สมาคมหนุ่ม ICT (ได้อีก)
Part 4: สาวน้อยกับปืนลม
เสียงหวีดของสายลมดังเสียดหูขณะที่รถจักรยานยนตร์สีฟ้าเงินพาพวกเขาพุ่งผ่านอากาศ เด็กสาวมองทิวทัศน์ที่วิ่งผ่านตา...ยังคงเป็นซอยแคบๆ อับๆเช่นเดิม แต่เด็กสาวระลึกได้ว่าไม่ใช่ทางเดิมกับที่พวกเธอเคยผ่าน เธอมองครูหนุ่ม...วันนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย และเธอก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะเชื่อใจชายหนุ่มผู้นี้ดีหรือไม่
รถตู้คันนั้น ชายฉกรรจ์แก่คราวพ่อคนนั้น ฮาร์เลย์คันโตกับคนขี่ถือปืนที่ดูคุ้นๆ...เด็กสาวสวมหน้ากากที่ดูคุ้นตา...วันนี้ดูอะไรๆก็คุ้นตาคุ้นใจไปเสียหมด หากแต่ไม่มีสิ่งใดเลยที่เด็กสาวสามารถ “เชื่อ” หมดใจได้
เธอเบนสายตามองบาดแผลที่ต้นแขนครูหนุ่ม โลหิตยังคงไหลรินเป็นวงกว้าง สีของมันตัดกับผ้าเช็ดหน้าสีขาว สีเหมือนธงประจำโรงเรียน...หากแต่แลดูน่ากลัวยิ่งนัก
คนๆนี้ไปทำอะไรให้ใคร เด็กสาวนึก คนอย่างคนๆนี้...ทำไมถึงถูกเกลียดชัง...ทำไมจึงมีใครต้องการเอาชีวิต...ถ้าไม่ใช่เขาทำคนอื่นก่อน หากแต่ตลอดเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่าน ไม่เคยเลยที่ครูหนุ่มทำให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยที่จะดุด่า...
รอยยิ้มที่อบอุ่นนั้นกลับมาอีกครั้งในใจเธอ ดวงตาคู่นั้นที่มองอย่างเอ็นดูอยู่เสมอ วาจาแผงข้อคิดสอนใจ...เด็กสาวทบทวนทุกอย่างกับตัวเอง
แล้วเธอก็มั่นใจ...ว่าเธอเชื่อใจเขาได้...
“อาจารย์คะ...” เด็กสาวพึมพำ
“หืม” ครูหนุ่มว่า “ครูจะออกถนนใหญ่แล้วนะ เกาะแน่นๆล่ะ”
“ค่ะ”
อย่างที่พอจะคาดการได้ ทันทีที่ล้อหลังเข้าสู่เขตถนนหมู่บ้านเสนานิคม เจ้าฮาร์เลย์คันใหญ่ก็พุ่งเข้ามาจากที่ไหนสักแห่ง ครูหนุ่มบิดคันเร่งรถคู่ใจที่เมื่อเทียบกับฮาร์เลย์ เดวิดสันคันนั้นแล้วแทบจะเป็นแค่จักรยานติดเครื่องให้หักหลบหนี
กระสุนปืนระเบิดขึ้นรอบๆจักรยานยนต์สีฟ้าเงิน เขาจับคันบังคับด้วยมือเดียว ถือปืนลมไว้ด้วยมือข้างขวา เอี้ยวกายมาด้านหลังแล้วยิงสวนด้วยกระสุนพลาสติกซึ่งคงอานุภาพร้ายแรงไม่น้อย
เด็กสาวเอนกายหลบเล็กน้อย ป้าร้านขายอาหารข้างทางส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดชวนปวดประสาท ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงปืนหรือเพราะสารรูปของคนขับที่แขนก็เจ็บ แต่กระแดะขับรถมือเดียว ครูหนุ่มหันกลับไปบังคับรถ...ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะเสียงกรี๊ดของป้าแกทำให้ครูเขาปวดกะโหลก หรือเป็นเพราะรู้ว่าถูกแขวะเอา
เด็กสาวสังเกตได้ว่ากระสุนของครูหนุ่มไม่ได้เข้าเป้าหมายที่เล็งไว้แม้แต่น้อย...อันที่จริง ดูเหมือนเขาแทบจะไม่ได้เล็งเลยเสียมากกว่า เธอเอี้ยวกายมองด้านหลัง ชายหนุ่มร่างหนาเล็งปืนที่ศีรษะคุณครูของเธอ
“อาจารย์คะ!!”
