Part IV
รถม้าคันเล็กวิ่งไปตามถนนเลียบตัวเมืองดิฌอง ไม่เร็วนัก แต่ก็ไม่ถือว่าช้า คนทั้งสองในตัวรถมองสบตากันใต้แสงสีส้มของไฟถนน
“เรื่องใดหรือ” ชายหนุ่มเอียงคอเล็กน้อย “เราทำสิ่งใดที่เจ้ามิชอบหรือเปล่า”
“มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น” เด็กสาวว่า “เรา...เอ่อ ครั้งแรกที่เราพบกัน เมื่อสี่เดือนก่อน เราไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย...ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลย ทั้งๆที่คุณดูเหมือนจะรู้เรื่องทุกอย่างของฉัน...คุณเรียกชื่อฉัน...แต่ฉันไม่รู้จะเรียกคุณยังไงดี--”
ชายหนุ่มยิ้ม...เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง
“ถ้าอย่างนั้นเราจะเล่าให้ฟัง” เขาเอนกายพิงเบาะนั่ง หยิบช่อดอกไม้ในมือเด็กสาวมาวางบนที่ว่างระหว่างพวกเขา
“อย่างที่เจ้ารู้อยู่แล้ว เราชื่อเดวิด ดิวอี้ เบเรสฟอร์ด” เขาเริ่ม “เป็นคนสวิสตั้งแต่กำเนิด ท่านพ่อของเราเป็นคนอังกฤษ ส่วนท่านแม่เป็นคนสวิส เราเกิดวันที่ 1 ธันวาคม ปีค.ศ.1735 เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล”
“แล้วทำไมคุณถึง...ไม่ตาย...ละคะ”
“เราถูกคำสาป คำสาปของผู้หญิงคนหนึ่ง” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ สายตามองนิ่งไปด้านหน้า “ผู้หญิงที่รักเรามาก...ครานั้นเราป่วยหนัก นางพยายามช่วยเรา แต่กลายเป็นกักขังวิญญาณไม่ให้ไปจากร่างเนื้อ...เราก็เลย...เป็นเช่นที่เจ้าเห็น”
เขาเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง
“เมื่อนางรู้ว่าทำให้เรากลายเป็นอะไร นางพยายามแก้ไขสิ่งที่ทำลงไป...ก่อนที่นางจะตาย นางบอกเรามีทางแก้คำสาป ทางที่ทำให้เราสามารถตายได้อย่างมนุษย์คนหนึ่ง เพียงแต่เราต้องเปิดใจ...รับใครสักคนเข้ามา...
“เป็นอมตะไม่ดีเลยนะ เซอครีส...ความฝันสูงสุดของเราคือได้ตายไปพร้อมๆกับคนที่รัก...เมื่อเราต้องเห็นผู้เป็นที่รักตายไปต่อหน้าต่อตา ทีละคน ละคน เราไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเลย...อยากจะตายตามไป...แต่ก็ทำไม่ได้”
สัมผัสที่มือขวาทำให้เขาหันกลับเข้ามาในตัวรถ และเห็นว่ามือคู่เล็กกว่าของคนข้างตัวจับมือเขาเอาไว้ แม้จะไม่ได้สัมผัสโดยตรงเพราะถุงมือผ้าไหมที่สวมอยู่แต่ก็เป็นสัมผัสที่ทำให้หัวใจเต้นแรง...แรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ดวงตาของเธอเป็นสีดำ สีดำเหมือนท้องฟ้ายามราตรี สีดำที่สวยงามและลึกลับ บัดนี้มันทอดมองเขาอย่างเห็นใจ เขายิ้ม...ไม่อยากทำให้เธอเครียด เซอครีสเห็นว่ายิ้มของชายหนุ่มเป็นยิ้มที่ฝืดเฝือ
