่จะได้พบเจอสิ่งสำคัญที่พิเศษสุด

แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า นี่ไง หนึ่งในดวงดาวที่เปล่งประกาย



บอกทีสิว่าทำไม ทำไมนะ พวกเราทุกคนถึงลำบากนักกับการที่จะพบเจอกับความรัก

อา...ดวงดาวนี่ช่างซื่อตรงจังนะ ที่คอยประดับประดา ตกแต่งให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนดูส่องสว่างและอ่อนโยน



สักแห่ง จะต้องมีสักที่ที่จะมีสิ่งสำคัญสิ่งนั้นเพียงสิ่งเดียว

เธอจะไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป ไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว



สักวันหนึ่ง คงจะได้พบเข้าสักวัน คนในพรหมลิขิต สักคนที่เธอรัก

ก่อนที่เธอจะทันรู้สึก...นี่ไง เขาก็มาอยู่ข้างๆเธอแล้ว



แม้เวลาจะผ่านพ้นไปนับล้านปี

พวกเราก็จะยังคงไม่เปลี่ยนไป ไม่ต้องห่วง ไม่เป็นไรหรอก

เธอคือสิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น เราจะได้พบกันอย่างแน่นอน

สักวันหนึ่งเธอจะได้พบสิ่งสำคัญนี้ ฉันเชื่อในความรักนะ

เชื่อมาตลอด



เธออยู่ข้างๆเลยนี่ไง

แล้วเธอจะได้พบสิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวของเธอ....

Part I

โรงเรียนเอกชนซากุระ (เพื่อเด็กพิการและด้อยโอกาส) เป็นโรงเรียนเพื่อสอนเด็กที่พิการทั้งทางกายและทางสมอง เด็กที่ถูกทอดทิ้ง ถูกทารุณ หรือขาดโอกาสทางการศึกษา ทั้งนักเรียนและบุคลากรซึ่งเป็นผู้พิการเสียส่วนใหญ่ต่างรักและเทิดทูนคุณหญิงคุโรคาวะ ซากุระ ผู้เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้กันทั้งสิ้น

ในโรงเรียนขนาดไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็กแห่งนี้ พูดได้เลยว่าคุณหญิงซากุระรู้จักนักเรียนทุกคน บุคลากรทุกคน ในเวลาก่อนหรือหลังเลิกเรียน จะเห็นคุณหญิงซากุระเดินเล่นพูดคุยกับนักเรียน หรือบางวันอาจจะเห็นคุณหญิงเธอนั่งทานอาหารกลางวันร่วมกับเด็กๆนอกจากความเป็นกันเองแล้ว ที่ทำให้ทุกคนรักและเทิดทูนคุณหญิงซากุระมากมายถึงเพียงนี้ ยังเป็นเพราะเธอเป็นดั่งดวงไฟที่ให้แสงสว่างในยามที่มืดมิดที่สุดของชีวิต มีหลายคนได้เริ่มชีวิตใหม่ภายใต้อุปการะของคุณหญิง

ปัจจุบันโรงเรียนมัธยมซากุระเปิดสอนทั้งหมดสามระดับชั้น (มัธยมปลาย) แต่ละระดับชั้นมีห้าห้องเรียน ห้องหนึ่งๆมีนักเรียน 22 คน และครูประจำชั้นอีกสองคน ภาคเรียนปัจจุบันเป็นภาคเรียนที่สอง เปิดเรียนเมื่อเกือบสองสัปดาห์ก่อน ถึงกระนั้น ห้อง 1 D ก็ยังคงมีครูประจำชั้นแค่คนเดียว เหตุก็มีอยู่ว่า

แต่เดิมห้องนี้มีครูประจำชั้นสองคน...ก็เหมือนห้องอื่นๆนั่นแหล่ะ คนหนึ่งเป็นคุณครูตัวเล็ก หน้าตาสะสวยเหมือนผู้หญิง กริยาห้าวหาญเหมือนผู้ชาย รู้จักกันในนาม อุเอดะ ทัตสึยะ คุณครูคนนี้เคยถูกบิดาทารุณตอนยังเล็ก กว่าที่จะได้รับความช่วยเหลือก็สูญเสียใบหูทั้งสองข้างและดวงตาข้างซ้ายไปเสียแล้ว ทัตสึยะใส่ดวงตาปลอมและไว้ผมยาวถึงสันกรามเพื่อบังใบหูที่ขาดหาย ทั้งๆที่ทำศัลยกรรมเสริมแต่งใบหูขึ้นมาใหม่ได้ง่ายดายแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมทำ ทรงผมโฉบเฉี่ยวสี บลอนด์อมน้ำตาลของคุณครูทัตสึยะนั้นว่ากันว่าเป็นทรงผมที่โดดเด่นที่สุดในโรงเรียนนี้เลยก็ว่าได้ ทัตสึยะได้ให้เหตุผลไว้ว่าที่ทำเช่นนี้เพราะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนไปที่สีผมแสบตาแทนที่จะเป็นดวงตาไร้แวว

