วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก) : Part 3 - บิดร้อยยี่ไปเลยพี่

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
Part 3 : บิดร้อยยี่ไปเลยพี่!!!
      มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าสีเทาเงินเลขทะเบียน 801 มีคนขับเป็นชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้ากับกางเกงแสล็กและรองเท้าหนังแลดูเรียบร้อย เขาผู้นี้เป็นเพียงอาจารย์ประจำศูนย์คอมพิวเตอร์ธรรมดาๆคนหนึ่งที่มียศเป็น ว่าที่ร้อยตรีแต่หากดูเพียงผิวเผิน เขาดูจะเหมือนผู้ปกครองหรือพี่ชายของเด็กสาวที่ซ้อนท้ายมาเสียมากกว่า
      เด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาสวมชุดนักเรียนมัธยมปลาย ผมของเธอตัดสั้น สวมแว่นตาทรงกลม มือของเธอเกาะครูหนุ่มผู้เป็น ที่ปรึกษาไว้แน่น ความกลัวหลังเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ยังไม่จางไป เธอเหลือบมองด้านหลังอย่างหวาดๆ กลัวจะเห็นรถตู้คันนั้นอีก เด็กสาวจิกนิ้วที่เอวหนาแน่นขึ้น
      ความเร็วของมอเตอร์ไซค์คันนั้นลดลง
      กลัวเหรอครับ เขาเหลือบมองเด็กสาวแวบนึง
      เด็กสาวสั่นหน้าแล้วรีบตอบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่เห็น
      เปล่าค่ะ
      กลัวก็บอกนะครับ ครูหนุ่มพูด เด็กสาวพยักหน้า เดี๋ยวนี้อะไรๆมันก็น่ากลัวขึ้น เราเป็นผู้หญิงก็ต้องระวังตัวนะครับ...นี่ดีมีคุณพ่อคอยรับส่ง...
      หูก็ได้ยินอยู่หรอกว่าครูหนุ่มให้โอวาทอยู่ แต่สมองดูจะไม่รับถ้อยคำเหล่านั้นเสียเลย เด็กสาวเกาะเอวครูหนุ่มแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกราวกับว่าสายลมที่พัดผ่านจะพัดเอาตัวเธอไปด้วย เธอกอดถุงผ้าที่วาดไว้บนตักอย่างแน่นหนา
      ทำไมกัน...คนพวกนั้นต้องการอะไรกันแน่...ตาลุงคนนั้น ไหนจะคนในรถ...ชายหนุ่มในชุดสีดำคนนั้น...ที่ดูคุ้นตาเหลือเกิน เด็กสาวผมยาวคนนั้น...ที่มีดวงตาเหมือนกับ เด็กสาวถอนหายใจ ดูไม่เหมือนแก๊งค์ลักพาตัวเลยสักนิด
      แล้วไหนจะเรื่องคำพูดแปลกๆนั่นอีก ผังนางฟ้า บ้างล่ะ เรื่องที่ตาลุงคนนั้นแย่งกระเป๋านักเรียนของเธอกับคุณครูอีก...ทำไม กระเป๋าของเธอไม่ได้ใส่ทองหรือเครื่องเพชรเอาไว้ซะหน่อย
      คิดแล้วเด็กสาวก็ตัวสั่น
      เป็นอะไรรึเปล่าครับ...กลัวเหรอ เขาหันมายิ้มให้
      อาจารย์~~~~!!!” เด็กสาวร้องเสียงแหลมปรี๊ดอย่างผิดวิสัย หันกลับไป๊~~ขับรถอยู่นะคะ! ระวัง!!!”
      ครูหนุ่มยิ้มล้อเลียน หักหลบรถที่สวนมาอย่างสบายๆ เด็กสาวผ่อนคลายความกังวลลงได้บ้างเพราะรอยยิ้มที่อบอุ่นนั้น เธอลอบยิ้ม...หากมีพี่ชายที่อบอุ่นเช่นครูหนุ่มผู้นี้สักคน...คงดี...
      ตอนนั้นเองที่เธอเห็นมอเตอร์ไซค์อีกคันหนึ่ง
      เป็นมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์แต่งลายเปลวไฟแลดูต่างกับรถจักรยานยนต์แม่บ้านที่เธอนั่งอยู่ราวฟ้ากับเหว เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มฟังดูน่ากลัวยิ่งนัก คนขี่เป็นผู้ชายร่างหนาในชุดสีดำสนิท สวมหมวกกันน็อคปิดบังหน้าตา เด็กสาวหลุดปากร้องออกมา
      เขาเหมือนกับผู้ชายที่เธอเห็นในรถตู้คันนั้น
      อะไรครับ
      มอไซค์คันนั้นค่ะจารย์...ข้างหลัง...ข้างหลังค่ะจารย์ เด็กสาวร้องเสียงสั่น ผู้ชายคนนั้น...ในรถตู้คันนั้น
      ใจเย็นๆนะ อย่าหันไปดู นั่งนิ่งๆไว้ ครูหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็กสาวพยักหน้ารับคำอย่างเงียบๆ
      ครูหนุ่มเหลือบมองกระจกมองหลัง ภาพที่เห็นทำให้แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อลายทางเกรงขึ้นมาทันที ปฏิกิริยาของผู้แก่วัยกว่าบอกเด็กสาวว่าเขารู้จักมอเตอร์ไซค์คันนั้น
      และท่าทางจะไม่ใช่รู้จักในทางที่ดีซะด้วยสิ....
      อาจารย์คะ...
      ส่งกระเป๋ามา เด็กสาวทำตามอย่างรวดเร็ว ครูหนุ่มยัดถุงผ้าที่ได้รับมาใส่ตะกร้าหน้ารถ ทีนี้มือว่าง...หันมาเกาะสองมือ--” เด็กสาวละล้าละลัง แก้มเป็นสีชมพู ครูหนุ่มเหลือบมองกระจกมองหลังอีกครั้ง
      เร็ว!”