เจ้าบ่าวของเธอเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี หากไม่มีแผลเป็นนั้นเขาคงจะเป็นที่หมายปองของหญิงสาว แม้ว่าจะมี ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าใบหน้านั้นเคยงดงาม ผิวของเขาขาวซีดดูเหมือนคนสุขภาพไม่ดี ใบหน้าบางส่วนของเขาเป็นสีอมเทา แต่จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเรียวสวยรับกับขนตาเป็นแพหนา ริมฝีปากบางสีซีด และดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนคู่นั้นก็บรรเทาความน่าสยดสยองของรอยแผลเป็นยาวที่พาดจากหัวตาขวาไปจนถึงสันกรามข้างเดียวกันเป็นสีเข้มกว่าผิวหน้าลงได้บ้าง
เขามีผมสีดำสนิท ดำราวกับขนกา ดำราวกับหมึกเขียนหนังสือ ผมด้านหน้าตัดยาวปิดหน้าผาก จอนผมทั้งสองข้างยาวถึงสันกราม ส่วนหนึ่งคงเพื่อปิดบังรอยแผล ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทั้งหมดก็ตามที
“เดวิดคะ” เด็กสาวเรียก
“ฉันจะช่วยคุณเองนะคะ...ความฝันของคุณ...จะต้องเป็นจริง...ฉันจะทำให้คุณกลับมาเป็นเหมือนเดิม...ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเอง”
“ขอบคุณ” เดวิดยิ้มอย่างเปิดเผย ยิ้มแสดงความปิติยินดีอย่างที่สุด เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าที่มีบาดแผลน่ากลัวดูดีขึ้น“ขอบคุณ...ที่รักของเรา”
“เอ่อ...เดวิดคะ” เซอครีสเอ่ยขึ้น...แม้ไม่อยากทำลายบรรยากาศดีๆ แต่เธอจำเป็นต้องพูด “ขออะไรอย่างนึงได้ไหมคะ”
“ได้แน่นอน” เขายังคงยิ้ม
“เลิกเรียกตัวเองว่าเรา...แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าเจ้าได้ไหมคะ”
“ขอโทษด้วย” สีหน้าของชายหนุ่มหมองลง “คือเราไม่รู้จริงๆว่าจะใช้สรรพนามเช่นไรดี...เราใช้ภาษาสมัยใหม่ไม่ได้--“
“เรื่องภาษาเก่าไม่เป็นไรค่ะ แต่ว่า”
“จะให้เราแทนตนเองว่าข้าเหมือนคราที่พูดกับซิลเวอร์เนลหรือฟอกซ์เทลก็หยาบคายเกินกว่าจะใช้พูดกับสุภาพสตรี แต่...อะไรนะ...เค้า...งั้นเหรอ เรารับไม่ได้จริงๆ”
ไอ้เค้านี่ฉันก็รับไม่ได้ค่ะ...
“ถ้าอย่างนั้น...ผม...ได้ไหมคะ” เด็กสาวเสนอ “ผม...กับ...คุณ”
"อย่างนั้นได้...ผมทำได้...แต่คุณ...มันไม่หยาบ--“
“ไม่เลยค่ะ...ไม่เลย แค่คุณนี่ก็ให้เกียรติฉันมากเกินไปแล้ว”
“มิใช่เลย เซอครีส เจ้าคือเจ้าสาวผู้สูงส่งของเรา” เดวิดคว้าหัวไหล่ทั้งสองข้างของเด็กสาว “เจ้าสมควรได้รับเกียรติ”
เด็กสาวสะดุ้งตกใจ ทั้งเพราะคำพูดและการกระทำของเขา ชายหนุ่มรู้สึกตัว รีบดึงมือกลับทันที
“ผมขอโทษ” เขาร้อง “ผมไม่ควร....ผมไม่ได้ตั้งใจแตะต้องคุณ...ผม--“
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ได้โกรธ...ก็แค่ตกใจ”
“ผมไม่ควรแตะต้องคุณ...ผมไม่มีค่าพอ...ผมมันน่ารังเกียจ”
นั่นทำให้เด็กสาวตกใจยิ่งขึ้น...ทำไมคนคนนี้ถึงคิดเช่นนี้ ทำไมถึงรังเกียจตนเองมากถึงเพียงนี้ เธอคว้ามือของเขาขึ้นมากุมแน่น
“ไม่เลย คุณไม่น่ารังเกียจ คนเราดูกันที่ภายนอกไม่ได้...ของจริงอยู่ที่หัวใจ” เด็กสาวกุมมือใหญ่ไว้แนบอก “หัวใจฉันบอกว่าคุณเป็นคนดี เป็นคนที่มีค่ายิ่งนัก”
ดวงตาสีน้ำตาลของเขาไหววูบ
“คุณ...คุณไม่...ไม่รังเกียจผมใช่ไหม” เขาเอ่ยเสียงสั่นพร่า เซอครีสเข้าใจแล้ว...ใบหน้าเช่นนี้ เขาคงมีแต่คนเกลียดกลัว “ไม่คิดว่าผมเป็น...ตัวประหลาด...ใช่ไหม”