คุณครูอีกคนมีชื่อว่าทางุจิ จุนโนสุเกะ ด้วยความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรกับรอยยิ้มปากฉีกถึงหูคือจุดเด่นของคุณครูคนนี้ จุนโนสุเกะถูกรถชนเมื่ออายุได้ยี่สิบสองปีและทำงานอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ในฐานะครูสอนวิทยาศาสตร์ นับว่าเขาเป็นครูหนุ่มหนึ่งในไม่กี่คนที่ปรกติดีตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เมื่อประสบอุบัติเหตุครั้งนั้น จุนโนสุเกะจำเป็นต้องบินไปรักษาตัวที่ต่างประเทศและไม่สามารถมาสอนเด็กๆได้ในภาคเรียนนั้

ตอนนี้ห้อง 1D มีครูประจำชั้นคนที่สองแล้ว

คุณครูทัตสึยะยืนอยู่หน้ากระดานดำห้อง 1D โดยมีสายตาสิบเจ็ดคู่กับอีกหนึ่งข้างมองอยู่

“ทุกคน เทอมนี้ ครูเป็นคุณครูของพวกเรามาได้สองอาทิตย์แล้ว..เธอจะเห็นว่าเธอมีครูประจำชั้นคนเดียวในขณะที่ห้องอื่นมีสองคน ทุกคนคงจำคุณครูจุนโนสุเกะที่มาอยู่กับเราแค่สามวันได้ แล้วคงจะรู้ว่าคุณครูลาไปผ่าตัด และตอนนี้—“

“คุณครูจุนโนสุเกะกลับมาแล้วเหรอครับ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งว่า

“ครูพูดอยู่ อย่าขัดสิครับ จินคุง” คุณครูหนุ่มดุ “ยังครับ คุณครูจุนโนสุเกะยังไม่กลับมา แต่ท่านผู้อำนวยการซากุระได้จัดหาคุณครูคนใหม่มาให้พวกเราแล้ว”

เด็กๆส่งเสียงเจี้ยวจ้าว

“ตอนนี้คุณครูกำลังเดินทางมา” ทัตสึยะเอ่ย “เรามาแอบกระซิบกันก่อนนิดนึง” เขาลดเสียงลง เด็กๆทุกคนโน้มตัวมาด้านหน้า

“คุณครูคนใหม่ของเราคนนี้เคยเป็นบรรณารักษ์ของโรงเรียนเรามาก่อน มีใครเคยเข้าห้องสมุดมั้ย...เคยเห็นคุณครูประจำห้องสมุดมั้ย”

แขนเทียมของเด็กหญิงคนหนึ่งชุขึ้นในอากาศ พร้อมกับมือของเด็กหนุ่มอีกคนที่วาดถ้อยคำในอากาศ

“คนนั้นแหล่ะ เพราะว่าห้องสมุดต้องใช้ความเงียบ คุณครูเขาเป็นบรรณารักษ์มาเกือบสามปีแล้ว แทบไม่ได้ออกจากห้องสมุดมาเลย พวกเราไม่เคยเห็นคุณครูใช่มั้ยล่ะ...นั่นแหล่ะ คุรครูเขาเลยพูดไม่ค่อยเก่งนักหรอก พวกเราก็ชวนคุณครูคุยด้วยนะ”

ทุกคนตกลง

“ดีมาก อีกอย่างนึง คุณครูเขาบาดเจ็บที่หัวไหล่เพราะอุบัติเหตุ ตอนนี้ยังใช้แขนได้ไม่เต็มที่ ตอนนี้คุณครูยังต้องใช้เครื่องมือช่วยอยู่...เขาเรียกอะไรนะ เครื่องดาม?”