      เธอสะดุ้ง คว้าเอวครูหนุ่มไว้ทันที พร้อมกันนั้น เสียงเครื่องยนต์คำราม และมอเตอร์ไซค์สีเทาเงินหน้าตาบ้านๆก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วที่ไม่น่าทำได้ ครูหนุ่มหักเลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กๆซึ่งต่อกับถนนเกษตร-นวมินทร์
      เพราะเป็นถนนค่อนข้างใหญ่หรืออย่างไรไม่ทราบ ถนนเกษตร-นวมินทร์จึงมีรถยนต์พลุกพล่าน เด็กสาวเหลือบมองเบื้องหลัง และเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมครูหนุ่มถึงต้องรีบร้อนนัก
      ในมือของชายร่างหนาคือปืนสีดำสนิท เด็กสาวรู้สึกว่ามีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้า เธอกระตุกชายเสื้อครูหนุ่ม
      อาจารย์คะ...ปืน--”
      เธอเห็นได้ในกระจกว่าครูหนุ่มยิ้ม
      สบายมากอย่าห่วง
      ครูหนุ่มพุ่งรถขึ้นไปบนฟุตบาตด้วยความเร็วที่ค่อนข้างมาก คนเดินถนนต่างกระโดดหนีเมื่อรถมอเตอร์ไซค์คันนี้วิ่งตรงเข้าหาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกใดๆ ครูหนุ่มหักเลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้านเสนานิคม ถนนเส้นนี้โล่งกว่าที่ถนนเกษตร-นวมินทร์นัก
      แต่เอ...มันดีกว่ารึเปล่านะ
      เขาเหลือบมองด้านหลัง ฮาร์เลย์คันงามยังคงตามมาอย่างไม่ลดละ หากแต่ขนาดเป็นภัยสำหรับมันและคนขี่ ทำให้มันไม่สามารถหลบหลีกการจราจรที่ติดขัด หรือขึ้นไปวิ่งบนฟุตบาตอย่างที่มอเตอร์ไซค์แม่บ้านคันนี้ทำได้ ครูหนุ่มหันไปยิ้มให้เด็กสาวที่นั่งตัวแข็งอยู่ด้านหลัง
      กลัวเหรอ ครูหนุ่มทำหน้าล้อเลียน ครูว่าเราพ้นแล้วล่ะ ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่เขาก็ไม่ได้ลดความเร็วรถลง นี่กลัวอ่ะดิ...นั่งนิ่งเชียว
      ก็กลัวอ่ะดิ...คะ เด็กสาวมองครูหนุ่มตาเขียว
      อาจารย์ไปสร้างศัตรูไว้ที่ไหนคะเนี่ย เธอถามขณะที่ครูหนุ่มเลี้ยวโค้ง เขาหัวเราะในลำคอแต่ไม่ตอบอะไร เด็กสาวมองเสี้ยวหน้าที่พอเห็นได้จากเบื้องหลังของครูหนุ่ม นึกในใจว่าผู้ชายที่หน้าตาดูไม่มีพิษภัยเช่นนี้ ทำไมจึงมีคนตามล่า คนอย่างคุณครูผู้แสนดีของเธอ ทำไมจึงมีใครต้องการทำร้าย ถึงขนาดเล่นปืนผาหน้าไม้เช่นนี้
      และเขาเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ชายคนนั้น...รถตู้คันนั้น...
      ร้านอาหาร ร้านขายของ ตึกรามบ้านช่องเริ่มปรากฏให้เห็นแก่สายตา เด็กสาวรู้สึกใจชื้น ผู้คนในหมู่บ้านก็เยอะแยะ มันคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง...มั้ง...
      นั่นเองที่เสียงปืนระเบิดขึ้น
      พร้อมกับเสียงหวีดร้องจากผู้คนในบริเวณ ทางหางตา เด็กสาวเห็นมอเตอร์ไซค์คันนั้นกลับมาอีกครั้ง ในระยะที่ใกล้มากทีเดียว
      เกาะแน่นๆนะ ครูหนุ่มย้ำอีกครั้ง เด็กสาวกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
      จารย์! ปืนนะคะ ระวังนะคะ!”
      ความเร็วที่เพิ่มขึ้นแทนคำตอบได้ดี เด็กสาวกอดเอวใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าไว้แน่น ทั้งความเร็วและอาการวิ่งซิกแซกปาดไปปาดมาของครูหนุ่มทำให้เธอกลัว แต่ยิ่งกว่านั้นคือปืนอัตโนมัติรมดำกระบอกนั้น
      ชายผู้นั้นบนฮาร์เลย์คันใหญ่เริ่มยิงอีกครั้ง เสียงกระสุนระเบิดออกจากลำกล้องทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น
      ครูหนุ่มบังคับรถให้วิ่งหลบ เสียงลูกกระสุนกระทบพื้นคอนกรีตไล่หลังมอเตอร์ไซค์สีเทาเงินดัง ปัง ปัง อย่างต่อเนื่อง และด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งของเด็กสาว เขาก็ชักปืนออโตเมติกสีดำสนิทออกจากที่ซ่อนแล้วยิงสวนกลับไปโดยไม่แม้แต่จะหันมอง
      เด็กสาวมองตามวิถีกระสุนที่พุ่งออกไป และพบว่ากระสุนเหล่านั้นเป็นเพียงแค่
      ....กระสุนพลาสติกเม็ดกลมๆ ธรรมดาๆ....
      ปืนอัดลมเหรอคะอาจารย์ =*=”
      บีบีกันไง...เท่ป่ะ ครูหนุ่มว่าพลางเหลือบมองกระจกมองข้าง
      เปรี้ยง!!
      ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะได้ตอบอะไร กระสุนนัดหนึ่งจากปืนออโตเมติกรมดำก็ปะทะเข้ากับกระจกมองหลังซึ่งสะท้อนใบหน้าของครูหนุ่มอยู่แตกกระจาย ใบหน้าของครูหนุ่มที่ปรากฏอยู่บนกระจกนั้นบิดเบี้ยว แวบแรกเด็กสาวคิดว่าเป็นเพราะกระจกแตก แต่ไม่ใช่...