“ฉันเป็นเจ้าสาวของคุณนะคะ” เธอเอนตัว พิงศีรษะกับหัวไหล่ของชายหนุ่ม แสดงให้เขารู้ว่าเธอไม่รู้สึกรังเกียจเขาหรือบาดแผลของเขาแม้แต่น้อย “ฉันจะเป็นเจ้าสาวของคนที่ฉันรังเกียจทำไมกันละคะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบ
“ฉันเหงามากเลยนะคะ...ฉันไม่เคยมีเพื่อน เพราะผมกับตาแบบนี้...ไม่มีใครเข้าใกล้ มีแต่คนรังเกียจ--“เสียงของเด็กสาวขาดหาย“เพื่อน...ฉันไม่เคยมี...ไม่ต้องพูดถึงแฟน...ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าต้องทำอะไรบ้างในฐานะคนรัก”
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม
“ทำไมคุณถึงเลือกฉันละคะ...ผู้หญิงที่สวยกว่าฉัน น่ารักกว่าฉันมีอยู่ตั้งมากมาย...จริงๆแล้วคุณไม่ได้อยากได้ยัยอ้วนนี่หรอกใช่มั้ยล่ะคะ”
“คุณบอกให้ดูที่หัวใจมิใช่หรือ ผมก็ดูที่หัวใจแล้วไง” เดวิดอยากดึงตัวเธอเข้ามากอด...แต่ก็ไม่ทำ “ผมขอโทษ...ผมไม่น่าเริ่มเรื่องนี้เลย”
เซอครีสย้ายช่อดอกไม้ที่วางคั่นกลางออกไปวางที่ริมหน้าต่างแล้วขยับเข้าไปแทนที่ เธอแตะเขาที่ต้นแขนอย่างแผ่วเบา
“เดวิดคะ...สัญญากับฉันได้ไหมคะ...”
“ได้ทุกเรื่องครับ...ที่รัก”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...อย่าทิ้งฉันไปนะคะ”
“คุณได้คำมั่นของผม” เขาเขี่ยปอยผมสีแดงเข้มบนหน้าผากเด็กสาวออก “อย่าพูดเช่นนี้อีก...สำหรับผมแล้วไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดมีค่ามากเท่าคุณอีกแล้ว”
ชายหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กสาว...เป็นอีกครั้งที่สายตาของเขาทำให้เธอแทบหลอมละลาย เด็กสาวหลบตาและใช้ข้อนิ้วชี้ขยี้หัวตาเบาๆ แอบอ้าปากหาว
นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย...
“คนดี...คุณง่วงแล้ว” เดวิดลูบผมเด็กสาวอย่างทะนุถนอม “หนทางยังอีกยาวไกล...อยากพักสักหน่อยไหม”
“ดีเหมือนกันค่ะ” เซอครีสยิ้มออกมาในที่สุด เธอเอนตัวพิงไหล่ชายหนุ่มอีกครั้ง ความเงียบก่อตัวในรถม้าคันเล็กนั้น ไม่มีใครพูดอะไรแต่เดวิดรู้สึกได้ว่าเด็กสาวข้างกายยังไม่หลับ ครู่หนึ่งเซอครีสก็ลุกขึ้นนั่ง
“เอ่อ...ขอยืมแขน...ต่างหมอนข้างหน่อยได้ไหมคะ”
“ไม่มีปัญหาครับ” เดวิดขยับแขนให้ทันที
“ฉันติดหมอนข้างน่ะค่ะ” เซอครีสแนบใบหน้าเข้าที่ต้นแขนแข็งแรง “ดีจัง....” เด็กสาวปิดเปลือกตาลงและหลับไปในที่สุด
ชายหนุ่มมองใบหน้าที่กำลังหลับใหลอย่างรักใคร่ รู้สึกขอบคุณเธอเหลือเกินที่ยอม...ยอมเป็นเจ้าสาวของปีศาจอัปลักษณ์เช่นเขา
“ตอบแทนกับที่เจ้าอ่อนโยนกับข้าเหลือเกิน...ไม่ว่าจะได้ให้สัญญาไว้หรือไม่ก็ตาม ข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าแน่นอน...ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดแตะต้องเจ้า...เซอครีส จะไม่มีสิ่งใดทำอันตรายเจ้าได้...ข้าไม่ยอมเด็ดขาด”
~Love~
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น