“เครื่องดามค่ะ”

“นั่นหล่ะ พวกเราที่มีแขนใหม่ขาใหม่คงเข้าใจดีนะ” เด็กๆทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “พวกเราเป็นเด็กดี ครูคิดว่าคงไม่มีใครทำแต่ครูก็ต้องเตือนเอาไว้ก่อน อย่าแกล้งคุณครูเขานะครับ”

ทุกคนสัญญา

“พวกเราเข้ากับแขนขาใหม่ได้แล้ว อย่าปล่อยให้คุณครูเขาต้องถือของเอง จะหนักหรือไม่หนักถ้าพวกเราเห็นก็ต้องเข้าไปช่วย คุณครูเขายังต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาลอยู่ แล้วพูดตามตรง...เงินเดือนครูมันก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ ขอให้พวกเราเห็นใจ ช่วยกันด้วย เข้าใจใช่มั้ยครับ”

ทัตสึยะพูดจบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“คุณครูมาแล้ว” ชายหนุ่มกระซิบ เด็กๆรีบนั่งที่อย่างเรียบร้อยทันที

คนที่เข้ามาใหม่เป็นชายหนุ่มร่างสูง สูงกว่าทัตสึยะเกือบสิบเซนติเมตรเห็นจะได้ เขาผอม ผิวอมเหลืองเหมือนชาวเอเชียทั่วๆไป ใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนสุขภาพไม่ค่อยดี เขามองสภาพในห้องด้วยดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ฉายแววประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

“ทางนี้เลยครับ” ทัตสึยะยิ้มต้อนรับ คนมาใหม่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ทุกคน ทำความเคารพคุณครูเร็วเข้า”

หัวหน้าห้องสั่งแถว นักเรียนทุกคนลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงอย่างที่จะเป็นได้แค่ในวันแรกเท่านั้นก่อนที่จะโค้งทำความเคารพอย่างเรียบร้อย แวบหนึ่ง เด็กหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าห้องสังเกตเห็นแววตาสีน้ำตาลของคุณครูคนใหม่ไหววูบด้วยอารมณ์

คุณครูคนใหม่ก้าวเข้ามายืนหน้าห้อง ชุดเสื้อเชิ้ตผูกเนกไทดูขัดกับชุดวอร์มขาลอยของคุณครูทัตสึยะอย่างบอกไม่ถูก เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเนี้ยบที่คุณครูสวมมีกระดุมหน้าตาประหลาดติดอยู่ตั้งแต่บ่าขวายาวจนถึงปลายแขน เข็มกลัดเนกไทสีเงินเรียบเข้ากับชุด คุณครูสวมนาฬิกาข้อมือสีดำที่ข้อมือข้างซ้าย ชายเสื้อเก็บเข้าในกางเกงเรียบร้อย

“คุณครูครับ ผมชื่อ ทานากะ โคคิ เป็นหัวหน้าห้องครับ” เด็กหนุ่มหน้าเหลี่ยมผู้นั่งอยู่ริมประตูลุกขึ้นแนะนำตัวตามขั้นตอนที่ตกลงกันเอาไว้ ดวงตาของเด็กหนุ่มมีสีน้ำตาลเป็นประกายอยู่บนใบหน้าที่มีแผลเป็นหน้ากลัว

“นิชิกิโด เรียวครับ เป็นรองหัวหน้าห้อง” เด็กหนุ่มร่างเตี้ย ผิวคล้ำ พูดสำเนียงคันไซยืนขึ้น เอามือเท้าโต๊ะเรียนต่างไม้ค้ำ “ขาผมถูกกับระเบิดตอนไปเที่ยวนราธิวาสฮะ”

“หัวหน้าฝ่ายบริการ มัตสึดะ ทาคาฮิสะครับ”

“อาคานิชิ จิน” เด็กหนุ่มร่างหนาลุกขึ้น พูดด้วยเสียงดัง “หัวหน้าฝ่ายบริการ หัวโจกห้อง 1D ครับ”

“ยามาชิตะ โทโมฮิสะ เรียกยามะจังก็ได้ครับ” เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักพูดด้วยมือ “หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมและสิ่งแวดล้อมครับ ผมดีใจมากๆเลยที่คุณครูมาเป็นคุณครูประจำชั้นห้องผม”

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”