      โลหิตสีแดงเข้มแผ่กระจายเป็นวงกว้างจากรอยขาดที่ต้นแขนครูหนุ่ม เด็กสาวแตะมันด้วยมือที่สั่นสะท้าน เมื่อพบว่าปลายนิ้วเปื้อนของเหลวสีสดนั้นเธอก็หวีดร้อง
      เลือดอ่ะ..เลือด... เด็กสาวพึมพำเสียงสั่น ครูหนุ่มยิ้มเล็กน้อย เขาเลี้ยวรถเข้าไปในซอยแคบ ซึ่งแคบชนิดที่ไม่มีทางที่ฮาร์เลย์คันโตจะตามเข้ามาได้ มันทั้งแคบและเต็มไปด้วยทางแยกยิบย่อย รวมถึงท่อระบายน้ำก็มีกลิ่นเล็กน้อย
      ครูหนุ่มเลี้ยวรถที่แยกข้างหน้า และแยกถัดไป ก่อนจะหยุดรถในที่สุด
      ตอนนี้เด็กสาวไม่รู้เลยว่าเธออยู่ที่ส่วนไหนของประเทศไทย
      ทั้งสองลงจากรถจักรยานยนต์ เด็กสาวส่งผ้าเช็ดหน้าผืนโตให้ครูหนุ่มที่รับไปแล้วพยักหน้าขอบคุณ เธอมองไปรอบๆตัว...กำแพงที่ดูเป็นกำแพงบ้านคน แต่ถึงกระนั้น...ก็แออัดมากเกินไป เด็กสาวเบนสายตาไปที่ครูหนุ่มซึ่งเริ่มทำแผลให้ตัวเองอย่างเงียบๆ
      เป็นไงบ้างคะ...อาจารย์...
      ไม่เป็นไรครับ แค่เฉี่ยวๆ ครูหนุ่มตอบ เงยหน้าขึ้นสบตา หยิบวิทยุให้ครูหน่อย
      หา? ครูหนุ่มชี้ไปที่เบาะรถ เด็กสาวเปิดช่องเก็บของที่อยู่ใต้เบาะ ในนั้นมีของอยู่จำนวนหนึ่ง กระดาษเอกสารปึกหนึ่ง เสื้อกีฬาสีส้มและกางเกงวอร์มขาสั้นชื้นเหงื่อม้วนเป็นก้อน สิ่งที่ถูกห่ออยู่ใต้เสื้อกางเกงชุดนั้นคือวิทยุสื่อสารสีดำและนกหวีดเงิน เด็กสาวส่งวิทยุให้ครูหนุ่มที่รับไปถอดเสาอากาศออกแล้วเสียบปากกาสีส้มที่พกติดตัวเสมอเข้าไปแทน
      เสียงสัญญาณแฟกซ์ดังขึ้น
      แซทเทิร์นเรียกจูปิเตอร์ ครูหนุ่มกรอกคำพูดใส่กระบอกวิทยุ
      รหัสผ่าน เสียงที่ตอบมาเป็นเสียงผู้ชาย ซึ่งเด็กสาวฟังแล้วรู้สึกคุ้นๆหูอยู่
      แปด ศูนย์ หนึ่ง เก้า
      ห้า สี่ แปด หก...ยืนยันความปลอดภัย
      เซย์ร่า เอคโค่ ชาร์ลี ยูนิฟอร์ม ครูหนุ่มโต้กลับเป็นรหัสที่เด็กสาวไม่เข้าใจ
      โรมิโอ อินเดีย แทงโก แยงกี้...ยืนยัน เสียงนั้นตอบ นี่จูปิเตอร์ ทราบแล้วเปลี่ยน
      เปลี่ยน เราถูกตาม ครูหนุ่มตอบ เหลือบมองเด็กสาวที่มีสีหน้างงงวย เป็นไลบร้า รหัสสีส้ม ขอกำลังเสริม
      สีส้ม? ใครเป็นอะไร?
      ตอนนั้นเองที่เด็กสาวจำเสียงนั้นได้
      อาจารย์เรย์
      ครูหนุ่มพยักหน้า
      ฉัน...แค่แขน ไม่เป็นไร
      ผังนางฟ้าล่ะ
      เขาเหลือบมองเด็กสาว
      ปลอดภัย
      ดี ระบุพิกัต
      เสนานิคม พิกัตABMX” ครูหนุ่มขยับปืนอัดลมในมือ มีอาวุธ ปืนสั้น
Glock 12”
      แกล่ะ
      บีบี พลาสติก ร้อยห้าสิบสามเม็ด
      รับทราบ จะจัดการให้เดี๋ยวนี้ เลิกกัน
      เลิกกัน
      ครูหนุ่มถอดปากกาเก็บและประกอบวิทยุกลับสภาพเดิมก่อนจะหันมาเอ่ยกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน
      ไปกันเถอะ อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง พูดพลางกวาดขาขึ้นนั่งประจำที่บนรถคู่ใจ เขาติดเครื่องรถแล้วหันกลับมา...พบว่าเด็กสาวยังคงยืนอยู่ที่จุดเดิม
      ขึ้นมาสิ เขาพูด ครูรู้ว่าเราสงสัย...แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเล่าอะไร...มันอันตรายเกินไป
      พวกเขาสบตากัน บางอย่างในดวงตาสีน้ำตาลกลมโตคู่นั้นทำ...อย่างที่เคยทำเมื่อครั้งที่พวกเขาพบกันครั้งแรก...ทำให้เด็กสาวคล้อยตามความคิดของเขา ทำให้เด็กสาวรู้สึกว่าไม่อยากทำให้เขาต้องเป็นทุกข์..อยากจะตามใจ...
      ผู้ชายคนนั้นเป็นใครคะ...เค้าแค้นอะไรอาจารย์นักหนาคะ ทำไมถึงต้องอยากฆ่าแกงกันด้วย
      ...
