Part VI
กาลเวลาผันแปร เดือนหนึ่งหมดไปแทนที่ด้วยอีกเดือนหนึ่ง ที่คฤหาสน์เบเรสฟอร์ด ทุกสิ่งกำลังเข้าในที่ทางของมัน เวลาที่หมดไปทำให้เซอครีสได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง เด็กสาวใช้เวลาสองอาทิตย์ติดตามฟอกซ์เทลไปทั่วทุกแห่งในบ้านขณะที่เธอทำความสะอาด พูดคุยกับซิลเวอร์เนลที่ขอให้เธอสอนภาษาอังกฤษ ดื่มน้ำชายามบ่ายกับเดวิด
เดวิด...เขายังคงทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเหมือนที่เคย ตอนนี้เธอจะย้ายเข้ามา เป็นสมาชิกในครอบครัวเขาแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นอนร่วมห้องเยี่ยงสามีภรรยาก็ตามที แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้เขาเพิ่มความเกรงใจและปฏิบัติต่อเธออย่างดีขึ้นเสียอีก
เรื่องแต่งงานก็เช่นกัน เขารอจนเธอปรับตัวเข้ากับบ้านและคนในบ้านได้แล้วจึงเสนอเรื่องแต่งงาน อันที่จริงสถานะในตอนนี้ของทั้งสองก็คือครอบครัวเดียวกัน...เป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่ทั้งเธอและเขาก็เห็นตรงกันว่าอยากทำพิธีแต่งงาน ขาดก็แต่ชุดเจ้าสาว
วันหนึ่งเดวิดนำเซอครีสขึ้นมาที่หอเล็กทางฝั่งตะวันตก ประตูทางเข้านั้นถูกลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา เขาหยิบกุญแจดอกใหญ่ออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก เขาไขประตูเปิดออก ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคนทั้งคู่คือภาพชุดกระโปรงทรงสุ่มสีงาช้างหรูหราราวชุดของเจ้าหญิงสักองค์ อกเสื้อตกแต่งเป็นลวดลายดอกไม้ด้วยไข่มุก ชายกระโปรงบานทิ้งยาวจรดพื้น มันสวมอยู่บนหุ่นแสดงเสื้อผ้าสีดำ ทั้งหมดตั้งนิ่งสนิทอยู่กลางห้อง
“ชุดนี้...” เด็กสาวอุทาน “ของใครกันคะ”
“ผมเก็บเอาไว้นานมากแล้ว ตั้งแต่ครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่” ชายหนุ่มบ่ายเบี่ยง “ผมตั้งใจให้เจ้าสาวของผมสวม คุณคิดว่ายังไงครับ...”
“สวยค่ะ...สวยมาก...เจ้าสาวที่ได้ใส่ชุดนี้คงเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด” เด็กสาวตอบตามที่คิด “จะให้ฉันลองใส่ไหมคะ”
“อย่าเลยครับ ชุดเช่นนี้ต้องสวมเครื่องรัดทรง ผมเคยเห็นสตรีหลายนางที่เสียสุขภาพเพราะสวมเครื่องรัดทรง ผมไม่อยากให้คุณต้องทรมานเช่นนางเหล่านั้น อีกอย่าง...มันก็เป็นแค่ความปรารถนาลมๆแล้ง ที่ผมแทบจะลืมไปแล้ว ฉะนั้น...ช่างมันเถิด”
“ความปรารถนาเป็นสิ่งสำคัญนะคะ” เซอครีสว่า เธอแตะแขนเสื้อชุดนั้นอย่างเบามือ “ถ้าคุณอยากให้ฉันใส่ ฉันก็จะใส่ให้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ”
“คุณอยากให้ฉันใส่หรือเปล่าละคะ”
“เอ่อ...ผม” ชายหนุ่มอึกอัก “ก็อยาก...แต่ว่า...คอร์เซตมันอึดอัดมากนะ แล้วก็เจ็บด้วย”
“แค่ในคืนวันแต่งงานของเราก็ได้ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดวิดคะ...”
“ถ้าอย่างนั้น...”
