วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก) # 2 : นี่มันเรื่องอะไรกันคะท่าน!

สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
Part 2 : นี่มันเรื่องอะไรกันคะท่าน!
          เด็กสาวเดินลากขาไปตามทางสู่ประตูหน้าโรงเรียน อันที่จริง เธอต้องไปที่โรงเรียนพิเศษของน้องสาวในหมู่บ้านเสนานิคม...แต่ในเมื่อเวลานัดคือสิบแปดนาฬิกา เธอจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน...ยังพอมีเวลาเดินเล่นซื้อของ เธอยกมือไหว้รูปเคารพองค์สมเด็จย่าและทักทายลุงยามตามประสาเด็กดีแล้วก้าวขาออกนอกโรงเรียน
          ทันใดนั้นเอง เสียงเห่าดังขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง หมาหนุ่มเจ้าของชื่อดำปิ้ดปี๋วิ่งเข้ามาหาเด็กสาวที่มีสีหน้าประหลาดใจ เพราะแต่ก่อน แม้แต่ในยามต่อสู้กับหมาตัวอื่น ดำปิ้ดปี๋ยังไม่เคยแม้แต่จะส่งเสียงขู่คำราม แต่ตอนนี้สิ...มันกำลังเห่าเสียงขรม
          อะไร? ดำปิ๊ดปี๋ เธอหยุดเดิน มองเจ้าหมาอย่างงงๆ หมาหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเด็กสาว ประกายตาของเจ้าหมาดูจริงจังอย่างแปลกประหลาด..นั่นทำให้เด็กสาวรู้สึกตกใจไม่น้อย แกเป็นอะไรวะ
          ดำปิ้ดปี๋หยุดเห่า สั่นหัวอย่างรุนแรงจนจี้ที่ปลอกคอหลุดกระเด็นออกมา เด็กสาวเก็บมันขึ้นดู...ก็แค่แผ่นทองเหลืองรูปข้าวหลามตัดเรียบๆ ธรรมดาๆ
          หักว่ะ ดำปิ้ดปี๋ ชั้นจะเอาไปซ่อมให้นะ แล้วพรุ่งนี้คืน โอเคป่ะ
          เด็กสาวเก็บมันใส่กระเป๋ากระโปรงแล้วตั้งท่าจะเดินจากไป
          หมาหนุ่มเห่าอีก คราวนี้เสียงดังกว่าเดิม เด็กสาวมุ่นคิ้ว ลูบหัวหมาหนุ่มและหยิกเบาๆที่แก้มซึ่งมีขนสีดำปกคลุม เจ้าหมาครางเบาๆแต่ก็ไม่หยุดเห่า
          เอาน่า เอาน่า พรุ่งนี้คืนแน่ๆ สัญญาน่า เด็กสาวพูด เข้าใจว่าหมาหนุ่มต้องการป้ายทองเหลืองนั้นคืนจึงไม่ยอมให้เธอไป แล้วจู่ๆเจ้าหมาก็หยุดเห่า ใบหูกระดิกคล้ายได้ยินเสียงบางอย่าง มันหันกลับไปมองด้านหลัง เหลือบตามองเด็กสาวแวบหนึ่งแล้ววิ่งจากไป
          เด็กสาวส่ายหน้า ขบขันปนงุนงงในอารมณ์แปลกพิลึกของเจ้าหมา
มันเป็นเวลาสิบเจ็ดนาฬิกากับอีกสิบกว่านาที ท้องฟ้าเริ่มมืดและไฟถนนเริ่มส่องแสง เด็กสาวเดินไปเรื่อยๆตามทางของเธอ เด็กสาวเหลือบมองรถตู้ติดฟิลม์สีดำมืดดูน่าสงสัย ป้าย รังสิต-ฟิวเจอร์ทำเอาเธอถอนใจ...ใครมันจะกล้าขึ้นรถน่ากลัวขนาดนี้...คิดพลางก้าวเดินต่อไป
เธอหยุดซื้อน้ำปั่นแก้วหนึ่ง..น้ำมะพราวปั่นในเวลาเช่นนี้ทำให้ชื่นใจยิ่งนัก ภาพที่จับได้ทางหางตาคือรถตู้ที่ค่อยๆเคลื่อนตัว เด็กสาวมองซ้ายมองขวาตั้งใจจะข้ามถนน..