      ผังนางฟ้าคืออะไรคะ
      ครูหนุ่มถอนหายใจ
      ไม่ใช่ที่นี่ ที่นี่อันตรายเกินไป เขาพูด ขึ้นมาเถอะ ครูสัญญาว่าเมื่อมันจบ...เมื่อเธอปลอดภัยแล้ว ครูจะเล่าให้เธอฟังทุกอย่าง
      ครูหนุ่มเอ่ยชื่อเด็กสาวเบาๆ
      เธอพยักหน้าในที่สุด เด็กสาวปีนขึ้นนั่งซ้อนหลังครูหนุ่ม คราวนี้เท้าทั้งสองเหยียบบนที่วางเท้าอย่างมั่นคง มือทั้งสองจับเอวหนาอย่างแน่นหนา
      พร้อมนะ?
      พร้อมค่ะ
      รถจักรยานยนต์สีเทาเงินเลขทะเบียน 801 พุ่งทะยานออกไปจากที่นั่น
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก) # 2 : นี่มันเรื่องอะไรกันคะท่าน!

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
Part 2 : นี่มันเรื่องอะไรกันคะท่าน!
          เด็กสาวเดินลากขาไปตามทางสู่ประตูหน้าโรงเรียน อันที่จริง เธอต้องไปที่โรงเรียนพิเศษของน้องสาวในหมู่บ้านเสนานิคม...แต่ในเมื่อเวลานัดคือสิบแปดนาฬิกา เธอจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน...ยังพอมีเวลาเดินเล่นซื้อของ เธอยกมือไหว้รูปเคารพองค์สมเด็จย่าและทักทายลุงยามตามประสาเด็กดีแล้วก้าวขาออกนอกโรงเรียน
          ทันใดนั้นเอง เสียงเห่าดังขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง หมาหนุ่มเจ้าของชื่อดำปิ้ดปี๋วิ่งเข้ามาหาเด็กสาวที่มีสีหน้าประหลาดใจ เพราะแต่ก่อน แม้แต่ในยามต่อสู้กับหมาตัวอื่น ดำปิ้ดปี๋ยังไม่เคยแม้แต่จะส่งเสียงขู่คำราม แต่ตอนนี้สิ...มันกำลังเห่าเสียงขรม
          อะไร? ดำปิ๊ดปี๋ เธอหยุดเดิน มองเจ้าหมาอย่างงงๆ หมาหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเด็กสาว ประกายตาของเจ้าหมาดูจริงจังอย่างแปลกประหลาด..นั่นทำให้เด็กสาวรู้สึกตกใจไม่น้อย แกเป็นอะไรวะ
          ดำปิ้ดปี๋หยุดเห่า สั่นหัวอย่างรุนแรงจนจี้ที่ปลอกคอหลุดกระเด็นออกมา เด็กสาวเก็บมันขึ้นดู...ก็แค่แผ่นทองเหลืองรูปข้าวหลามตัดเรียบๆ ธรรมดาๆ
          หักว่ะ ดำปิ้ดปี๋ ชั้นจะเอาไปซ่อมให้นะ แล้วพรุ่งนี้คืน โอเคป่ะ
          เด็กสาวเก็บมันใส่กระเป๋ากระโปรงแล้วตั้งท่าจะเดินจากไป
          หมาหนุ่มเห่าอีก คราวนี้เสียงดังกว่าเดิม เด็กสาวมุ่นคิ้ว ลูบหัวหมาหนุ่มและหยิกเบาๆที่แก้มซึ่งมีขนสีดำปกคลุม เจ้าหมาครางเบาๆแต่ก็ไม่หยุดเห่า
          เอาน่า เอาน่า พรุ่งนี้คืนแน่ๆ สัญญาน่า เด็กสาวพูด เข้าใจว่าหมาหนุ่มต้องการป้ายทองเหลืองนั้นคืนจึงไม่ยอมให้เธอไป แล้วจู่ๆเจ้าหมาก็หยุดเห่า ใบหูกระดิกคล้ายได้ยินเสียงบางอย่าง มันหันกลับไปมองด้านหลัง เหลือบตามองเด็กสาวแวบหนึ่งแล้ววิ่งจากไป
          เด็กสาวส่ายหน้า ขบขันปนงุนงงในอารมณ์แปลกพิลึกของเจ้าหมา
มันเป็นเวลาสิบเจ็ดนาฬิกากับอีกสิบกว่านาที ท้องฟ้าเริ่มมืดและไฟถนนเริ่มส่องแสง เด็กสาวเดินไปเรื่อยๆตามทางของเธอ เด็กสาวเหลือบมองรถตู้ติดฟิลม์สีดำมืดดูน่าสงสัย ป้าย รังสิต-ฟิวเจอร์ทำเอาเธอถอนใจ...ใครมันจะกล้าขึ้นรถน่ากลัวขนาดนี้...คิดพลางก้าวเดินต่อไป
เธอหยุดซื้อน้ำปั่นแก้วหนึ่ง..น้ำมะพราวปั่นในเวลาเช่นนี้ทำให้ชื่นใจยิ่งนัก ภาพที่จับได้ทางหางตาคือรถตู้ที่ค่อยๆเคลื่อนตัว เด็กสาวมองซ้ายมองขวาตั้งใจจะข้ามถนน..
น่าแปลก ทำไมในเวลาเช่นนี้...สิบเจ็ดนาฬิกา...ทำไมถึงไม่มีรถ หรือแม้แต่มอเตอร์ไซค์สักคัน...คนเดินถนนก็หายไป...เธอก้าวขาจะข้ามถนน ก็รถตู้คันเดิมอีกนั่นแหละที่เคลื่อนเข้ามาขวางหน้า
แบบนี้มันแปลกๆ
คิดได้ก็สายไปเสียแล้ว ประตูรถตู้เปิดออก ชายฉกรรจ์อายุคราวพ่อกระโดดลงมา เด็กสาวผงะถอยหลังตามสัญชาติญาณและสะดุดฟุตบาทล้มลง ชายฉกรรจ์คว้าเด็กสาวเข้าที่ข้อมือ เธอร้องกรี๊ด พยายามขืนดึงมือตัวเองออก และก็พบว่า
          ทำได้อย่างง่ายดาย =*=
        ชายฉกรรจ์ปล่อยมือเด็กสาวเสียเฉยๆ แต่ไปคว้าเอากระเป๋านักเรียนที่เธอถืออยู่แทน นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดถนัด เหตุเพราะการกระทำนั้นทำให้เด็กสาวร้องดังยิ่งขึ้น ดึงดันยิ่งขึ้น
            เอามือโสโครกของแกออกไปจากกระเป๋าชั้นนะ!!