กรรมการห้องทั้งห้าโค้งทำความเคารพแล้วนั่งลง คุณครูคนใหม่โค้งรับหนึ่งทีก่อนจะแนะนำตัวเอง

“เอ่อ..ครู..สวัสดีครับเด็กๆ” เด็กๆทุกคนส่งเสียง อรุณสวัสดิ์ ตอบ “เอ่อ...ครู...เอ่อ...ครูมาแทนคุณครูจุนโนสุเกะที่ลาไปผ่าตัดที่อเมริกา ครู เอ่อ ครูก็เลยจะมาเป็นครูประจำชั้นของพวกเราแทนคุณครูจุนโนสุเกะนะครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยตะกุกตะกัก มือเรียวลูบเส้นผมสีช็อคโกแลตอย่างประหม่า เด็กหนุ่มร่างหนามองตามมือนั้น นอกจากคุณครูคนใหม่ของเขาจะมีผมสีช็อคโกแลตแล้ว ยังมีกลิ่นอายของช็อคโกแลตติดตัวอีกต่างหาก

“ชื่อ อาจารย์นากามารุ ชื่อ” ทัตสึยะกระซิบเสียงเบา ย้ำชื่ออาจารย์ทางุจิตั้งสองครั้ง แต่ไม่พูดชื่อตัวเอง บ้ารึเปล่า

คุณครูคนใหม่หยิบชอล์กเขียนบนกระดานดำในความสูงระดับเอว ต่ำเสียจนเด็กๆต้องก้มมอง

“ครูชื่อ นากามารุ ยูอิจิครับ ขอโทษที่เขียนต่ำๆ คือแขนครูมันไม่ค่อยดีน่ะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ” ทุกคนส่งเสียงอย่างพร้อมเพรียง

“เด็กๆ” ทัตสึยะหลิ่วตา “เราตกลงกันว่ายังไง”

“ขอโทษครับ/ค่ะ คุณครูทัตสึยะ” เด็กๆเสียงอ่อย ก่อนจะตอบใหม่อีกครั้งอย่างร่าเริง “ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ คุณครูยูอิจิ”

ยูอิจิยิ้มแก้มแทบปริ รู้สึกดีที่ได้รับความสนใจจากเด็กๆ เสียงเล็กๆที่เรียกชื่อเขาอย่างรักใคร่ ดวงตาที่มองดูเขาอย่างชื่นชม ทั้งหมดนั้นทำให้เขารู้สึกดีจริงๆ

“ดีมาก...เชิญต่อเลยครับคุณครู”

“เอ่อ...ครูเกิดวันที่ 4 กันยายน ปีนี้ก็จะอายุยี่สิบสี่แล้ว อืม ครูเป็นบรรณารักษ์มาได้สามปีแล้ว ก่อนหน้านั้นเคยสอนภาษาอังกฤษอยู่ปีนึงแต่ก็ไม่ไหว” ชายหนุ่มยกมือแตะต้นแขนอีกข้างของตนเอง

เด็กหนุ่มร่างอวบหนายกมือขึ้น

“คุณครูยูอิจิ ทำไมถึงเป็นบรรณารักษ์ละครับ”

ชายหนุ่มยิ้ม ลูบกระดุมประหลาดที่แขนเสื้ออย่างใจลอย

“ครูพูดไม่ค่อยเก่งน่ะครับ แล้วครูก็...ครู เอ่อ”

เด็กหนุ่มคนเดิมถามอีก

“เสื้อครูมีกระดุมตรงนั้นไว้ทำไมครับ”

ยูอิจิสะดุ้ง ทัตสึยะยิ้ม บอกแล้วว่าเด็กๆพวกนี้ไม่โง่

“ครู...เอ่อ..ครู...”

“ให้เขาดูไปเลย ไม่มีอะไรต้องอาย พวกเราทุกคนที่นี่เหมือนกัน” คุณครูทัตสึยะยกมือเสยผมที่ยาวคลุมสันกราม เปิดให้เห็นด้านข้างศีรษะที่ปราศจากใบหู

ยูอิจิมองคนข้างตัว มองเด็กหนุ่มร่างหนา มองมือที่วาดถ้อยคำให้กำลังใจของหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมผู้น่ารัก

ดวงตาเหล่านั้นมองเขาอย่างจริงใจ

“เอ่อ...ครู...”