“ฉันขอใส่มันได้ไหมคะ...ฉันอยากสวยที่สุดในคืนสำคัญของเรา”
“เช่นนั้นก็...” ประกายตาสีดำสนิทที่เขาหลงใหลทำให้ชายหนุ่มยอมตามอีกครั้ง “ได้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ” เด็กสาวยิ้มแย้ม เธอลูบชุดตรงหน้าอย่างเบามือ ดวงตาที่มองอาภรณ์งดงามอย่างสุขใจทำให้เขารู้ว่าตนเองคิดถูกแล้วที่อนุญาต ดูเธอมีความสุขเหลือเกิน ตัวเขาเองก็อยากเห็นว่าอาภรณ์ที่งดงามเพียงนี้จะเป็นเช่นไรเมื่อถูกสวมใส่
~Beauty~
หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง
“ฟอกซ์เทลจ้ะ...ฟอกซ์เทล”
สิ้นเสียงเรียกไม่นานนักสาวใช้ก็เข้ามาในห้อง พบกับภาพสตรีผู้อ่อนวัยกว่าในชุดกระโปรงชั้นใน ยืนอยู่หน้าหุ่นแสดงเสื้อสีดำซึ่งสวมชุดกระโปรงงามสง่า
“อันใดเจ้าคะ” ฟอกซ์เทลเอ่ย
“คือว่า...ฉันขอให้ซิลเวอร์เนลยกชุดนี้มาให้...ฉันอยากใส่มันคืนนี้...” เด็กสาวตอบ“เดวิดคงจะดีใจ...แต่ฉัน...คือฉัน...”
“อันใดเจ้าคะ”
“ฉันใส่ไม่เป็น...ช่วยหน่อยได้ไหมคะ”
“แน่นอนเจ้าค่ะ”
เซอครีสยิ้มทันที เป็นยิ้มที่ทำให้สาวใช้เผลอยิ้มตามอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งสองช่วยกันถอดอาภรณ์ชุดนั้นออกจากหุ่นอย่างระมัดระวัง ฟอกซ์เทลช่วยสตรีผู้อ่อนวัยกว่าสวมเสื้อผ้าที่ไม่คุ้นเคยพร้อมทั้งอธิบายวิธีสวมใส่จนเด็กสาวเข้าใจ
มันพอดีกับร่างกายเด็กสาวอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งแขนเสื้อที่พองเล็กน้อยและไม่ยาวมากเกินไป ความยาวของชุด รวมถึงสีสันที่เข้ากับผิวและผมของเธอ ราวกับอาภรณ์ชุดนี้รอคอยเด็กสาวมาตลอดเวลา
เซอครีสหมุนตัวไปรอบๆ ดวงตาของเธอส่องประกาย...เท่านี้เธอก็สวยพอที่จะเคียงคู่กับเขาแล้ว สาวใช้ยืนมองเด็กสาวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ฟอกซ์เทลพึมพำชื่อ ซิลเวอร์เนล พลางก้าวไปหยุดที่หน้าประตู
“ไม่มีผู้ใดสั่งสอนเจ้าหรือไร...ในห้องนี้มีสตรีที่กำลังแต่งตัวอยู่นะ”
ผู้ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูหัวเราะ “นายท่านให้ข้านำเครื่องประดับมาให้นายหญิง”
“เช่นนั้นก็เข้ามา”
ซิลเวอร์เนลแทรกกายผ่านช่องประตูที่แง้มเพียงเล็กน้อยเข้ามายืนข้างสาวใช้ คราวนี้เขาสวมชุดคนขับรถ หมวกเบเร่ต์สีเทาวางเอียงๆบนกลุ่มผมสีบลอนด์เข้ม เขาส่งกล่องเครื่องประดับสีดำให้เด็กสาว
“นายท่านฝากสิ่งนี้ให้ท่านขอรับ”
“ขอบคุณค่ะ” เซอครีสเอ่ย “เดวิดละคะ”
“เตรียมตัวอยู่ในห้องขอรับ” เด็กสาวพยักหน้ารับแล้วค่อยๆเปิดกล่องในมือออก
ที่วางอยู่บนพื้นกำมะหยี่คือรัดเกล้าทำจากเงินบริสุทธิ์เป็นรูปคล้ายเถาวัลย์ดอกไม้ กลีบและใบของดอกไม้แต่ละดอกนั้นคืออัญมณีสีสดใส มือที่สั่นสะท้านของเด็กสาวแตะเครื่องประดับล้ำค่าอย่างแผ่วเบาราวสัมผัสที่มากเกินไปจะทำให้มันแตกหักลงได้
“นายหญิงคะ”
เด็กสาวหันขวับ ฟอกซ์เทลยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“ดิฉันใส่ให้เองเจ้าค่ะ”
เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะน้อมศีรษะให้สตรีผู้แก่วัยกว่าสวมเครื่องประดับให้บนศีรษะ ซิลเวอร์เนลประสานสายตากับสาวใช้แล้วยิ้มอย่างมีนัย ฟอกซ์เทลส่งสายตากลับ ทั้งสองมองเด็กสาวตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาพร้อมๆกัน
...บางที สตรีผู้นี้อาจจะเป็นผู้ที่ช่วยปลดปล่อยนายท่านจากความทุกข์ทรมานก็เป็นได้...