            สมบัติข้าใครอย่าแตะ~!!!!!!!!!!!!!!!!

ชายฉกรรจ์เหวี่ยงเท้าใส่เด็กสาว เธอเอนตัวหลบและเสียการทรงตัวล้มลงกับพื้น เด็กสาวสำลัก ตะเกี่ยตะกายลุกขึ้น มองซ้ายมองขวาหาความช่วยเหลือ...นี่ชาวบ้านหายไปไหนหมดวะเนี่ย...ชายฉกรรจ์ดูจะไม่ละความพยายาม มันพ่นสเปรย์จากขวดที่ถืออีกมือหนึ่งใส่ใบหน้าเด็กสาวอย่างพอดิบพอดี
เด็กสาวร้องลั่น เหวี่ยงกระเป๋านักเรียนออกไปสะเปะสะปะ แม้ว่าตาจะพร่า แต่ก็พอจะเห็นได้ว่าการโจมตีของเธอถูกตัวเป้าหมาย...เมื่อกี้มันยาบ้าอะไร...เธอตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อพยายามเท่าไรก็ลืมตาไม่ขึ้น ความหวาดกลัวแล่นปราดเข้าเกาะกุมจิตใจเด็กสาว เธอเริ่มร้องขอความช่วยเหลือ แม้จะรู้ดีว่าไม่มีใครที่จะได้ยินเสียงของเธอ
เฮ้ย...มาไกลนี่..รีบกลับเถอะ แถวนี้มืดแล้วน่ากลัวนะ
ใบหน้าของพ่อกับแม่ปรากฏขึ้นในมโนภาพ...นี่ฉันจะได้เจอพ่อกับแม่อีกมั้ยนะ...
            นักเรียนครับ
        คราวนี้เป็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของครูหนุ่มที่ปรากฏขึ้นมาในใจ...อาจารย์ขา...ช่วยหนูด้วย
          ไปเร็ว! เร็วสิ! ไป!”
          เด็กสาวลืมตาขึ้น
          และสบตากับดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่คุ้นเคย
          อาจารย์ขา~!!”
-x-x-x-x-x-x-
       
        ใช่จริงๆ คนที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอคือครูหนุ่มคนนั้นจริงๆ ไม่ใช่ภาพลวงตา ดวงตาคู่นั้น...ใบหน้านั้น...เป็นของมนุษย์ตัวเป็นๆที่มีเลือดเนื้อจริงๆ
          ไม่เคยมีครั้งไหนที่เด็กสาวดีใจที่ได้เห็นหน้าเขามากเท่าครั้งนี้
          ดวงตากลมโตฉายแววกราดเกรี้ยวขณะที่ร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของปราดเข้าขวางระหว่างชายฉกรรจ์กับเด็กสาวผู้เป็นนักเรียนในปกครอง
          อาจารย์...อาจารย์เสี่ยวหลงเปาจริงๆเหรอคะ
          ครูหนุ่มเหลียวหลัง กวาดสายตามองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพยักหน้าให้เด็กสาวเร็วๆครั้งหนึ่ง เขายกแขนกันร่างเด็กสาวไปด้านหลัง เด็กสาวยึดแผ่นหลังใต้เสื้อสีฟ้านั้นเอาไว้มั่น
          หลบไปก่อน
        ชายฉกรรจ์ผู้ถูกกระเป๋านักเรียนหนักร่วมสองกิโลกรัมของเด็กสาวเล่นงานจนร่วงลุกยืนขึ้น ครูหนุ่มหันไปเผชิญหน้ากับผู้ประสงค์ร้ายต่อนักเรียนที่น่ารัก(?)ของเขา ย่อเข่าเล็กน้อย ตั้งท่าเตรียมพร้อม วินาทีที่ชายทั้งสองประสานสายตากันนั้นเอง
          สีหน้าของชายฉกรรจ์จากโหดเหี้ยมดุร้ายก็กลายเป็นหวาดกลัว มันหยิบกระเป๋านักเรียนของเด็กสาวพลางตะเกี่ยตะกายลุกขึ้นยืน แต่ก็ถูกครูหนุ่มเตะขาฟาดเข้าที่ข้างลำตัวด้วยท่วงท่าเหมือนพระเอกละครหลังข่าวเตะคนร้ายจนล้มกลิ้ง กระเป๋านักเรียนที่ถืออยู่หลุดมือไป
          ครูหนุ่มคว้ากระเป๋าใบนั้นขึ้นมาทันที เด็กสาวเกิดอาการเซ็งจิต...แต่ก็กลายเป็นตกตะลึง เมื่อชายฉกรรจ์พุ่งเข้ามา และ....
          แย่งกระเป๋าใบนั้นจากมือครูหนุ่ม =*=
            เอ่อ....นะ....
          ครูหนุ่มยื้อเอาไว้สุดกำลัง ขณะที่ชายฉกรรจ์ผู้แสดงในบทผู้ร้ายดึง พ่อพระเอกก็ยื้อเอาไว้
            หนูรู้ว่าหนูไม่สวย...ไม่เริ่ด...ไม่เชิด.....
          ภาพที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นอะไรที่ไม่ค่อยน่าดูนักสำหรับผู้คนที่ผ่านไปมา ซึ่งโชคดีที่วันนั้นมีไม่มากนัก
            แต่ช่วย....
          ที่ผู้ชายสองคน (ซึ่งหนึ่งเป็นอาจารย์ แลอีกหนึ่งเป็นคุณลุงวัยสี่สิบกว่า) แย่ง ดึง ทึ้ง กระเป๋านักเรียนใบหนึ่ง
            สนใจหนูหน่อยได้มั้ยคะ....