“คุณครูเขาจะไปหาคุณหมอต่อน่ะ” คุณครูตัวเล็กตอบแทน ยูอิจิถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก “วันนี้คุณครูมาคุยกับพวกเราแป๊บเดี๋ยว เสร็จแล้วก็จะไปหาคุณหมอต่อเลย ใช่มั้ยครับคุณครูยูอิจิ”

“อ่ะ..ใช่ครับ..”

เด็กๆทุกคนเข้าใจทันที เสื้อตัวนั้นมีกระดุมเพื่อให้ถอดตรวจง่ายๆนั่นเอง

“ยังพอมีเวลามั้ยครับ คุณครูยูอิจิ”

คนถูกถามพยักหน้าตอบ

“งั้นมีใครจะถามอะไรคุณครูมั้ย ก่อนที่คุณครูจะไปหาคุณหมอ”

[Song] Precious~เรื่องย่อ

เตือนก่อน

สปอยตั้งแต่ต้นจนจบ อย่าอ่าน หากไม่อยากเสียรสชาติ
นิยายกำลังจะเอามาลง รออ่านนิยายก่อนดีกว่านะจ้ะ



เรื่องย่อ : [Precious]


Before you realize ~ they’re by your side~

นากามารุ ยูอิจิ เป็นบรรณารักษ์โรงเรียนเอกชนซากุระ(เพื่อเด็กพิการและด้อยโอกาส) ครั้งเมื่อเขาอายุได้ยี่สิบปี รถทัวร์ที่เขานั่งไปเที่ยวกับมหาวิทยาลัยประสบอุบัติเหตุ แขนขวาของเขาได้รับบาดเจ็บมากและไม่สามารถใช้การได้อย่างเต็มที่ เขาไม่สามารถเรียนต่อได้และจำต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยทั้งๆที่กำลังจะจบปริญญาโท แล้วเริ่มทำงานเพื่อเก็บเงินมาผ่าตัด

ยูอิจิเกิดที่ญี่ปุ่น เขาถูกแม่แท้ๆทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล แต่โชคดีที่มีคู่สามีภรรยาชาวไทยคู่หนึ่งมาพบเข้าและพาเขากลับไปเลี้ยงดูที่เมืองไทย เมื่อเขาเรียนจบมัธยมปลาย พ่อแม่ชาวไทยก็บอกความจริงเกี่ยวกับพ่อแม่ที่แท้จริงของเขา ที่ปัจจุบันเป็นนักการเมืองมีชื่อ

เขารับหน้าที่เป็นครูประจำชั้นห้อง 1D คู่กับอุเอดะ ทัตสึยะ ผู้สอนวิชาพละศึกษา แทนทางุจิ จุนโนสุเกะที่เคยประจำอยู่แต่ลาออกเพื่อไปผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ทัตสียะเคยถูกพ่อแท้ๆทารุณจนเสียใบหูและดวงตาข้างซ้ายไป ความจริงแล้วทัตสึยะเป็นผู้หญิง ชื่อทัตสึมิ เธอหนีออกจากบ้านมาและไม่อยากให้พ่อตามเจอ เธอจึงเปลี่ยนชื่อและแต่งตัวเหมือนผู้ชาย ดังนั้นความจริงที่เธอกับยูอิจิเป็นคนรักและอาศัยอยู่ด้วยกันจึงต้องเก็บเป็นความลับ

ทำงานได้สองเดือน ยูอิจิก็สนิทกับพวกเด็กๆมากขึ้น เขาได้รับรู้ถึงปูมหลังของเด็กๆแต่ละคน ทั้งจินคุงที่หูเกือบหนวกสนิท ยามะจังที่เป็นใบ้แต่ความรู้สึกไว และคณะกรรมการห้องที่ต่างก็พิการกันถ้วนหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเป็นไปได้สวย ชายหนุ่มขึ้อายพูดไม่เป็นเปิดใจเป็นกันเองกับผู้อื่นมากขึ้น หญิงสาวที่แกล้งทำเป็นผู้ชายเริ่มยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง พูดได้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเพราะเด็กๆเหล่านี้

ในขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังสวยงาม วันหนึ่งมีพายุฝน โรงเรียนสั่งปิดและให้ทุกคนรีบกลับบ้านตั้งแต่เที่ยง ยูอิจิกับทัตสึยะแยกกันกลับบ้านตามปรกติโดยทัตสึยะขับรถและยูอิจิขี่มอเตอร์ไซค์กลับ ระหว่างทางกลับบ้านพายุก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนทำให้รถมอเตอร์ไซค์ล้ม ยูอิจิไม่ได้บาดเจ็บอะไรแต่แรงกระแทกทำให้ไหล่ขวาเจ็บมากขึ้นอีก