~Pain~
ที่โถงบันได เดวิด ดิวอี้ เบเรสฟอร์ดยืนด้วยอาการนิ่งสงบ คืนสำคัญนี้เขาสวมสูทชุดที่ดีที่สุด เสื้อนอกยาวคลุมสะโพกสีน้ำตาลที่ไม่มีรอยปะแม้แต่รอยเดียว ผ้าพันคอกับเข็มกลัดอัญมณีชุดเดิม รวมถึงถุงมือผ้าไหมที่จะใส่ในโอกาสพิเศษสุดเท่านั้น
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากข้างบน ชายหนุ่มยืดตัวตรง ขยับไม้เท้าในมือให้อยู่ในท่าที่สง่างามที่สุด รอให้เจ้าสาวของเขาลงมา สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาเขาคือชายกระโปรงยาวสีงาช้าง เซอครีสค่อยๆก้าวลงจากบันไดโดยใช้มือเกาะราวบันไดลงมา มือทั้งสองข้างของเธออยู่ใต้ถุงมือผ้าเนื้อบาง เส้นผมที่ถูกจัดทรงด้วยฝีมือของฟอกซ์เทลมีรัดเกล้าที่เขามอบให้ประดับอยู่
เขาก้าวเข้าไปที่เชิงบันได รับตัวเด็กสาวลงมายืนข้างกาย ดวงหน้าเธอประดับไปด้วยรอยยิ้ม
“รอนานไหมคะ” เธอถาม เขาสั่นศีรษะเล็กน้อย
“คุณสวยเหลือเกิน” เขาเอ่ย ลูบปอยผมสีแดงสดที่ตกระพวงแก้มขาวอย่างทะนุถนอม
“คุณก็เช่นกันค่ะ คุณดูดีมาก” เด็กสาวตอบกลับ “เราจะไปกันเลยไหมคะ”
เดวิดพยักหน้าตอบ เขาส่งมือขวาให้เด็กสาวจับแล้วขยับไม้เท้ายันกายไปข้างหน้า ผู้รับใช้ทั้งสองรออยู่ที่ซุ้มประตู ฟอกซ์เทลส่งหมวกทรงสูงให้กับนายท่านของเธอที่พยักหน้าขอบคุณ รถม้าคันเดิมรอพวกเขาอยู่หน้าซุ้มประตู ซิลเวอร์เนลกระโดดขึ้นประจำที่คนขับ เด็กสาวตั้งท่าเตรียมปีนขึ้นที่นั่งเช่นครั้งก่อน
“นายหญิงเจ้าคะ” เซอครีสหันตามเสียงเรียก เป็นฟอกซ์เทลนั่นเอง
“ดิฉันมีเรื่องจักขอร้องท่าน” เด็กสาวเดินกลับไปหาสาวใช้ ชายหนุ่มทั้งสองหยุดอยู่ที่จุดเดิม ฟอกซ์เทลพาเซอครีสเดินออกมาจนไกลพอที่คนอื่นจะไม่ได้ยินแต่ก็ยังอยู่ในสายตาของเดวิดแล้วจึงเริ่มพูด
“นายท่านคงกล่าวให้ท่านฟังแล้ว เกี่ยวกับคำสาป” เซอครีสพยักหน้ารับ “นายท่านต้องการให้ดิฉันเก็บเป็นความลับจากท่าน แต่ดิฉันจำต้องบอกท่าน”
“เรื่องอะไรคะ”
“นายท่านมิได้แข็งแรงอย่างที่แสดงออกหรอกนะเจ้าคะ คำสาปนั้นทำให้ร่างกายของนายท่านอ่อนแอ ที่นายท่านต้องพกพาไม้เท้าก็เพราะเหตุนี้...” สาวใช้พูด“หน้าที่ของนายหญิงคือเคียงข้างนายท่าน ขอให้ท่านมีความสุขเช่นเดียวกับที่ทำให้นายท่านมีความสุข แต่กรุณาสัญญากับดิฉันว่าจะคอยดูแลนายท่านด้วย เพราะต่อจากนี้ไป ท่านทั้งสองจะเป็นหนึ่งเดียวกัน”
“ฉันสัญญา” เด็กสาวตอบอย่างจริงจัง สตรีต่างวัยประสานสายตากัน ฟอกซ์เทลเชื่อว่าเด็กสาวตรงหน้าจะทำตามคำมั่นอย่างดี เธอแตะมือผู้อ่อนวัยกว่า