น่าแปลก ทำไมในเวลาเช่นนี้...สิบเจ็ดนาฬิกา...ทำไมถึงไม่มีรถ หรือแม้แต่มอเตอร์ไซค์สักคัน...คนเดินถนนก็หายไป...เธอก้าวขาจะข้ามถนน ก็รถตู้คันเดิมอีกนั่นแหละที่เคลื่อนเข้ามาขวางหน้า
แบบนี้มันแปลกๆ
คิดได้ก็สายไปเสียแล้ว ประตูรถตู้เปิดออก ชายฉกรรจ์อายุคราวพ่อกระโดดลงมา เด็กสาวผงะถอยหลังตามสัญชาติญาณและสะดุดฟุตบาทล้มลง ชายฉกรรจ์คว้าเด็กสาวเข้าที่ข้อมือ เธอร้องกรี๊ด พยายามขืนดึงมือตัวเองออก และก็พบว่า
          ทำได้อย่างง่ายดาย =*=
        ชายฉกรรจ์ปล่อยมือเด็กสาวเสียเฉยๆ แต่ไปคว้าเอากระเป๋านักเรียนที่เธอถืออยู่แทน นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดถนัด เหตุเพราะการกระทำนั้นทำให้เด็กสาวร้องดังยิ่งขึ้น ดึงดันยิ่งขึ้น
            เอามือโสโครกของแกออกไปจากกระเป๋าชั้นนะ!!
            สมบัติข้าใครอย่าแตะ~!!!!!!!!!!!!!!!!

ชายฉกรรจ์เหวี่ยงเท้าใส่เด็กสาว เธอเอนตัวหลบและเสียการทรงตัวล้มลงกับพื้น เด็กสาวสำลัก ตะเกี่ยตะกายลุกขึ้น มองซ้ายมองขวาหาความช่วยเหลือ...นี่ชาวบ้านหายไปไหนหมดวะเนี่ย...ชายฉกรรจ์ดูจะไม่ละความพยายาม มันพ่นสเปรย์จากขวดที่ถืออีกมือหนึ่งใส่ใบหน้าเด็กสาวอย่างพอดิบพอดี
เด็กสาวร้องลั่น เหวี่ยงกระเป๋านักเรียนออกไปสะเปะสะปะ แม้ว่าตาจะพร่า แต่ก็พอจะเห็นได้ว่าการโจมตีของเธอถูกตัวเป้าหมาย...เมื่อกี้มันยาบ้าอะไร...เธอตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อพยายามเท่าไรก็ลืมตาไม่ขึ้น ความหวาดกลัวแล่นปราดเข้าเกาะกุมจิตใจเด็กสาว เธอเริ่มร้องขอความช่วยเหลือ แม้จะรู้ดีว่าไม่มีใครที่จะได้ยินเสียงของเธอ
เฮ้ย...มาไกลนี่..รีบกลับเถอะ แถวนี้มืดแล้วน่ากลัวนะ
ใบหน้าของพ่อกับแม่ปรากฏขึ้นในมโนภาพ...นี่ฉันจะได้เจอพ่อกับแม่อีกมั้ยนะ...
            นักเรียนครับ
        คราวนี้เป็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของครูหนุ่มที่ปรากฏขึ้นมาในใจ...อาจารย์ขา...ช่วยหนูด้วย
          ไปเร็ว! เร็วสิ! ไป!”
          เด็กสาวลืมตาขึ้น
          และสบตากับดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่คุ้นเคย
          อาจารย์ขา~!!”
-x-x-x-x-x-x-
       
        ใช่จริงๆ คนที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอคือครูหนุ่มคนนั้นจริงๆ ไม่ใช่ภาพลวงตา ดวงตาคู่นั้น...ใบหน้านั้น...เป็นของมนุษย์ตัวเป็นๆที่มีเลือดเนื้อจริงๆ
          ไม่เคยมีครั้งไหนที่เด็กสาวดีใจที่ได้เห็นหน้าเขามากเท่าครั้งนี้
          ดวงตากลมโตฉายแววกราดเกรี้ยวขณะที่ร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของปราดเข้าขวางระหว่างชายฉกรรจ์กับเด็กสาวผู้เป็นนักเรียนในปกครอง
          อาจารย์...อาจารย์เสี่ยวหลงเปาจริงๆเหรอคะ
          ครูหนุ่มเหลียวหลัง กวาดสายตามองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพยักหน้าให้เด็กสาวเร็วๆครั้งหนึ่ง เขายกแขนกันร่างเด็กสาวไปด้านหลัง เด็กสาวยึดแผ่นหลังใต้เสื้อสีฟ้านั้นเอาไว้มั่น
          หลบไปก่อน
        ชายฉกรรจ์ผู้ถูกกระเป๋านักเรียนหนักร่วมสองกิโลกรัมของเด็กสาวเล่นงานจนร่วงลุกยืนขึ้น ครูหนุ่มหันไปเผชิญหน้ากับผู้ประสงค์ร้ายต่อนักเรียนที่น่ารัก(?)ของเขา ย่อเข่าเล็กน้อย ตั้งท่าเตรียมพร้อม วินาทีที่ชายทั้งสองประสานสายตากันนั้นเอง
          สีหน้าของชายฉกรรจ์จากโหดเหี้ยมดุร้ายก็กลายเป็นหวาดกลัว มันหยิบกระเป๋านักเรียนของเด็กสาวพลางตะเกี่ยตะกายลุกขึ้นยืน แต่ก็ถูกครูหนุ่มเตะขาฟาดเข้าที่ข้างลำตัวด้วยท่วงท่าเหมือนพระเอกละครหลังข่าวเตะคนร้ายจนล้มกลิ้ง กระเป๋านักเรียนที่ถืออยู่หลุดมือไป
          ครูหนุ่มคว้ากระเป๋าใบนั้นขึ้นมาทันที เด็กสาวเกิดอาการเซ็งจิต...แต่ก็กลายเป็นตกตะลึง เมื่อชายฉกรรจ์พุ่งเข้ามา และ....