          โดยมีเด็กสาวผู้เป็นเจ้าของยืนดูอยู่ห่างๆ อย่างงงๆ
          ด้วยความสุดจะทน หรือได้ยินสิ่งที่เด็กสาวคิดอยู่ไม่อาจทราบได้ ครูหนุ่มกระชากกระเป๋าเต็มแรงจนคุณลุงวัยพ่อเซถลาเพราะแพ้แรงคนหนุ่ม กระเป๋านักเรียนจึงตกอยู่ในมือครูหนุ่ม
        “ผังนางฟ้าล่ะ”
          เสียงนั้นดังออกมาจากกระจกรถทีเปิดแง้มอยู่ พร้อมกันนั้น ดวงตาคู่หนึ่งปรากฏที่ช่องกระจก เมื่อสบเข้ากับร่างสูงสง่าของครูหนุ่ม แลกระเป๋าที่เขาถืออยู่ในมือก็ออกอาการเดียวกัน...คือกลัวสุดขีด
          ไอรีชโดนมันเก็บแน่
เหี้ย! ไม่เห็นมีใครบอกกูเลยว่าไอ้นี่มีเอี่ยวด้วย! เปิดประตูสิวะ!” ชายฉกรรจ์โวยวายเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
          สายตาของครูหนุ่มยังคงมองตามขณะที่ชายผู้นั้นพ่นคำพูดอันสมควรแก่การเซนเซอร์ออกมาเต็มไปหมด เด็กสาวแตะแขนครูหนุ่มพร้อมเรียกชื่อเขาเบาๆ แต่ไม่ได้รับสัญญาณใดๆตอบกลับมา
          ทำไมมึงไม่บอกกูว่าไอ้เวรนี่มีเอี่ยวด้วย!” เด็กสาวที่รู้สึกว่าบุรุษที่สามซึ่งมันพูดนั้นหมายถึงคุณครูของเธอก็ทำตาเขียว...บังอาจ! ทำไมมึงไม่บอกกูวะว่านี่เด็กมัน!”
          อ้าว...พูดงี้ก็สวยดิ....เด็กสาวนึก...แต่ไม่ได้พูดอะไรนะ
          เอาผังนางฟ้ามาเร็วเข้าอีกเสียงหนึ่งพูด
          ผังนางฟ้า? เด็กสาวแหงนมองใบหน้าครูหนุ่ม เสี้ยวหน้านั้นไม่แสดงอาการใดๆ
        “ไม่ได้เรื่องแล้วล่ะ สลายตัวเถอะ” เสียงนี้เป็นเสียงผู้หญิง
          “เปิดประตูเร็วเข้า”
          ประตูรถเปิดออก ชายฉกรรจ์พุ่งพรวดเข้าไปทันที แวบหนึ่งก่อนที่ประตูรถจะปิด เด็กสาวเห็นผู้ชายหนุ่มร่างผอมสูงผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้านในรถคันนั้น...ผู้ชายหนุ่มที่ดูคุ้นตา...ข้างกายชายผู้นั้น เป็นเด็กสาวผมยาวในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ดวงหน้าของเธอแอบซ่อนอยู่ใต้หน้ากากประดับขนนก เธอดูคุ้นตายิ่งนัก....
          ทั้งสองประสานสายตากัน
            ฉันรู้จักคนที่มีตาแบบนั้น...แต่....
          แล้วรถตู้ก็วิ่งจากไป ด้วยความเร็วสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีสายตาของครูหนุ่มมองตามจนลับตา
        ไม่จริง...
          เมื่อรถตู้และผู้โดยสารที่แสนโหดร้ายลับตาไป เด็กสาวก็เข่าอ่อนทรุดกายลงนั่งพังพาบกับพื้น ครูหนุ่มดูจะได้สติจากภวังค์ความคิด เขาหันกลับมาและเอ่ยกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม
          ไม่เป็นไรใช่มั้ย เขายิ้มกว้าง ย่อกายลงให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเด็กสาว ดูสิ...ลงไปนั่งเลย ไม่เป็นไรแล้วนะ
          เด็กสาวยื้มแหยๆตอบไป ยังคงงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย เธอหอบหายใจ กลอกตาไปมา ล้วงมือเข้าไปควานหาบางสิ่งในกระเป๋ากระโปรง
          ??
          ยาดม...กระเป๋าหนู...
          ครูหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ มองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นว่ากระเป๋านักเรียนใบนั้นเปิดอ้า ข้าวของกระจัดกระจาย วางกองอยู่ไม่ไกลนัก เขายืดกายขึ้นหมายจะเก็บข้าวของเหล่านั้นให้ หากแต่เด็กสาวคว้าแขนเขาเอาไว้
          ครูหนุ่มยิ้มอีกครั้ง ไม่เป็นไรน่า เขาแกะมือเด็กสาวออก
        เด็กสาวมองตามครูหนุ่มที่ก้มเก็บข้าวของของเธอให้ เธอไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา เพราะเกรงว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ที่พึ่งหนึ่งเดียวนี้จะหายไป
          ครูหนุ่มเดินกลับมาพร้อมกระเป๋าของเธอ เขายิ้มให้เมื่อเธอสบตา ดวงตาคู่นั้นอบอุ่นยิ่งนัก มันบอกเธอว่าเขาจะไม่ไปไหน ครูหนุ่มส่งมือให้เด็กสาวเกาะยันกายลุกขึ้น
          ไม่เป็นไรแล้วนะ? เขาย้ำ คราวนี้เป็นคำถาม
          ค่ะ เด็กสาวตอบ เธอรับกระเป๋านักเรียนกลับมาแล้วเปิดออกทันที กวาดสายตาสำรวจข้าวของ...ครบถ้วน...แล้วหยิบยาหม่องน้ำขวดเล็กสีอมเขียวออกจากที่เก็บในช่องแคบๆด้านหน้า
          ครูหนุ่มเริ่มออกเดิน ป่ายหน้าไปทางประตูโรงเรียน เด็กสาวเดินตามพลางสูดดมกลิ่นหวานอ่อนๆของยาหม่องน้ำในขวด มันช่วยให้ภาพที่เธอมองเห็นชัดเจนขึ้น โสตประสาทที่ดับไปครู่หนึ่งกลับมารับรู้อีกครั้ง ที่เธอได้ยินคือเสียงฝีเท้า และที่เธอเห็นคือคุณครูของเธอ
        ที่มุมถนน รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าสีเทาเงิน หน้าตาบ้านๆ สภาพคล้ายไม่ได้ทำความสะอาดมานานจอดรอพวกเขาอยู่ เด็กสาวจำได้ว่านี่เป็นรถของคุณครูของเธอ เธอเงยหน้ามองครูหนุ่ม เขาส่งสายตาตอบ
          ครูหนุ่มคว้ากระเป๋านักเรียนมาจากมือเด็กสาว จับมันยัดใส่ตะกร้าด้านหน้ารถแล้วขึ้นนั่งประจำที่ของตน เด็กสาวมองกิริยานั้นอย่างงงๆ
          อาจารย์ว่าที่ร้อยตรีเสี่ยวหลงเปาคะ
          อะไรครับ
            คือยังงี้ค่ะ...นั่นน่ะกระเป๋าหนู
          เอ้า ขึ้นมาสิ ครูหนุ่มว่า เดี๋ยวครูไปส่งให้เองครับ โรงเรียนภาษาที่ราณีใช่มั้ย ที่น้องเรียนพิเศษน่ะครับ
          อ่ะ...ค่ะ...