“หลังจากคืนนี้ ท่านจะเป็นคนของเรา...เป็นนายหญิงของบ้าน...เป็นนายหญิงของข้าอย่างแท้จริง” สาวใช้ทรุดกายลงอย่างนอบน้อมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดวงตาสีดำที่สั่นไหวของคนตรงหน้าอีกครั้ง “กรุณาด้วย นายหญิง”
“ยืนขึ้นเถอะ ฟอกซ์เทล อย่าทำอย่างนี้เลย” เด็กสาวร้องอย่างตกใจ สาวใช้ยิ้มเล็กน้อย
“นายท่านกำลังรออยู่...เชิญเถิด นายหญิง”
เซอครีสพยักหน้ารับแล้วเดินกลับไปที่รถม้า เมื่อผู้โดยสารครบแล้วรถม้าก็ออกตัวโดยมีสายตาของสาวใช้มองส่งจนลับตา
~~~~~~
หน้าโบสถ์เก่าแก่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ของพวกเขานัก เซอครีสและเดวิดยืนเคียงข้างกัน ณ ที่นั่น ในมือของทั้งสองถือกล่องใส่แหวน ความตั้งใจของพวกเขาคือใช้สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ประกอบพิธีแต่งงาน ซึ่งอันที่จริง ก็ทำเพียงแค่แลกแหวนกับคนรักเท่านั้นเอง
เซอครีสชะเงื้อมองลอดกระจกหน้าต่างเข้าไป ภายในโบสถ์มืดสนิท แน่นอนว่าคงไม่มีผู้ใดอยู่ เด็กสาวหันกลับมาหาเจ้าบ่าวของเธอที่กำลังยิ้มแย้ม
“อะไรกันคะ” เธอเอ่ย เดวิดยิ้มกว้างกว่าเดิม
“มีใครบอกคุณหรือยัง...วันนี้คุณสวยมาก”
“บอกแล้วค่ะ คุณบอกฉันตลอดทางบนรถม้า” เซอครีสตอบ บรรยากาศแห่งความสุขแผ่กระจายไปทั่วบริเวณราวกับว่าไม่มีอะไรจะทำให้คนทั้งสองเศร้าโศกได้อีกแล้ว ชายหนุ่มยิ้มให้กับคำตอบของคนรัก เขาขยับแขนโอบเอวเธออย่างกล้าๆกลัวๆ...ไม่เคย เขาไม่เคยใกล้ชิดสตรีใดมากเช่นนี้มาก่อน
พลันรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าชายหนุ่มหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าตื่นตกใจราวสัตว์เล็กที่ถูกต้อนจนมุม เขาเพ่งมองไปในความมืดที่อยู่รอบกาย เซอครีสมองตามแม้จะไม่เห็นอะไร เดวิดขยับตัวบังร่างคนรักไว้เบื้องหลัง เซอครีสแตะแผ่นหลังกว้างอย่างตกใจ
เขาคงเห็นอะไรบางอย่าง เด็กสาวคิด ถึงได้ทำท่าอย่างนั้น
“เดวิดคะ” ผู้ถูกเรียกเหลือบมองเธอเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไป
“ทางนั้นมีอะไรบางอย่างกำลังมา ผมได้ยินเสียงฝีเท้า”
แสงสว่างดวงหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นในมือเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ทั้งสองยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น เมื่อเจ้าของเงาเข้ามาใกล้ คนทั้งสองก็เห็นว่าคือบาทหลวงชรารูปหนึ่ง เซอครีสรู้สึกได้ถึงกระแสความกังวลของคนตรงหน้าที่หายไปเมื่อรับรู้ว่าผู้มาใหม่ไม่มีอันตรายใดๆ
คุณพ่อลอเรนซ์มองคู่หนุ่มสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์ที่ท่านประจำอยู่อย่างสงสัย เพราะความรู้สึกบางอย่างทำให้บาทหลวงชราไม่สามารถนอนหลับลงได้ในคืนนี้ จึงตัดสินใจมาสวดภาวนาที่โบสถ์ ท่านสบตากับชายหนุ่มก่อนจะเบนไปที่แผลเป็นใหญ่ที่ใบหน้าและกล่องสีดำในมือเขา คุณพ่อเข้าใจทุกอย่างทันที ท่านไขกุญแจเปิดประตูโบสถ์แล้วหันไปพูดกับคู่หนุ่มสาว