          แย่งกระเป๋าใบนั้นจากมือครูหนุ่ม =*=
            เอ่อ....นะ....
          ครูหนุ่มยื้อเอาไว้สุดกำลัง ขณะที่ชายฉกรรจ์ผู้แสดงในบทผู้ร้ายดึง พ่อพระเอกก็ยื้อเอาไว้
            หนูรู้ว่าหนูไม่สวย...ไม่เริ่ด...ไม่เชิด.....
          ภาพที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นอะไรที่ไม่ค่อยน่าดูนักสำหรับผู้คนที่ผ่านไปมา ซึ่งโชคดีที่วันนั้นมีไม่มากนัก
            แต่ช่วย....
          ที่ผู้ชายสองคน (ซึ่งหนึ่งเป็นอาจารย์ แลอีกหนึ่งเป็นคุณลุงวัยสี่สิบกว่า) แย่ง ดึง ทึ้ง กระเป๋านักเรียนใบหนึ่ง
            สนใจหนูหน่อยได้มั้ยคะ....
          โดยมีเด็กสาวผู้เป็นเจ้าของยืนดูอยู่ห่างๆ อย่างงงๆ
          ด้วยความสุดจะทน หรือได้ยินสิ่งที่เด็กสาวคิดอยู่ไม่อาจทราบได้ ครูหนุ่มกระชากกระเป๋าเต็มแรงจนคุณลุงวัยพ่อเซถลาเพราะแพ้แรงคนหนุ่ม กระเป๋านักเรียนจึงตกอยู่ในมือครูหนุ่ม
        “ผังนางฟ้าล่ะ”
          เสียงนั้นดังออกมาจากกระจกรถทีเปิดแง้มอยู่ พร้อมกันนั้น ดวงตาคู่หนึ่งปรากฏที่ช่องกระจก เมื่อสบเข้ากับร่างสูงสง่าของครูหนุ่ม แลกระเป๋าที่เขาถืออยู่ในมือก็ออกอาการเดียวกัน...คือกลัวสุดขีด
          ไอรีชโดนมันเก็บแน่
เหี้ย! ไม่เห็นมีใครบอกกูเลยว่าไอ้นี่มีเอี่ยวด้วย! เปิดประตูสิวะ!” ชายฉกรรจ์โวยวายเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
          สายตาของครูหนุ่มยังคงมองตามขณะที่ชายผู้นั้นพ่นคำพูดอันสมควรแก่การเซนเซอร์ออกมาเต็มไปหมด เด็กสาวแตะแขนครูหนุ่มพร้อมเรียกชื่อเขาเบาๆ แต่ไม่ได้รับสัญญาณใดๆตอบกลับมา
          ทำไมมึงไม่บอกกูว่าไอ้เวรนี่มีเอี่ยวด้วย!” เด็กสาวที่รู้สึกว่าบุรุษที่สามซึ่งมันพูดนั้นหมายถึงคุณครูของเธอก็ทำตาเขียว...บังอาจ! ทำไมมึงไม่บอกกูวะว่านี่เด็กมัน!”
          อ้าว...พูดงี้ก็สวยดิ....เด็กสาวนึก...แต่ไม่ได้พูดอะไรนะ
          เอาผังนางฟ้ามาเร็วเข้าอีกเสียงหนึ่งพูด
          ผังนางฟ้า? เด็กสาวแหงนมองใบหน้าครูหนุ่ม เสี้ยวหน้านั้นไม่แสดงอาการใดๆ
        “ไม่ได้เรื่องแล้วล่ะ สลายตัวเถอะ” เสียงนี้เป็นเสียงผู้หญิง
          “เปิดประตูเร็วเข้า”
          ประตูรถเปิดออก ชายฉกรรจ์พุ่งพรวดเข้าไปทันที แวบหนึ่งก่อนที่ประตูรถจะปิด เด็กสาวเห็นผู้ชายหนุ่มร่างผอมสูงผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้านในรถคันนั้น...ผู้ชายหนุ่มที่ดูคุ้นตา...ข้างกายชายผู้นั้น เป็นเด็กสาวผมยาวในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ดวงหน้าของเธอแอบซ่อนอยู่ใต้หน้ากากประดับขนนก เธอดูคุ้นตายิ่งนัก....