คืนนั้น ทัตสึยะได้รับข่าวจากนายแพทย์ประจำตัวว่ามีผู้บริจาคกระจกตาให้และบอกให้เธอไปผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาข้างซ้ายที่บอดเพื่อให้มองเห็น ทัตสึยะยังไม่อยากไปเพราะเป็นห่วงยูอิจิที่ถึงจะไม่บ่นแต่ก็ดูออกว่าเจ็บแขน แต่ถ้าไม่ไปผ่าก็จะต้องสละสิทธิ์และรอกระจกตาอันใหม่ สุดท้ายทัตสียะก็ยอมไปผ่าตัดโดยมีเด็กๆไปให้กำลังใจถึงหน้าห้องผ่าตัด

ระหว่างนั้นมีการสอบกลางภาค ยูอิจิต้องคุมห้องสอบคนเดียว เขาเป็นไข้และอ่อนเพลีย เด็กๆสังเกตุเห็นจึงบอกให้คุณครูไปนอนพักแล้วให้คนอื่นมาคุมห้องแทนแต่ด้วยหน้าที่เขาก็ไม่ยอมทำตาม เด็กๆแม้จะมีโอกาสแต่ก็ไม่ได้คุยหรือลอกข้อสอบกันเพราะไม่อยากให้คุณครูเหนื่อย หัวหน้าห้องโคคิจึงบอกให้นั่งพัก ยูอิจิทำตามและเผลอหลับไป เด็กๆเห็นคุณครูหลับก็สบายใจ

เมื่อการสอบเสร็จสิ้นทั้งสามวันทัตสึยะก็กลับมาพอดี เธอเข้ามาหายูอิจิที่ห้องทำงานในห้องสมุด เล่าให้ฟังว่าได้พบกับพ่อแล้ว พ่อมาดักเจอเธอที่โรงพยาบาลและขอโทษทุกอย่างที่ทำกับเธอไว้รวมถึงอยากให้เธอกลับไปอยู่ด้วย แต่ทัตสึยะไม่อยากกลับไป ทั้งเพราะยังกลัวพ่อและห่วงยูอิจิอยู่ เธออยากให้เขาไปผ่าตัดให้หาย แต่เงินเก็บของเขามีไม่มากพอ ยูอิจิโทรกลับไปปรึกษาพ่อแม่ชาวไทย

จินได้ยินที่คุณครูทั้งสองคุยกันในห้องสมุดก็สงสัย คิดว่าคุณครูเป็นแฟนกันแต่ก็ยังสงสัยเพราะนึกว่าคุณครูเป็นผู้ชายทั้งคู่ เขาแอบตามดูพฤติกรรมของคุณครูทั้งสองจนจับได้ว่าทัตสึยะเป็นผู้หญิง เขาจึงเข้าไปถามยูอิจิเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่

ยูอิจิไม่ยอมบอกไปแต่กลับไปเล่าให้ทัตสึยะฟัง วันรุ่งขึ้นทัตสึยะแต่งชุดผู้หญิงมาสอน บอกเด็กๆว่าจริงๆแล้วเธอเป็นผู้หญิง เด็กๆก็บอกว่ารู้อยู่แล้ว

พ่อแม่คนไทยของยูอิจิติดต่อกับแม่ที่แท้จริงของเขา ขอให้ช่วยลูกชายเรื่องค่าผ่าตัด วันรุ่งขึ้นแม่ที่แท้จริงก็โทรศัพท์มาหายูอิจิที่บ้าน เป็นครั้งแรกที่สองแม่ลูกได้พูดคุยกันหลังผ่านไปเกือบสามสิบปี แม่บอกว่าจะออกเงินค่าผ่าตัดให้ ให้ขารับเงินและออกจากชีวิตของเธอไปก่อนจะทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหาย แต่เขาไม่ยอมรับเงินนั้น แม่ก็บอกว่าให้เก็บไปลองคิดดูก่อน