ครูหนุ่มเหลือบมองกระจกมองหลังข้างที่ยังเหลืออยู่และยกปืนขึ้นบ้าง เด็กสาวรู้สึกได้ว่าแขนที่พาดอยู่บนบ่าของเธอนั้นสั่นเล็กน้อย ถึงกระนั้น กระสุนพลาสติกกลมๆก็กระทบเข้าที่หมวกกันน๊อค หัวไหล่ และมือที่ถือปืนของคนบนฮาร์เลย์คันใหญ่จนเสียจังหวะไป
ครูหนุ่มเร่งเครื่องหนีทันที
เด็กสาวมองครูหนุ่มที่จับคันบังคับโดยมือหนึ่งถือวิทยุ อีกมือกุมอาวุธปืน(อัดลม) เธอแตะต้นแขนข้างขวาที่ประดับด้วยบาดแผลของครูหนุ่ม เขาสะดุ้ง
“ยังงี้ขับรถไหวเหรอคะอาจารย์”
“สบายมากอย่าห่วง”
เด็กสาวเห็นรอยยิ้มของครูหนุ่มในกระจกมองหลังข้างที่ยังเหลืออยู่ เธอเหลียวมองเบื้องหลังอีกครั้ง กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเฉียดใบหน้าเธอไป
ครูหนุ่มพาดแขนกับบ่าเด็กสาวแล้วยิงสวนไปอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะต้องหันกลับมาจับคันบังคับเพื่อหักหลบรถที่สวนมา เขายกปืนขึ้นอีกครั้ง
แต่เด็กสาวฉวยมันไปจากมือเขา
“เฮ้ย!”
เธอจับปืนด้วยมือทั้งสองข้าง พิงกายกับแผ่นหลังแข็งแรงของคนขับ
“ระวังนะ”
“ค่ะ”
เด็กสาวเล็งยิง...อย่างที่เคยฝึกกับบิดา เธอนึกถึงคำสอนของพ่อ มือของพ่อที่ประคองมือเธอยามถือปืน...ให้ศูนย์หน้ากับศูนย์หลังตรงกัน...แล้วยิง...
ปุ!!
กระบอกปืนออโตเมติกรมดำในมือชายร่างหนากระเด็นหลุดไป
...เด็กสาวสัญญากับตัวเอง ว่าจะให้พ่อสอนยิงปืนจริงๆจังๆสักที…
“ดีมาก” ครูหนุ่มว่า เด็กสาวยิ้มแป้น
“ปืนแรงนิคะ”
“ให้มันรู้ไป!”
เธอหันกลับมาเกาะเอวครูหนุ่ม เขาหัวเราะในลำคอขณะเร่งความเร็วของรถยิ่งขึ้นอีก ตอนนี้เด็กสาวชินเสียแล้วกับความเร็ว แรงกระตุก และสายลมที่พัดผ่านใบหน้า
ครูหนุ่มยกวิทยุขึ้นอีก
“สีแดง! จูปิเตอร์ แกอยู่ไหนวะ!”
เสียงที่ตอบมาไม่ได้ดังออกจากวิทยุ
“ไอ้เปา! ข้างหลังที่ห้านาฬิกา!”
รถจักรยานยนต์เอนทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นโลกตามกายของคนขับซึ่งเอนตัวหลบทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันมอง วัตถุอย่างหนึ่งพุ่งผ่านอากาศและตัดเอาปอยผมข้างศีรษะของครูหนุ่มติดไปด้วย เด็กสาวอ้าปากค้างกับสองสามวินาทีที่เหมือนกับอยู่ในหนังบู้เลือดสาดของฮอลลิวู้ด
เธอเหลือบมองด้านหลัง
มอเตอร์ไซค์ผู้ชายคันใหญ่สีเทาเข้มเข้ามาแทนที่ฮาร์เลย์คันงาม คราวนี้คนขี่เป็นชายหนุ่มร่างผอมสูง สวมเสื้อผ้าสีดำสนิทตัดกับกระโปรงสีขาวของผู้ที่ยืนซ้อนหลัง เด็กสาวผมยาวยังคงสวมหน้ากากขนนก เธอยืนอย่างสง่างามอยู่บนที่วางเท้า สองมือโก่งคันธนู ปลายลูกศรนั้นชี้ตรงไปโดยมีศีรษะของเธอเป็นเป้าหมาย
“ระวัง นั่นมือดีที่สุดของพวกมัน! เบรฟกับฮิโร่” คนขับร่างหนาบนมอเตอร์ไซค์สีแดงที่ขับเข้ามาใหม่ตะโกนเตือนเสียงลั่น
ราวกับได้ของเล่นที่ถูกใจ รอยยิ้มปรากฏที่เรียวปากของครูหนุ่ม เขาบิดคันเร่งขึ้น ใบหน้าของเด็กสาวผมยาวยังคงเรียบสนิทขณะที่ค่อยๆขึ้นธนู ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นของมอเตอร์ไซค์ทั้งสองคัน เด็กสาวทั้งสองคนสบตากันในที่สุด
ดวงตานิ่งสงบของเด็กสาวผมยาวไหววูบ เธอลดธนูลง
“เบรฟ! ใจอ่อนงั้นรึ!” เป็นเสียงตะโกนของคนขับฮาร์เลย์คันใหญ่ซึ่งขับตามมา “เราเรียกเธอมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ! อย่าทำให้เสียงาน! เก็บแซทเทิร์นซะ!”