“เข้ามาสิ พ่อจะทำพิธีให้”
เดวิดกับเซอครีสมองหน้ากัน ชั่งใจอยู่ในที
“ไปกันเถอะค่ะ คุณพ่อท่านอนุญาตแล้ว”
“แต่ผม...” เขาแตะรอยแผลเป็นที่แก้ม ดวงตาฉายแววไม่มั่นใจ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...นะคะ...เดวิดคะ...” ชายหนุ่มสูดหายใจลึก พยายามขับไล่ความกังวลที่บาทหลวงผู้นี้อาจจะหวาดกลัวรอยแผลของเขาเช่นที่คนอื่นๆเป็น เดวิดเอื้อมจับมืออีกคนไว้ แล้วทั้งสองก็เข้าไปในโบสถ์ด้วยกัน
คุณพ่อลอเรนซ์ยืนอยู่บนแท่นพิธี กำลังจุดเทียนให้แสงสว่าง พวกเขาเดินผ่านเก้าอี้ยาวที่วางเรียงเป็นแถวเป็นแนวเข้าไปหยุดยืนในตำแหน่งที่บาทหลวงบอก คุณพ่อมองหนุ่มสาวตรงหน้าอย่างเมตตา เข้าใจดีว่าชายหนุ่มคงอับอายที่มีบาดแผลน่ารังเกียจ จึงต้องแอบวิวาห์กันลับๆในยามค่ำคืนเช่นนี้
เดวิดลอบมองเซอครีสที่กำลังตั้งใจฟังบาทหลวงอ่านคัมภีร์คู่ชีวิต เขาช่างโชคดีเหลือเกินที่มีเธอ...เธอจะคลายคำสาปนั้นได้หรือไม่เขาก็ไม่สนใจ ขอเพียงแค่มีเธอ คิดถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ยกมือแตะจุดชีพจรที่ลำคออย่างใจลอย
เด็กสาวหันหน้ามองเมื่อเห็นอีกฝ่ายขยับตัว ชายหนุ่มยิ้มให้เธอแทนคำบอกว่า ไม่เป็นไร เซอครีสยิ้มตอบแล้วพยักหน้าเล็กน้อย คุณพ่อลอเรนซ์วางพระคัมภีร์ลง การกล่าวคำสัตย์สาบานเริ่มขึ้นแล้ว
บาทหลวงสบตากับเด็กสาวก่อน
“ลูกจะรับเขาเป็นสามี จะรักและซื่อสัตย์ เคารพและเชิดชู ดูแลซึ่งกันและกัน ทั้งในยามสุขและทุกข์ มั่งมีและยากจน ป่วยไข้หรือสุขสบาย จนกว่าความตายจะพรากจากหรือไม่”
“ดิฉัน เซอครีส เลอ บลองเซ่ ขอรับคุณ...” เด็กสาวเหลือบมองคนข้างตัวแวบหนึ่ง “เดวิด ดิวอี้ เบเรสฟอร์ดเป็นสามี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดิฉันสัญญาจะอยู่เคียงข้างคุณ เป็นกำลังใจ ให้เกียรติและซื่อสัตย์ต่อคุณ ทั้งในยามสุขและทุกข์ มั่งมีและยากจน ป่วยไข้หรือสุขสบาย จะรักและนับถือคุณตลอดไป ตราบจนชีวิตจะหาไม่”
คุณพ่อลอเรนซ์พยักหน้า เบนสายตาไปที่ชายหนุ่ม
“ลูกจะรับเธอเป็นภรรยา จะรักและซื่อสัตย์ เคารพและเชิดชู ดูแลซึ่งกันและกัน ทั้งในยามสุขและทุกข์ มั่งมีและยากจน ป่วยไข้หรือสุขสบาย จนกว่าความตายจะพรากจากหรือไม่”