ที่โรงเรียน จุนโนสุเกะติดต่อกลับมา บอกว่าผ่าตัดสำเร็จโดยดีและกำลังจะกลับไป ทัตสึยะกับเด็กๆรู้ก็ดีใจ บอกให้ยูอิจิไปผ่าตัด แต่ก็ติดปัญหาเดิม (คือไม่มีกะตัง) และกลัวว่าจะไม่ได้กลับมาดูแลเด็กๆอีกเพราะจุนโนสุเกะกลับมาแล้ว

ระหว่างนั้นอาการบาดเจ็บที่แขนขวาของยูอิจิก็ทรุดหนัก แขนข้างนั้นปวดมากจนแทบใช้การไม่ได้และเขาไปทำงานไม่ไหว ทัตสึยะพาเขาไปหาหมอ คำขาดที่เขาได้รับจากหมอก็คือ เขาต้องผ่าตัดโดยเร็ว

ท่ามกลางความกังวลของยูอิจิ จุนโนสุเกะก็กลับมา เขาไปหายูอิจิที่ห้องสมุด ขอให้ยูอิจิดูแลเด็กๆแทนเขาด้วย เพราะเขากำลังจะลาออก และให้ยูอิจิไปผ่าตัดเสีย เพื่อที่จะได้หายกลับมาทันเข้าค่ายช่วงปลายเทอม

คืนนั้นยูอิจิปรึกษากับทัตสึยะ ทัตสึยะให้เขายืมเงินเก็บ แต่เงินเก็บทั้งหมดของทั้งสองรวมกันแล้วก็ยังไม่พออยู่ดี เธอจึงเสนอว่าจะยืมเงินของพ่อให้ ยูอิจิรู้สึกตื้นตันใจที่เธอยอมทิ้งทิฐิทั้งหมด ยอมติดต่อกับพ่อเพื่อเขา เขาไม่อยากทำให้เธอต้องลำบาก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง

เขากำลังจะยอมรับข้อเสนอของทัตสึยะเมื่อคุณแม่ชาวไทยที่เลี้ยงดูเขามาโทรมาหาจากเมืองไทย ขอร้องให้เขารับค่าผ่าตัดจากแม่ที่แท้จริง เขาอธิบายว่าไม่อยากรับเงินจากคนที่เป็นเหมือนคนแปลกหน้า ที่แม้แต่หน้าลูกก็ไม่ยอมมาพบ

คุณแม่บอกว่าให้เขาให้โอกาสแม่ที่แท้จริงสักครั้ง เขาเล่าให้ฟังว่าแม่โทรมา ว่าแม่บอกให้เขารับเงินแล้วออกจากชีวิตของเธอไป แล้วก็บอกว่าถ้าแม่ยอมให้พบก็อาจจะยอมยกโทษให้ก็ได้ พร้อมกันนั้นเสียงออดประตูก็ดัง คุณแม่บอกว่าอย่าลืมที่พูดแล้วก็วางสายไป คนที่มาก็คือแม่ที่แท้จริงของยูอิจิ ทั้งสองพูดคุยกันโดยมีทัตสึยะคอยไกล่เกลี่ยจนเข้าใจกันในที่สุด

สุดท้ายยูอิจิก็ไปผ่าตัดโดยใช้เงินที่แม่ออกให้ ทัตสึยะคืนดีกับพ่อแต่ก็ไม่ยอมไปอยู่ด้วย แม่ยอมรับและรักยูอิจิเหมือนลูก ระหว่างที่พักฟื้นอยู่แม้จะไม่ได้มาด้วยตัวเองแต่แม่ก็ส่งของเยี่ยมมาให้เขาที่โรงพยาบาล หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วทั้งคู่ก็แอบพบกันอยู่บ่อยๆ

ยูอิจิออกจากโรงพยาบาลหลังผ่าตัดได้สองอาทิตย์ พักอยู่กับบ้านจนครบหนึ่งเดือนก็ออกจากโรงพยาบาล เขากลับไปเป็นครูประจำชั้นห้อง1Dต่อเช่นเดิม

เมื่อไม่ต้องปิดบังตัวเอง รวมทั้งไม่ปลอมตัวเป็นผู้ชายอีกต่อไป ทัตสึยะก็คบกับยูอิจิอย่างเปิดเผยมากขึ้น หลังจากนั้นก็มีแหวนเงินสวมนิ้วนางขวามาอวดเด็กๆ ทั้งสองคนหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว และมีโครงการจะแต่งงานกันปีหน้า เมื่อทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อย





End ~ Happy ending ~