          แม้ว่าจะงงๆอยู่ไม่น้อย เด็กสาวก็ปีนขึ้นไปนั่งซ้อนหลังครูหนุ่ม เอ่ยกับตัวเองในใจว่า ดี...อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดิน
       
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-
End Part 2

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก) # 1 : คุณครู หมาหนุ่ม มอเตอร์ไซค์

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
Part 1 : คุณครู หมาหนุ่ม มอเตอร์ไซค์
        วันนั้นเป็นวันพุธธรรมดาๆวันหนึ่ง ที่โรงเรียนแห่งนั้น ในลานอาคารซึ่งเป็นที่ทำกิจกรรมหน้าเสาธงนั่นเอง นักเรียนจำนวนเรือนหมื่นกำลังนั่งสมาธิอยู่เงียบๆโดยมีคุณครูที่ปรึกษาคอยเฝ้าดูอยู่ข้างๆด้วยความเอ็นดู
        จะมีก็แต่ห้องๆหนึ่ง ที่นั่งอยู่อย่างเดียวดายไร้ซึ่งครูบาอาจารย์เหลียวแล ว่ากันว่าเป็นเพราพฤติกรรมของสมาชิกในห้องนี่เองที่ทำให้เพื่อนร่วมชะตากรรมร่วมห้าสิบคนถูกที่ปรึกษาทอดทิ้ง
          ถึงกระนั้นก็ตาม
          ในขณะที่ไม่มีใครใส่ใจจะมอง และนักเรียนทั้งหลายแม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนก็ตามเริ่มบทแผ่เมตตานั่นเอง ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตแทรกกายเข้ามายืนในหมู่อาจารย์อย่างเนียนๆ เขาเป็นผู้ชายหน้าตาค่อนข้างดีคนหนึ่ง วันพุธธรรมดาๆที่เรื่องนี้เกิดขึ้นนั้น เขาสวมเสื้อลายทางสีฟ้า และด้วยการก้าวขาที่ยาวกว่ามนุษย์คนใดในที่แห่งนี้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็มาหยุดอยู่ที่แถวของห้องดังกล่าวนี้
          เด็กสาวในชุดนักเรียนที่นั่งอยู่เป็นคนแรกติดกับฟุตบาทขยับนั่งตัวตรงทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นเคย นัยว่าสร้างภาพตั้งใจทำกิจกรรม ดวงตาหลังแว่นสายตาเปิดขึ้นข้างหนึ่งเพื่อเหลือบมองเจ้าของเสียงฝีเท้า เมื่อเห็นครูหนุ่มผู้เป็นที่ปรึกษาก็รีบหลับตาลงเช่นเดิม
          บทแผ่เมตตาจบลง เด็กสาวลืมตาขึ้นเช่นเพื่อนคนอื่น เงยหน้าส่งยิ้มและพนมมือไหว้ครูหนุ่มเหมือนเพิ่งเห็นว่าเขามาถึงแล้ว เธอส่งเอกสารให้ผู้มาใหม่ซึ่งรับไปเปิดอ่านแล้วย่อกายลงเพื่อฟังคำอธิบายจากเด็กสาว เมื่อฟังจบครูหนุ่มก็พยักหน้าเข้าใจ
          เด็กสาวส่งกระดาษ 8*10 นิ้ว ให้อีกฝ่าย
          วาดรูปอีกแล้วเหรอ..ทำไมชอบวาดรูปจังหืมครูหนุ่มส่งรูปคืน เด็กสาวยิ้ม
          มันเป็นอย่างเดียวที่หนูทำได้ดีน่ะค่ะ... เด็กสาวพึมพำตอบพลางเก็บรูปวาดเข้าที่ของมันในปกด้านในของสมุดพกเล่มโต ครูหนุ่มยืดกายขึ้นยืนเต็มความสูง เด็กสาวมองตามการกระทำนั้น
          จริงสิ...อาจารย์คะ
          ครูหนุ่มเลิกคิ้ว
          ครับ?”