“ลูก เดวิด ดิวอี้ เบเรสฟอร์ด ขอรับเธอ เซอครีส เลอ บลองเซ่ เป็นภรรยา และขอสาบานต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า ว่าจะรักเธอ จะตอบแทนความรักของเธอให้ดีที่สุดด้วยหัวใจและชีวิต จะหัวเราะและร้องไห้ไปกับเธอ ไม่ว่าจะสุข จะทุกข์ จะยากดีมีจน” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหนักแน่น รู้สึกถึงมือของอีกฝ่ายที่เลื่อนมาสัมผัส “ลูกจะรัก ยกย่อง และให้เกียรติเธอ จนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน”
“เช่นนั้นมีสิ่งใดยืนยันความรักของลูก”
แทนคำตอบ เดวิดเปิดกล่องสีดำในมือ แหวนทองเกลี้ยงวงหนึ่งนอนอยู่ในนั้น เขาสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของคนรักอย่างช้าๆ มองลึกลงไปในดวงตาสีดำ ส่งความรู้สึกทุกอย่างให้เธอโดยไม่พูดอะไร ชายหนุ่มเห็นหยาดน้ำตาเอ่อที่ดวงตาคนรัก
เซอครีสเปิดกล่องของเธอบ้าง สวมแหวนทองแบบเดียวกันให้อีกฝ่าย เสียงบาทหลวงประกาศให้พวกเขาเป็นสามีภรรยากันดูเหมือนจะลอยมาจากที่อันแสนไกล เดวิดรวบมือเธอขึ้นมากุมไว้ คนทั้งสองสบตากัน เซอครีสพิศมองใบหน้าคนรัก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขซึ่งไม่ได้เห็นบ่อยนักกำลังประดับอยู่บนใบหน้ามีตำหนินั้น ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างสุขใจ ราวกับจะไม่มีสิ่งใดทำให้พวกเขามีความสุขมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
“เชิญเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวได้”
เดวิดมองเซอครีสด้วยดวงตาแน่วแน่ เด็กสาวแตะแก้มข้างที่มีรอยแผลของเขาแล้วหลับตาลงรอรับจุมพิตจากคนรัก แต่ชายหนุ่มทำเพียงโอบเด็กสาวเข้ามาในอ้อมแขน กอดเธอเอาไว้แนบแน่น ทั้งสองซึมซับความอบอุ่นจากกันครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็ละออกและจุมพิตเจ้าสาวที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา
“ขอบคุณ” เขากระซิบ เด็กสาวส่ายหน้าเล็กน้อย
“ไม่จำเป็นเลยค่ะ” ทั้งสองหันกลับไปหาบาทหลวงชราซึ่งยืนมองภาพของพวกเขาด้วยสายตาอ่อนโยน
“ขอบคุณคุณพ่อมากเลยนะคะที่กรุณาพวกเรา” เซอครีสเอ่ย
“ไม่เป็นไร ได้เห็นพวกลูกมีความสุขพ่อก็ดีใจ” คุณพ่อลอเรนซ์ตอบอย่างมีเมตตา เด็กสาวขอตัวกลับอย่างสุภาพแล้วค่อยๆเดินออกจากโบสถ์ไป เดวิดขยับจะเดินตามไป แต่คุณพ่อก็เรียกเขาไว้ก่อน
“ครับ?”
“อย่ากังวลไป อดีตเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จงใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีที่สุด” เดวิดมองตามสายตาของคุณพ่อไปที่ร่างเจ้าสาวของเขาที่ยืนอยู่ที่ประตูโบสถ์ “เธอเองก็ไม่ได้รังเกียจลูกอย่างที่ลูกคิดหรอกนะ”
ชายหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อย โค้งคำนับให้บาทหลวงผู้ใจดีอีกครั้งแทนคำขอบคุณก่อนจะค่อยๆหมุนตัวเดินออกจากโบสถ์ไป