          ทั้งสองประสานสายตากัน
            ฉันรู้จักคนที่มีตาแบบนั้น...แต่....
          แล้วรถตู้ก็วิ่งจากไป ด้วยความเร็วสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีสายตาของครูหนุ่มมองตามจนลับตา
        ไม่จริง...
          เมื่อรถตู้และผู้โดยสารที่แสนโหดร้ายลับตาไป เด็กสาวก็เข่าอ่อนทรุดกายลงนั่งพังพาบกับพื้น ครูหนุ่มดูจะได้สติจากภวังค์ความคิด เขาหันกลับมาและเอ่ยกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม
          ไม่เป็นไรใช่มั้ย เขายิ้มกว้าง ย่อกายลงให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเด็กสาว ดูสิ...ลงไปนั่งเลย ไม่เป็นไรแล้วนะ
          เด็กสาวยื้มแหยๆตอบไป ยังคงงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย เธอหอบหายใจ กลอกตาไปมา ล้วงมือเข้าไปควานหาบางสิ่งในกระเป๋ากระโปรง
          ??
          ยาดม...กระเป๋าหนู...
          ครูหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ มองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นว่ากระเป๋านักเรียนใบนั้นเปิดอ้า ข้าวของกระจัดกระจาย วางกองอยู่ไม่ไกลนัก เขายืดกายขึ้นหมายจะเก็บข้าวของเหล่านั้นให้ หากแต่เด็กสาวคว้าแขนเขาเอาไว้
          ครูหนุ่มยิ้มอีกครั้ง ไม่เป็นไรน่า เขาแกะมือเด็กสาวออก
        เด็กสาวมองตามครูหนุ่มที่ก้มเก็บข้าวของของเธอให้ เธอไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา เพราะเกรงว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ที่พึ่งหนึ่งเดียวนี้จะหายไป
          ครูหนุ่มเดินกลับมาพร้อมกระเป๋าของเธอ เขายิ้มให้เมื่อเธอสบตา ดวงตาคู่นั้นอบอุ่นยิ่งนัก มันบอกเธอว่าเขาจะไม่ไปไหน ครูหนุ่มส่งมือให้เด็กสาวเกาะยันกายลุกขึ้น
          ไม่เป็นไรแล้วนะ? เขาย้ำ คราวนี้เป็นคำถาม
          ค่ะ เด็กสาวตอบ เธอรับกระเป๋านักเรียนกลับมาแล้วเปิดออกทันที กวาดสายตาสำรวจข้าวของ...ครบถ้วน...แล้วหยิบยาหม่องน้ำขวดเล็กสีอมเขียวออกจากที่เก็บในช่องแคบๆด้านหน้า
          ครูหนุ่มเริ่มออกเดิน ป่ายหน้าไปทางประตูโรงเรียน เด็กสาวเดินตามพลางสูดดมกลิ่นหวานอ่อนๆของยาหม่องน้ำในขวด มันช่วยให้ภาพที่เธอมองเห็นชัดเจนขึ้น โสตประสาทที่ดับไปครู่หนึ่งกลับมารับรู้อีกครั้ง ที่เธอได้ยินคือเสียงฝีเท้า และที่เธอเห็นคือคุณครูของเธอ
        ที่มุมถนน รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าสีเทาเงิน หน้าตาบ้านๆ สภาพคล้ายไม่ได้ทำความสะอาดมานานจอดรอพวกเขาอยู่ เด็กสาวจำได้ว่านี่เป็นรถของคุณครูของเธอ เธอเงยหน้ามองครูหนุ่ม เขาส่งสายตาตอบ
          ครูหนุ่มคว้ากระเป๋านักเรียนมาจากมือเด็กสาว จับมันยัดใส่ตะกร้าด้านหน้ารถแล้วขึ้นนั่งประจำที่ของตน เด็กสาวมองกิริยานั้นอย่างงงๆ
          อาจารย์ว่าที่ร้อยตรีเสี่ยวหลงเปาคะ
          อะไรครับ
            คือยังงี้ค่ะ...นั่นน่ะกระเป๋าหนู
          เอ้า ขึ้นมาสิ ครูหนุ่มว่า เดี๋ยวครูไปส่งให้เองครับ โรงเรียนภาษาที่ราณีใช่มั้ย ที่น้องเรียนพิเศษน่ะครับ
          อ่ะ...ค่ะ...
          แม้ว่าจะงงๆอยู่ไม่น้อย เด็กสาวก็ปีนขึ้นไปนั่งซ้อนหลังครูหนุ่ม เอ่ยกับตัวเองในใจว่า ดี...อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดิน
       
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-
End Part 2

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น