          เด็กสาวมีสีหน้าสับสน คิดอยู่ในใจครู่หนึ่ง เผยอริมฝีปากคล้ายจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็สั่นหน้า
          ไม่มีอะไรหรอกค่ะ...ไม่มีอะไร
-x-x-x-x-x-x-
          หมาประจำกลุ่มอาคารห้า หก เจ็ด แปดเป็นหมาหนุ่มรูปร่างปราดเปรียว หูตูบ ดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้ ด้วยขนสีดำขลับนั่นเองที่เป็นที่มาของชื่อ โอเลี้ยงและ เฉาก๊วยที่ผู้คนในโรงเรียนใช้เรียกมัน ตามปรกติหมาหนุ่มจะวิ่งตรวจความเรียบร้อยในกลุ่มอาคารห้า หก เจ็ด แปด ซึ่งมันประจำอยู่
          เช่นเดียวกับทุกวัน มันเดินลาดตระเวนที่อาคารประจำของมันแล้วก็หยุดรอที่ประตูทางขึ้นตึก เป็นเวลาเดียวกับที่กิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จสิ้น นั่นเองที่มันเจอเด็กสาวคนนั้น...เดินออกมาเป็นคนแรกเหมือนกับข้อมูลที่มันได้รับมา มันเดินเข้าไปหาเด็กสาวทันที
          เธอจำมันได้เช่นเดียวกับที่มันจำเธอได้ดี หมาหนุ่มกระดิกหางและส่งยิ้มเชิญชวนให้เด็กสาวที่ลูบหัวและเกาคางให้เป็นการตอบแทน
          ว่าไงดำปิ๊ดปี๋ มันรู้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงที่เด็กสาวใช้เรียกมัน จริงอยู่ที่เป็นเสียงที่ต่างออกไป แต่หมาหนุ่มก็จดจำไว้ว่าเธอเป็นคน พิเศษ
        โอ๊ะ~!?” เด็กสาวอุทานเมื่อปลายนิ้วแตะถูกแผ่นหนังซึ่งคาดอยู่รอบลำคอเจ้าหมา เดี๋ยวนี้ริใส่ปลอกคอเหรอ...ว่าจะเอามาใส่ให้อยู่เหมือนกัน...ใครตัดหน้าชั้นนะ.. เด็กสาวบ่นยิ้มๆ หมาหนุ่มเปิดปากยิ้ม เข้าใจได้ว่าเด็กสาวพูดถึงมัน
          นี่ แกรู้มั้ย วันนี้นะ ชั้นนะ ต้องกลับบ้านเย็นอีกละหมาหนุ่มมองตาเด็กสาว เอียงคอเล็กน้อย น้องชั้นมันเรียนพิเศษเลิกเย็นไง...ป๋านัดตั้งหกโมงแหน่ะ...แล้วต้องเดินกลับคนเดียวอีก เซ็งว่ะเด็กสาวพูด เหลือบมองอาคารชั้นเดียวสร้างด้วยกระจกเป็นส่วนใหญ่ดูทันสมัยซึ่งอยู่เยื้องกับจุดที่พวกเธอยืนอยู่
ก็คงอยู่ICTยันห้าโมงอ่ะแหล่ะ...รอช่วยคุณครูเสี่ยวหลงเปาปิดห้องเลย...ดีป่าว ดำปิ๊ดปี๋หมาหนุ่มขยับปากยิ้มอีก เด็กสาวลูบหัวหมาหนุ่มอย่างรักใคร่พลางเอ่ยบอกลาแล้วเดินขึ้นไปบนอาคารเรียน
โอเลี้ยงหรือโค้ตเนมว่า ดำปิ๊ดปี๋มองตามจนร่างเด็กสาวหายลับตาจึงออกวิ่งและหายไปด้านหลังอาคารที่ดูทันสมัยหลังนั้น
-x-x-x-x-x-x-
สิบเจ็ดนาฬิกาวันเดียวกันนั้น ดวงอาทิตย์ค่อยๆคล้อยต่ำลง สาดแสงสีส้มแดงกระทบบันไดปูกระเบื้องของตึกชั้นเดียวซึ่งปลูกอยู่เหนือบ่อเต่า เยื้องกับตึกคณะสีแสด
มันเป็นเวลาปิดทำการห้องศูนย์บริการคอมพิวเตอร์ เด็กสาวเดินลากกระเป๋าลงมาตามบันไดนั้นด้วยอาการเซื่องซึม เธอทิ้งตัวลงนั่งข้างราวบันได สายตาเหม่อลอยอยู่ที่จุดตัดของขอบฟ้ากับหลังคาตึกเรียน
ยังไม่กลับอีกเหรอ
เสียงนั้นดังขึ้นจากด้านหลัง เด็กสาวหันขวับ ปรากฏว่าเป็นครูหนุ่มตาโตคนเดิมสวมเสื้อกีฬาสีส้มสด...กับกางเกงกีฬาขาสั้นสีเขียว...
             เอ่อ...อาจารย์เคอะ!
 อาจารย์ว่าที่ร้อยตรี?”
เฮ้ย...อย่าเรียกแต่ยศดิ ครูหนุ่มว่าพลางใส่กุญแจประตูศูนย์ซึ่งตนเป็นผู้ดูแลอยู่
          ชุดนี้ ==”
          ครูหนุ่มก้มมองเสื้อผ้าตนเอง
          หล่อมั้ยล่ะ
          เด็กสาวไม่ตอบ...อึ้งไปถนัด
ว่าไง...ยังไม่กลับอีกเหรอ มืดแล้วนะ พูดพลางก้าวลงมานั่งข้างๆเด็กสาว
ไม่รู้สิคะ...ไม่รู้จะกลับไปทำไมเธอถอนหายใจ ไม่อยากกลับบ้าน...แต่ก็ไม่รู้จะไปไหนอ่ะค่ะ
ไม่เอาน่า~ ครูหนุ่มพูด บ้านอยู่ไหนล่ะเรา
หลักสี่ค่ะ เด็กสาวถอนใจอีก
เฮ้ย...มาไกลนี่..รีบกลับเถอะเดี๋ยวมืดนะ แถวนี้มืดแล้วน่ากลัวนะ เขาพูดยิ้มแย้ม ตรงข้ามกับเด็กสาวที่ทำหน้ายู่ยี่ ไปเร็ว...นัดคุณพ่อไว้ไม่ใช่เหรอ ครูหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยน ตบไหล่เด็กสาวแล้วยืดกายขึ้นยืนเต็มความสูง
          ป่านนี้คุณพ่อรอแย่แล้วนะ
          เด็กสาวลุกขึ้นบ้าง ส่งยิ้มให้ครูหนุ่ม
          ค่ะ
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-