ครูหนุ่มเอี้ยวกายไปด้านหลัง สบตากับเด็กสาวผมยาว เขามองลึกลงไปในดวงตาของเธอ...บางอย่าง...บางอย่างในดวงตาคู่นั้นทำให้เด็กสาวผมยาว – หรือโค้ดเนมว่า “เบรฟ” – ลดธนูลงข้างตัว ครูหนุ่มพยักหน้านิดหนึ่งแทนคำขอบคุณก่อนจะหันกลับไปคุมคันบังคับ
ทันใดนั้นเอง เสียงกระสุนระเบิดขึ้น กระบอกธนูที่ข้างเอวเด็กสาวผมยาวกระเด็นหลุดไปด้วยแรงกระสุนพลาสติก เธอสะดุ้งจากภวังค์ที่ครูหนุ่มสร้างขึ้น ปากกระบอกปืนของอีกฝ่ายชี้ที่ใบหน้าใต้หน้ากากขนนกของเธอ
“วางธนูลง ไม่งั้นนัดต่อไปจะเป็นที่หัวเธอ!”
นั่นไม่ทำให้ใบหน้าซึ่งกลับมานิ่งสนิทของเด็กสาวผมยาวเปลี่ยนแปลง เธอดึงลูกธนูซึ่งเหน็บไว้ข้างเอวออกมา ขึ้นธนู และเล็งมันที่ใบหน้าเด็กสาว
“เธอนั่นแหล่ะวางปืนลง” เธอปล่อยลูกธนูซัดเอากระจกมองหลังข้างที่ยังเหลื่ออยู่ของมอเตอร์ไซค์สีฟ้าเงินแตกกระจาย “ไม่ยังงั้นนัดนี้”
เด็กสาวผมยาวขึ้นธนูอีกครั้ง
“จะเป็นที่หัวคุณครูของเธอ”
ผู้ถูกขู่กัดฟันกรอด มือที่ถือปืนอัดลมสั่นเมื่อเธอหันมองครูหนุ่ม
“จอดรถ! แซทเทิร์น! นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย จอดรถซะ แล้วส่งผังนางฟ้าให้เรา!”
ชายหนุ่มร่างผอมสูงผู้ขี่มอเตอร์ไซค์สีเทาตะโกน
“อาจารย์...”
“นักเรียนครับ” ครูหนุ่มเอ่ย “หันมานั่งดีๆ”
เด็กสาวทำตามโดยไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำสอง เมื่อเห็นว่าผู้โดยสารของเขาพร้อมแล้ว ครูหนุ่มก็ตะโกนขึ้น
“จูปิเตอร์!!!!”
มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าสีแดงที่คอยท่าอยู่นานพุ่งเข้าขวางระหว่างมอเตอร์ไซค์สีเทาของเด็กสาวผมยาวกับจักรยานยนต์สีฟ้าเงินของพวกเธอ เด็กสาวคว้าเอวหนาของครูหนุ่มซึ่งเพิ่มความเร็วของรถขึ้นทันที
เด็กสาวผมยาวปล่อยธนูของเธอ ครูหนุ่มเอนกายหลบ อีกครั้งที่ตัวรถเอนทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นโลก เมื่อโลกกลับมาตั้งตรง เด็กสาวก็เหลือบมองด้านหลัง มอเตอร์ไซค์ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองคันพยายามไล่ตามมา หากแต่ถูกพันธมิตรบนรถสีแดงกันเอาไว้
ครูหนุ่มเลี้ยวรถอีกครั้ง เด็กสาวรู้ได้ว่าพวกเขาอยู่ที่ซอยโชคชัยสี่
“ครูคะ”
“ครับ” ครูหนุ่มยิ้มในที่สุด เขาค่อยๆลดความเร็วของรถลง “ไม่เป็นไรแล้วนะ เราพ้นแล้ว”
“แล้วเราจะไปไหนกันคะ”
“กลับ ICT ครับ”
-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-x-
End Part 4